ในการแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง"แนวทางการปฏิบัติงานที่ดีเพื่อวลัยลักษณ์" ถ้าไม่ระวังอาจกลายเป็นการวิจัยเพื่อหาแนวทางการปฏิบัติงานที่ดีโดยการทำfocus group จะได้ข้อเสนอแนะมากมาย ซึ่งไม่ใช่แนวทางการจัดการความรู้
ผมคิดว่า แม้การถอดขุมความรู้และสกัดเป็นแก่นความรู้จากประสบการณ์การปฏิบัติที่ดีเยี่ยมของคุณกิจเป้าหมายก็ไม่ควรพุ่งเป้าไปที่competencyขององค์กร แต่ควรเริ่มจากความรู้ต้นคือคุณกิจเป้าหมายได้รับการประเมินว่า ดีเยี่ยมด้วยคุณลักษณะหรือความสามารถในภารกิจใด จัดกลุ่มย่อยตามภารกิจนั้น
ซึ่งอาจจะมีความเฉพาะเจาะจงไม่ตรงกันทีเดียวนัก แต่อยู่ในกลุ่มงานเดียวกัน วงคุณเอื้อตั้งแต่รองฯบริหาร ผอ.ศูนย์/สถาบัน หัวหน้าส่วน/หน่วยกลุ่มหนึ่ง คุณกิจหลักจำนวน 40 คน อาจจัดกลุ่มงานใกล้เคียงกันได้ 4 กลุ่ม คุณอำนวยและคุณประสาน อีกกลุ่มหนึ่ง ทุกคนนำประสบการณ์การทำงานที่เด่น เป็นประโยชน์ เกิดผลที่ดีเล่าสู่กันฟัง คุณอำนวยและคุณประสานเป็นนักเรียนที่ต้องเตรียมการเรียนก่อน และหลังจากทำหน้าที่สนับสนุนกลุ่มแล้ว ก็สรุปบทเรียนการทำหน้าที่ของตนเองโดยอาจจะเขียนเล่ากระบวนการที่ตนดำเนินการในวันประชุมและผลที่เกิดขึ้นว่าเป็นเช่นไร นั่นแหละคือ บทเรียนของคุณอำนวย(เช่นเดียวกับคุณประสาน) เพราะทุกคนเป็นนักเรียนตามบทบาทหน้าที่ ที่ตนเองรับผิดชอบ

ผมคิดว่าห้องเรียนF2F นี้ จะพัฒนาต่อเนื่องด้วยB2B ในกลุ่มนักเรียนรุ่นแรก โดยจะเปิดเชื่อมโยงกับผู้สนใจคนอื่น ๆในลักษณะของเครือข่ายการเรียนรู้ในภารกิจ/งานที่ใกล้เคียงกันต่อไป จนกลายเป็นวิถีปกติในการทำงานของชาววลัยลักษณ์ ซึ่งอาจจะมีการจัดF2Fเป็นครั้งคราว ด้วยการเชื่อมโยงสนับสนุนของคุณประสาน คุณอำนวยและคุณเอื้อซึ่งก็มีวงเรียนรู้ของตนเองเช่นเดียวกัน