ประมวลจากรายงานของนิสิตรังสีเทคนิค เรื่อง การตรวจพิเศษทางรังสีของกล่องเสียง

ต่อจาก การตรวจพิเศษทางรังสีของกล่องเสียง 1         

          Laryngography  มีขั้นตอนการตรวจที่ยุ่งยาก  ใช้ระยะเวลามาก  อีกทั้งผู้ป่วยจะได้รับความเจ็บปวดจากการตรวจ  นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่แพ้ยาชาไม่สามารถทำการตรวจ Laryngography ได้

          ปัจจุบันเราจะใช้ Computed tomography ( CT ) of larynx  แทนการตรวจ Laryngography

          CT Scan: Computed Tomography Scanner เป็นเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่เกิดจากการคิดค้นของวิศวกรชาวอังกฤษชื่อ G.Hounsfields ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 โดยสอดร่างกายคนไข้ที่นอนบนเตียงเข้าไปในอุโมงค์ของเครื่อง และใช้รังสีเอกซเรย์ (X-Ray) ส่องผ่าน (Scan) อวัยวะส่วนที่ต้องการตรวจไปสู่ตัวรับสัญญาณ แล้วใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวณและสร้างภาพออกมา ซึ่งแต่เดิมในการส่องผ่านแต่ละครั้งจะได้ภาพเพียงภาพเดียว ในปัจจุบันมีการพัฒนาโดยสามารถสร้างภาพได้หลายภาพ ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดและชัดเจนมากขึ้น โดยใช้ระยะเวลาในการตรวจสั้นลง และสามารถนำไปสร้างเป็นภาพ 3 มิติได้

 


สำหรับนักรังสีเทคนิค  

         การจัดท่าถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อวินิจฉัย มะเร็งกล่องเสียง (laryngeal cancer)  ควรตรวจในท่า axial  แต่ควร จัดให้gantry ของเครื่อง CT scan อยู่ในแนวขนานกับ true vocal fold  แทนที่จะเป็น inferior orbito-meatal plane ( IOM) เหมือนอย่างผู้ป่วยมะเร็งของศีรษะและคออื่นๆ ทั้งนี้เพื่อให้ภาพ axial ที่ได้สามารถแยกส่วนต่างๆ ของกล่องเสียงทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ supraglottis, glottis และ subglottis ได้อย่างถูกต้อง

          หากไม่สามารถเห็น true vocal fold จาก scanogram ท่า lateral อาจอนุโลมให้ใช้แนวขนานกับแนวของหมอนรองกระดูกสันหลังที่ระดับ C4-5 หรือ C5-6
          โดยทั่วไปแนะนำให้ตรวจในขณะผู้ป่วยหายใจเบาๆ (quiet respiration) แต่อาจตรวจเพิ่มในขณะทำท่าเป่าปาก (Valsava's maneuver) เพื่อช่วยให้เห็น pyriform sinus ได้ดี หรือ อาจตรวจขณะร้อง "อี" หากต้องการดูการเคลื่อนตัวของสายเสียง(true vocal fold) ทั้งนี้ขึ้นกับวัตถุประสงค์ในการตรวจผู้ป่วยในแต่ละราย

         Field of view ที่เหมาะสมคือ 16-18 มม. ถ่ายภาพที่แสดงทั้งเนื้อเยื่ออ่อน (soft tissue window) และกระดูก (bone window) ลงบนฟิล์ม         

          อาจสร้างภาพ reconstruction ในแนว coronal ตรงกล่องเสียงเพื่อให้เห็นการกระจายตัวของมะเร็งไปตาม paraglottic space ได้ดียิ่งขึ้น

 

          หรืออาจสร้างภาพในแนว saggittal ซึ่งจะช่วยให้เห็นการกระจายตัวของมะเร็งไปตาม pre-epiglottic space และโคนลิ้น (base of tongue) ได้ดียิ่งขึ้น


สมัยก่อน  ก่อนที่จะมีเครื่องเอกซรย์คอมพิวเตอร์  การตรวจกล่องเสียง  บางทีก็ใช้เครื่องเอกซเรย์โทโมแกรม : Tomography วิธีนี้ไม่ต้องเตรียมผู้ป่วยแต่อย่างใด  

       วิธีทำ

  1. ให้ผู้ป่วยนอนหงายบนเตียงเอกซเรย์
  2. วัดระยะจากพื้นเตียงถึงผิวของลำคอด้านหน้าผู้ป่วย 
  3. เริ่มตัดโทโมแกรม ไปทางด้านหลังคอผู้ป่วย ที่ระดับต่ำจากระยะที่วัดได้ในข้อ 2 :1ซม. ใช้การเคลื่อนที่ของหลอดเอกซเรย์แบบ linear 30 องศา
  4. ตัดโทโมแกรม  ไปทางด้านหลังคอผู้ป่วยที่ระดับต่ำจากระยะเดิมอีก ทีละ 1 ซม. ประมาณ 3 ซม
  5. นำฟิล์มไปให้รังสีแพทย์พิจารณาดูว่า ภาพโทโมแกรมของคอที่ระดับใดเห็นชัดที่สุด
  6. ตัดโทโมแกรมในระดับที่ชัด โดยให้ผู้ป่วยร้องเสียง “อี” 1 รูป (สายเสียงจะแคบ) และร้องเสียง “อา” อีก 1 รูป (สายเสียงจะกว้าง) 

 


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. http://www.bangkokhospital.com/ent/?m=200708
  2. http://medinfo.psu.ac.th/smj2/smj24_3/pdf24_3/11suriporn.pdf
  3. http://imaging.birjournals.org/content/vol19/issue1/images/large/83fig4.jpeg
  4. http://www.ajronline.org/content/vol190/issue5/images/small/05_07_2778_04a.gif