สถาบันอุดมศึกษาต่างกลุ่ม ควรผลิตความรู้ต่างแบบ
ในรายงานการวิเคราะห์ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองของสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด สกอ. ที่ สมศ. กรุณาจัดทำเสนอที่ประชุม กกอ. และ สกอ. สังเคราะห์นำเสนอที่ประชุม กกอ. เมื่อวันที่ ๔ ก.พ. ๕๒ โดยใช้ตัวเลข ๑๑๐ สถาบัน ผลการประเมินระดับสถาบัน ปรากฎว่ามาตรฐานด้านที่อ่อนที่สุดคือการวิจัยและงานสร้างสรรค์
เมื่อพิจารณาสถาบันแยกเป็นรายกลุ่ม พบจำนวนสถาบันที่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้านการวิจัยและงานสร้างสรรค์ดังนี้
· กลุ่มที่ ๑ ผลิตบัณฑิตและวิจัย ไม่ผ่าน ๕/๒๐ แห่ง (๒๕%)
· กลุ่มที่ ๒ ผลิตบัณฑิตและพัฒนาสังคม ไม่ผ่าน ๓๒/๕๒ แห่ง (๖๐%)
· กลุ่มที่ ๓ ผลิตบัณฑิตและพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรม ไม่ผ่าน ๑๐/๑๖ แห่ง (๖๒.๕%)
· กลุ่มที่ ๔ ผลิตบัณฑิต ไม่ผ่าน ๑๘/๒๒ แห่ง (๘๒%)
ทำให้ผมสงสัยว่าเกณฑ์ที่ใช้วัดความเข้มแข็ง หรือวัดผลงานวิจัยของสถาบันอุดมศึกษา ๔ กลุ่มนี้คงจะใช้เกณฑ์เดียวกัน
ผมจึงตั้งคำถามว่า สถาบันอุดมศึกษาต่างกลุ่ม ควรผลิตความรู้ หรือผลงานวิจัยต่างแบบหรือไม่ เช่น
o กลุ่มที่ ๑ ผลิตบัณฑิตและวิจัย เน้นงานวิจัยพื้นฐาน หรืองานวิจัยเชิงทฤษฎี ที่เป็น Knowledge Generation เพื่อนำไปตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ ที่มี impact factor หรือลงในฐานข้อมูลวิจัยนานาชาติ การที่สามารถนำผลงานไปใช้ประโยชน์ได้ด้วยถือเป็นเป้าหมายรอง
o กลุ่มที่ ๒ ผลิตบัณฑิตและพัฒนาสังคม เน้นงานวิจัยเพื่อการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อพัฒนาสังคมไทย หรือพัฒนาท้องถิ่น/ชุมชน คือเน้น social impact ไม่เน้นการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ การตีพิมพ์เน้นภายในประเทศ เพื่อสร้างชุมชนวิชาการภายในประเทศ คือเน้นการวิจัยแบบ Knowledge Translation
o กลุ่มที่ ๓ ผลิตบัณฑิตและพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรม เน้นงานวิจัย Knowledge Translation ด้านศิลปะและวัฒนธรรม โดยตีความการวิจัยด้านวัฒนธรรมเน้นชีวิตวัฒนธรรม
o กลุ่มที่ ๔ ผลิตบัณฑิต เน้นงานวิจัยที่ช่วยให้การผลิตบัณฑิตมีคุณภาพดีขึ้น มีธรรมชาติเป็น Knowledge TranslationResearch
ไม่ทราบว่าวิธีคิดแบบนี้จะช่วยให้งานวิจัยของแต่ละกลุ่มสถาบันอุดมศึกษามีการพุ่งเป้าชัดเจนขึ้นหรือไม่ และเป็นจุดเน้นที่เหมาะสมหรือไม่ อยากขอคำแนะนำหรือความเห็นจากท่านผู้อ่านครับ
วิจารณ์ พานิช
๓ ก.พ. ๕๒
ขอรับความรู้จากอาจารย์หมอและท่านอื่น ๆ ก่อนครับ :)
ขอบคุณครับ
กราบสวัสดีวันมาฆบูชาครับ
ยังไม่มีข้อคิดเห็นอื่น แต่จะเข้ามารับฟังท่านอื่นๆครับ