อันนาม "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" นั้น ฉันได้ยินครั้งแรกตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อท่านได้รับการนิมนต์มาจากวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี เพื่อมาเป็นประธานงานบุญงานหนึ่ง ใคร ๆ ต่างกล่าวขานว่า ท่านเป็นเกจิอาจารย์สายวิปัสสนาที่มีน่าเลื่อมใสอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็ได้ยินข่าวการละสังขารของท่าน

ในการเดินทางมากีฬาสัมพันธ์ของฉันที่นครสวรรค์ ทำให้ฉันได้มีโอกาสไปเยือนวัดของท่านเป็นครั้งแรก ณ จังหวัดอุทัยธานี วัดนี้คือ วัดจันทาราม หรือ วัดท่าซุง ที่เรา ๆ ท่าน ๆ รู้จักกันเป็นอย่างดี

นี่คือรูปของท่านที่ฉันบันทึกภาพได้จากวิหารที่เก็บสังขารของท่าน

 

 

ฉันมีประวัติของท่านที่ฉันได้ทำการค้นคว้าภายหลังมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง

 

พระราชพรหมญาณ (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

ถ้าเอ่ยนาม พระมหาวีระถาวโร หรือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ก็จะมีคนรู้จักชื่อเสียงของท่านเป็นอย่างดี เพราะท่านมีลูกศิษย์มากมายทั่วประเทศ บุญบารมีของท่านเป็นที่ประจักษ์แก่ศิษยานุศิษย์ บางคนว่าท่านมีญาณหยั่งรู้วาระจิต เทศน์เก่งเป็นที่จับใจผู้ฟัง เมื่อท่านยังมีชีวิตจะมีญาติโยมผู้ศรัทธามาทำบุญปฏิบัติธรรมกันที่วัดท่าซุงนับเป็นหมื่น ๆ คน วิชาที่ท่านพร่ำสอนให้ศิษย์ได้รู้เห็น คือ วิชามโนมยิทธิ เป็นการฝึกฤทธิ์ทางใจ และวิชาเป่ายันต์เกราะเพชรที่ท่านได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

หลวงพ่อเกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พุทธศักราช 2460 ที่ตำบลสาลี่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรของนายควงและนางสมบุญ สังข์สุวรรณ ท่านเหมือนเป็นผู้มีญาณพิเศษมาตั้งแต่วัยเด็ก เมื่ออายุ 12 ปี เคยเสียชีวิตแล้ว ไปท่องเมืองนรก ก่อนกลับมาเล่าให้บิดามารดาฟัง พุทธศักราช 2480 อุปสมบทกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนา เจริญอสุภกรรมฐานอย่างคล่องแคล่ว หลวงพ่อปานเรียกท่านว่า "ลิงดำ" ตามสีผิวที่คล้ำของท่าน ท่านมักออกธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรกับเพื่อนภิกษุอีก 2 รูป ที่หลวงพ่อเรียกว่า ลิงขาว และ ลิงเล็ก ได้เผชิญกับเทวดาและสัมภเวสี รวมทั้งเหตุการณ์ต่าง ๆ อีกมากมาย

หลวงพ่อเคยปรารถนาพุทธภูมิมาก่อน ได้สร้างสมอบรมบารมีมานับภพชาติไม่ถ้วน ต่อมาท่านได้ลาพุทธภูมิแล้วบำเพ็ญเพื่อเข้าสู่อรหัตภูมิ หลังจากท่านมรณภาพแล้ว ปรากฎมีพระธาตุเสด็จมาเกาะที่สังขารของท่านมากมาย แม้แต่ชานหมากและเกศายังแปรเปลี่ยนเป็นพระธาตุ ส่วนพระเครื่องของท่าน เช่น พระคำหมาก พระคำข้าว เหรียญรูปเหมือน ล็อกเกต มีดหมอชาตรี และอื่น ๆ อีกมากล้วนได้รับความนิยมสูง ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2535 สิริรวมอายุ 75 ปี 55 พรรษา

 

ท่านเชื่อหรือไม่ว่า สังขารที่ท่านได้ละไว้ เกิดเหตุอัศจรรย์ คือ ร่างของท่านไม่เน่าไม่เปื่อย ผิวพรรณของท่านเป็นสีดำคล้ำ

ร่างของท่านตั้งอยู่ในประสาทอันมีโลงแก้วปิดทับเอาไว้ ตั้งอยู่ในวิหารเพื่อให้คนที่ศรัทธาได้มีโอกาสมากราบไว้บูชาให้เป็นสิริมงคล

 

 

 

 

 

 

 

ฉันขอนำท่านชมภาพแห่งศรัทธา ดังภาพด้านล่างนี้

 

 

"... เพ่งบุญ ..."

 

 

 

"... ครอบครัวแห่งศรัทธา ..."

 

 

 

"... เงาสะท้อนธรรม ..."

 

 

 

 

"... พระพุทธรูปองค์ปฐม ..."

 

 

 

 

"... สิ่งเตือนใจ ..."

 

 

 

 

"... เย็น ..."

 

 

 

 

"... อิ่ม ..."

 

 

 

 

 และขอปิดท้ายด้วย ภาพชื่อ "... ปัจฉิมโอวาท ..."

 

"... ลูกเอ้ย นี่เป็นธรรมดาของร่างกาย

มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย เป็นธรรมดา

สังขารมัน เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงหรอก 

ทุกขัง ตอนอยู่ มันเป็นทุกข์

แต่ผลที่สุด มันก็ อนัตตา สลายไป มีแค่นี้

อย่ายึดสังขารพ่อเลย ..."

 

 

  

บันทึกธรรมะเย็น ๆ

บุญรักษา ครับ :)

 

 

 


แหล่งอ้างอิง

ชมรมพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์.  สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองภาคเหนือ.  กรุงเทพฯ: คอมม่า, 2548.

 

 

ข้อมูลการบันทึกภาพ

บันทึกภาพด้วยกล้อง Olympus SP-570UZ

และผู้บันทึกภาพ คือ ตัวผู้เขียนเอง (วสวัตดีมาร)