เราจะแก้ปัญหาสุนัขจรจัดอย่างไร

         ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า "100 เรื่องน่าทึ่ง จาก 100 ประเทศ ที่เด็กๆ อยากรู้" เขียนโดย ฮวัง คึนกี โดย ผศ.อุไรวรรณ จิตเป็นธม คิม เป็นผู้แปล ที่ผมหยิบขึ้นอ่านเนื่องจากผมคิดว่า หากผมสนใจเรื่องที่เด็กๆ อยากรู้ เด็กๆ คงจะสนใจผมบ้าง หุหุ.....

         เนื่องจากมี 100 เรื่อง ผมคงนำมาเล่าทั้ง 100 เรื่องไม่ได้ จึงขอเล่าเรื่องเมืองไทยก่อนละกัน และชื่อเรื่องก็น่าสนใจ (ก็ชื่อบันทึกนั่นแหละ) ผมขอเล่าโดยแทรกความคิดตัวเองไปด้วย แต่ไม่ดัดแปลงแต่งความ ยังคงสาระที่เขาแปลไว้ นะครับ เรื่องเป็นยังงี้

         ในกรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องสุนัขจรจัดมาก เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว และดูเหมือนว่าจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่ละปีมีประชาชนถูกสุนัขจรจัดกัดปีละหลายหมื่นราย เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าปีละหลายสิบคน ทะเลาะวิวาทจากสาเหตุสุนัขก็ไม่น้อย ในขณะที่ผู้บริหาร กทม.หลายชุดที่ผ่านมาก็ให้นโยบายต่างๆ เกี่ยวกับการแก้ปัญหานี้แตกต่างกัน แต่ก็แก้ปัญหาไม่สำเร็จสักราย ปัจจุบันประชากรสุนัขจรจัด และสุนัขที่มีเจ้าของเลี้ยงใน กทม. คาดว่ารวมกันไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านตัว (ประเภทละครึ่ง) ในขณะเดียวกัน ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของสุนัขที่มีเจ้าของเลี้ยงจะถูกทอดทิ้งปล่อยออกมาเป็นสุนัขจรจัดทุกปี

         นอกจาก กทม. แล้ว เมืองใหญ่ๆ หลายเมืองก็เริ่มมีปัญหาสุนัขจรจัดมากขึ้น แม้แต่กำแพงเพชรซึ่งเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่นัก ตอนนี้ปัญหาสุนัขจรจัดก็มีมาก ทำเอาเทศบาลเมืองกำแพงเพชรปวดเศียรเวียนเกล้าได้เหมือนกัน

         โดยเหตุที่ชาวไทยนับถือพระพุทธศาสนา มีความเชื่อเรื่องบุญกรรม และเชื่อว่าถ้าตายไปอาจกลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์ที่ตนฆ่าหรือทำร้ายได้ ดังนั้น แม้จะเป็นแค่สุนัขตัวเดียวคนไทยก็จะไม่ทำร้ายเป็นอันขาด

         เราจะแก้ปัญหาสุนัขจรจัดได้อย่างไร ????