บ้านเรา แสนสุขใจ

วันนี้แม่ต้อยพักผ่อนแบบสบายๆอยู่ที่บ้าน หลังจากที่วุ่นวายกับการเดินทางไปเยี่ยมโรงพยาบาลหลายๆแห่งมาซึ่งแม่ต้อยมีเรื่องราวดีดีที่จะมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป  เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่บ้านแม่ต้อยได้จัดงานเลี้ยงเล็กๆสำหรับเพื่อนๆที่มีความสนิทสนมและทำงานด้วยกันมาอย่างยาวนาน ที่จริงแม่ต้อยชอบชวนเพื่อนๆมาทานข้าวที่บ้านบ่อยๆ จนแทบไม่กังวลใจที่จะเตรียมจัดงาน ด้วยว่าทุกคนมีความคุ้นชินกันเป็นอย่างดียิ่ง เป็นการผ่อนคลายและพบปะสังสรรค์กันอีกรูปแบบหนึ่ง และเราก็หมุนเวียนกันไปที่บ้านแต่ละคนตามโอกาสอันสมควร

                           ก่อนที่จะถึงวันจัดงานประมาณสองวัน แม่ต้อยได้รับข่าวว่าจะมีผู้ใหญ่ที่ครอบครัวแม่ต้อยนับถือจากประเทศมาเลเซียจะมาแวะเยี่ยมที่บ้านด้วยในช่วงวันที่แม่ต้อยกำลังจะจัดงานเลี้ยงแบบสบายๆที่ว่าชนิดที่คาดไม่ถึง

   ที่ว่าคาดไม่ถึงเพราะว่าแม่ต้อยได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมและร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้านท่านมาแล้ว ด้วยความใหญ่โตของบ้าน บวกกับพื้นฐานระดับความรู้และสังคมในระดับที่ดีเยี่ยม การเตรียมการต้อนรับ การจัดบรรยากาศ รวมถึงการต้อนรับด้วยไมตรีจิต จนทำให้เราซึ่งเป็นแขกที่ไปแวะเยี่ยม มีความสุข มีความเพลิดเพลิน และมีความประทับใจ แม่ต้อยแอบนึกในใจว่าหากผู้ใหญ่ท่านนี้มีโอกาสมาที่เมืองไทย  จะทำอย่างไรดีหนอ? อย่างดีที่แม่ต้อยจะทำได้คือ พาไปรับประทานอาหารไทยในบรรยากาศที่ดีดี ทำอย่างไรก็คงเทียบไม่ได้กับที่เขาทำให้เราได้ เท่านั้นเอง  และคิดในใจด้วยความประมาทว่า คงไม่มาบ้านเราหรอกหรอกน่า”  ไม่คิดว่าแม่ต้อยจะทราบข่าวชนิดตั้งตัวไม่ติดขนาดนี้

เนื่องจากบริเวณบ้านแม่ต้อยนั้นค่อนข้างรกรุงรังด้วยต้นไม้หลายๆชนิดที่เจริญงอกงามตามใจชอบ(เนื่องจากไม่เคยตัดหรือแม้แต่การลิดรอนกิ่งที่แผ่ขยายไปเรื่อยๆ) จนมีความอุดมสมบูรณ์ขนาดที่ว่า มีนกหลายพันธ์บินมาจับจองเป็นบ้านพัก มีกระรอกวิ่งไปมา กลางคืนบางคืนหากอากาศดีโชคดีอาจจะเห็นหิ่งห้อยบินเห็นแสงวับๆแวมๆ โดยไม่ต้องไปโฮมสเตย์ที่ไหน

       ต้นมะยมคะ      และเอ้อ ...  นี่คือภายในบ้าน ...บ้าน นะคะไม่ใช่ป่าคะ

หรือบางครั้งอาจจะเจอน้องงูที่เลื้อยจากต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วพุ่งไปอีกต้นหนึ่งอย่างน่าหวาดเสียว  จนแทบกลายเป็นป่าในวรรณคดี เพราะมีต้นไม้แทบทุกชนิด ทั้งไม่ดอก ไม้ประดับ และไม้กินได้ รวมทั้งสวนครัว รั้วกินได้ตามที่แม่ต้อยได้เล่าให้ฟังในเรื่องเล่าก่อนหน้านี้ไปแล้ว ทุกอย่างเมื่อมาผสมผสานกัน จึงแทบจะหาความสวยงามไม่ค่อยได้ที่มีคือความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ( แปลว่าคือรกนั่นแหละ อิอิ)

 

บางทีน้องงูชอบมาป้วนเปี้ยนคะ คล้ายๆใบไม้ก็มี

                     ดังนั้นในเวลาสองวันที่ทราบข่าวแม่ต้อยแทบสิ้นสติ และฮึดสู้ ( เพราะไม่มีทางเลือก) นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการปฏิรูปขนานใหญ่ จนผุ้คนตกอกตกใจ  เริ่มด้วยการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ออกเสียบ้าง ตัดหญ้า ทำสนามให้เป็นสนาม อ่างบัวที่มีก็ขัดล้างให้ดูดี ยังไม่มีดอกให้เห็นก็ใช้วิธีพับดอกบัวมาลอยให้เห็นเป็นความงามแทน  ขนใบไม้ที่กองอยู่ออกไปทิ้งให้หมด  เอาดอกกล้วยไม้ที่มีดอกบานอยู่บ้างมาแขวนปะติดกับต้นไม้ใหญ่ๆให้มีกลิ่นหอมรวยริน สนามหญ้าโรยด้วยการบูร เพราะมีคนบอกว่าเขากันยุงได้ดีทีเดียว จัดเตรียมอาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ ติดไฟหลากสีตามต้นไม้ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ( เฮ้อ เหนื่อย )

