แม้จะป่วยทางจิตแต่ก็รักสุขภาพน่ะ

       แม้จะป่วยด้วยโรคทางจิตแต่หากได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้สร้างเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นผู้ป่วยที่ป่วยด้วยอาการทางจิตก็ให้ความสนใจสุขภาพด้านอื่นด้วย เช่น สนใจการเลิกบุหรี่ เพราะนอกจากจะมีผลกระทบต่อการป่วยด้วยโรคถุงลมปอดโป่งพอง โรคมะเร็งปอด โรคหัวใจ โรคมะเร็งกล่องเสียง ฯลฯ แล้วยังมีผลต่อการกลับมาป่วยซ้ำด้วยอาการทางจิตได้มากขึ้นเพราะการได้สารพิษจากบุหรี่ โดยเฉพาะ สารนิโคติน จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกพึงพอใจ ส่งผลตรงข้ามกับการรับประทานยารักษาอาการทางจิตซึ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกตรงกันข้าม ทำให้หันมาสูบบุหรี่มากขึ้นแทนการรับประทานยารักษาอาการของโรค

       ดังนั้นการจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลด และเลิกการสูบบุหรี่จึงเป็นสิ่งที่ควรสร้างให้เกิดขึ้น โดยจัดกิจกรรมที่มีชื่อว่า ถ้าคุณแน่อย่าแพ้บุหรี่ขึ้น แม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะจูงใจผู้ป่วยจิตเวชได้ยากแต่จากการดำเนินโครงการรณรงค์การลดและเลิกบุหรี่มาติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปี ก็ได้รับการตอบรับจากผู้ป่วยอยู่บ้างเพราะมีผู้ป่วยที่สามารถเลิกบุหรี่ได้แล้วอย่าต่อเนื่องประมาณ 4 ถึง 5 คน

       จากการติดตามบันทึกในเวชระเบียนของผู้ป่วยดังกล่าวพบว่าระยะเวลาที่กลับมารับการรักษาตัวซ้ำในโรงพยาบาลทิ้งช่วงเวลานานขึ้นส่วนใหญ่จะมารับยาไปรับประทานต่อที่บ้านเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมสำหรับผู้ป่วยโรคจิตเป็นอย่างยิ่ง แล้วคนปกติที่ไม่ได้ป่วยทางจิตเช่นคุณล่ะ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้แล้วล่ะก้อ ระวังจะอายคนไข้จิตเวช(คนบ้า)ได้น่ะจ้ะ จะบอกให้

                      " ถ้าคุณแน่ก็อย่าแพ้คนไข้โรคจิตน่ะจ้ะ  "