การเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives)
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Objectives) หมายถึง จุดประสงค์ของการเรียนการสอนที่บอกให้ทราบว่า หลังจากเรียนจบบทเรียนนั้น ๆ แล้วผู้เรียนสามารถแสดงพฤติกรรมที่วัดได้ สังเกตได้ ออกมาอย่างไรบ้าง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่สมบูรณ์มีองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ พฤติกรรมที่คาดหวัง (Expected Behavior) สถานการณ์ (Condition) และเกณฑ์ (Criteria) (บุญชม ศรีสะอาด, 2541)
1. พฤติกรรมที่คาดหวัง (Expected Behavior) หมายถึง พฤติกรรมที่ต้องการให้ผู้เรียนได้แสดงออก เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง หลังจากที่เรียนจบบทเรียนแล้ว การเขียนพฤติกรรมที่คาดหวังจะต้องใช้คำกริยาเชิงพฤติกรรม ซึ่งมีความหมายเฉพาะอย่างเดียว ชัดเจน ไม่กำกวม สามารถสังเกตการกระทำได้โดยตรง ดังตัวอย่างคำกริยาเชิงพฤติกรรมที่ขีดเส้นใต้ไว้ในจุดประสงค์ต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถคำนวณโจทย์เลขที่เป็นเศษซ้อนได้ถูกต้อง
- นักเรียนสามารถบอกชื่อสินค้าออกที่สำคัญของไทยได้ถูกต้อง
- เมื่อกำหนดกลุ่มคำที่ควรศึกษามาให้ นักเรียนสามารถอธิบายความหมายได้
- นักเรียนสามารถระบุคุณลักษณะที่สำคัญของนักวิทยาศาสตร์ได้อย่างน้อย 4 คุณลักษณะ
2. สถานการณ์หรือเงื่อนไข (Condition) เพื่อให้จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่กำหนดมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ควรบ่งสถานการณ์หรือเงื่อนไขลงไปด้วย ซึ่งอาจเป็นข้อมูล บทประพันธ์ แบบฝึกหัด สื่อการสอน วัสดุอุปกรณ์ โจทย์ รายการ ก็ได้ ตัวอย่างสถานการณ์หรือเงื่อนไข
- เมื่อกำหนดธาตุให้ 10 ธาตุ นักเรียนสามารถระบุได้ว่า ธาตุใดเป็นโลหะ ธาตุใดเป็นอโลหะ
- เมื่อกำหนดโคลงให้ 1 โคลง นักเรียนสามารถสรุปความหมายได้ถูกต้อง
- หลังจากสิ้นสุดการสาธิตการตอนกิ่งไม้แล้ว นักเรียนสามารถตอนกิ่งไม้ด้วยตนเองได้
3. เกณฑ์ (Criteria) หมายถึงระดับของพฤติกรรมที่คาดหวังที่กำหนดไว้ว่า จะต้องมีพฤติกรรมที่คาดหวังในระดับใดจึงจะเป็นที่ยอมรับ ซึ่งอาจกำหนดไว้ได้หลายรูป ดังตัวอย่างที่ขีดเส้นใต้ไว้ในจุดประสงค์ต่อไปนี้
- นักเรียนสามารถเขียนชื่อคำศัพท์ของผลไม้ตามรูปได้ถูกต้องอย่างน้อย 20 คำ
(กำหนดเกณฑ์ในรูปของปริมาณ)
- นักเรียนสามารถใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูอมีบาได้ภายใน 2 นาที
(กำหนดเกณฑ์ในรูปของทักษะหรือความชำนาญ)
- นักเรียนสามารถแก้สมการชั้นเดียวอย่างน้อย 5 สมการภายในเวลา 4 นาที
(กำหนดเกณฑ์ในรูปของปริมาณและทักษะ)
ตัวอย่างจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่มีองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วน
ภาษาไทย
ภายในเวลา 10 นาที นักเรียนสามารถจับคู่ชื่อนักประพันธ์ยุคปัจจุบันกับผลงานของเข้าได้ถูกต้องอย่างน้อย 20 คู่ จากที่กำหนดไว้ 30 คู่
คณิตศาสตร์
เมื่อกำหนดมุมให้ 1 มุม นักเรียนสามารถแบ่งครึ่งมุมโดยวิธีพับมุมกระดาษและวิธีวัดขนาดของมุมได้ถูกต้อง
วิทยาศาสตร์
เมื่ออภิปรายเรื่องน้ำเสีย นักเรียนสามารถตั้งข้อสมมติฐานเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้น้ำเสียได้อย่างน้อย 3 สมมติฐาน
นอกจากนั้น การจำแนกประเภทของจุดประสงค์ทางการศึกษาของ บลูมและคณะ ได้จำแนกจุดประสงค์ทางการศึกษาออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2541)
1. ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain) หรือด้านสติปัญญา หรือด้านความรู้และการคิด ประกอบด้วยความรู้ความจำเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ การนำเอาสิ่งที่เป็นความรู้ความจำไปใช้ทำความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินค่าในสิ่งนั้นหรือเรื่องนั้น
2. ด้านจิตพิสัย (Affective Domain) หรือด้านอารมณ์-จิตใจ ประกอบด้วยการรับรู้ การตอบสนองและการสร้างคุณค่าในเรื่องที่ตนรับรู้นั้น แล้วนำเอาสิ่งที่เป็นคุณค่านั้นมาจัดระบบและสร้างเป็นลักษณะนิสัย
3. ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) หรือด้านทักษะทางกาย หรือด้านปฏิบัติ ประกอบด้วยทักษะในการเคลื่อนไหว และการใช้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายในการสร้าง CAI เพื่อการเรียนการสอนในวิชาต่าง ๆ โดยทั่วไปจะมุ่งให้มีการพัฒนา
พฤติกรรมทั้ง 3 ด้านนี้ โดยมีการเน้นในแต่ละด้านแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละวิชา
การเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม. yalor.yru.ac.th/~sirichai/4123612/unit3/cai-design.html