   แบบนี้พอไหวไหมคะ

                     แม่ต้อยอยากจะบอกว่า งานนี้ผ่านไปได้ด้วยดีมากๆ สิ่งที่จะเล่าคือแขกที่มาเขากลับชอบในความรกรุงรังของต้นไม้ใหญ่ๆในบ้านที่แม่ต้อยเป็นกังวล อย่างคาดไม่ถึง และขอเอามาเล่าให้ฟังดังนี้

·       ตื่นเต้นกับลูกสีส้มของต้นปาล์มที่ออกลูกเต็มคาคบ เก็บลูกที่ร่วงหล่นไปบอกว่าจะลองเอาไปเพาะดู

       นี่แหละคะ ที่เขาตื่นเต้น !!!!!

·         เมื่อเห็นต้นตะขบออกลูกและมีกลิ่นหอมหวาน เขาก็บอกว่า  นี่ลูกเชอรี่  ใช่ไหม( 555 ใช่ ก็ใช่คะ)

   ต้น เชอรี่ เอ้อ  ตะขบที่บ้านคะ

·       ผ่านไปที่ต้นมะยม ที่บังเอิญออกลุกเล็กๆยังไม่แก่ดี เก็บเอามากิน ทำหน้าเบ้ และบอกว่าที่ประเทศเขาก็มีนะ แต่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว กินแล้วดีมากมีประโยชน์ ต่อร่างกายนะ เนี่ย

    ต้นมะยมคะ เปรี้ยวมากๆๆ

·       เห็นต้นขนุนทีออกลูกเต็มไปหมดรอบๆต้น เมื่อทราบว่าเป็นต้นขนุนก็ดีใจที่ได้เห็น เพราะว่าชอบทานเนื้อขนุนมาก ยังไม่เคยเห็นต้นจริงๆสักที เห็นคราวนี้นับว่าโชคดี( แฮ่)

·       พาเดินผ่านไปที่ต้นผักหวานที่แม่ต้อยปลุกเป็นแนวรั้วตามทางเดินในบ้าน เมื่อบอกเขาว่านี่ใช้ทำอาหารได้ด้วยนะ เขาอุทานว่าจริงหรือ  Oh wonderful!!

·       ที่น่าตลกคือเมื่อเขาเห็นต้นอ้อยที่ปลุกไว้สองสามต้น เขาหันมามองหน้า แล้วถามว่า คิดว่าเขาปลุกในไร่เท่านั้น ไม่คิดว่ามีในบ้านด้วย

เมื่อมานั่งในห้องรับแขก ชะรอยพวกสัตว์ที่มาอยู่ที่บ้านแม่ต้อยคงอยากจะรับแขกด้วย จึงเห็นกระรอกวิ่งผ่านบนหลังคากระจกใสๆ( ที่เพิ่งขัดหมาดๆ)พร้อมยกหางเป็นพวงโชว์แขก  เห็นนกบินมากินตะขบ อ้อไม่ใช่ เชอรี่ อย่างอร่อย ส่งเสียงทักทายกันอย่างสนุกสนาน จนแขกที่มาบอกว่า ช่าง เป็นธรรมชาติ เสียจังเสียดายที่คุณหนู กับคุณงู ยังสงวนทีท่าไม่ออกมาร่วมวง(ออกมาคงวงแตก)

    ห้องรับแขกคะ

       แต่ตอนจบ มีสิ่งหนึ่งที่เป็นธรรมชาติมากกว่านั้นคือ ขณะที่นั่งคุยกันอย่างสบายๆ  โต๊ะอาหารที่ประดับด้วยดอกไม้กลิ่นหอมและแสงเทียนวับวาวสวยงามกลางสนามบ้าน  เสียงเพลงยุคเก่าๆ ที่สอดคล้องกับอายุคนฟังกำลังบรรเลงอย่างไพเราะเพราะพริ้ง เสียงของหนักๆดังโครม!!!! เป็นเสียงของหนักๆที่ตกลงมาจากที่สูง

เมื่อแม่ต้อยหันไปดู กลายเป็นกิ่งต้นปาล์มแห้งกิ่งหนึ่งซึ่งเอาออกไม่ทันตกลงมาพอดิบพอดี ห่างจากที่เรานั่งไม่ถึงเมตร!!!

นี่เขาคงอยากมาต้อนรับเหมือนกันละสิท่า

ทุกคนหัวเราะด้วยความสุขสนุกสนาน ไม่มีใครสนใจกับคำขอโทษขอโพยของแม่ต้อยเลย

 บรรยากาศและความรู้สึกในวันนั้นทำให้รำลึกถึงคำๆหนึ่งได้อย่างแจ่มชัด และตระหนักว่ามันคือความจริงอย่างที่สุด คือคำว่า

บ้านเรา..แสนสุขใจ

แม่ต้อยจึงอยากจะเล่า ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในบ้านที่รกรุงรัง ให้ทุกคนฟัง และเชื่อว่าทุกๆคนล้วนแล้วแต่มีความสุขที่รอที่ บ้าน ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

       บ้านเราแสนสุขใจคะ

สวัสดีคะ