วันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) โดย นายกอร์ปศักดิ์ เผยว่า การประชุมดังกล่าวเป็นไปตามพระราชษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2551 ที่มีการประกาศและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ขณะที่การจัดตั้งคณะกรรมการ ก.น.จ. นั้น เป็นไปตามองค์ประกอบของกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการหรือผู้ว่าซีอีโอ ตามกรอบนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว ไม่ได้อยู่ในกรอบการทำงานของคณะกรรมการ ก.น.จ. ตามที่กฎหมายกำหนด "จะเรียกว่า ยกเลิกระบบผู้ว่าซีอีโอหรือไม่นั้น อธิบายได้ว่าคณะกรรมการ ก.น.จ.เป็นการดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่ประกาศใช้ ส่วนผู้ว่าซีอีโอเป็นเพียงแนวคิดเดิมของรัฐบาลที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการไปตามทิศทางของการเมือง ซึ่งจากนี้งบประมาณที่จัดสรรให้จังหวัดจะมีการกลั่นกรองมากขึ้น" รองนายกฯ กล่าวด้าน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในฐานะเลขานุการ ก.น.จ. กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุม ก.น.จ.ได้เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านแผนและด้านงบประมาณขึ้น เพื่อช่วยเหลือ ก.น.จ.ในการพิจารณากลั่นกรองแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด และการจัดทำคำของบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดขึ้น นายทศพรกล่าวอีกว่า เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2551 มีหลักการสำคัญ 2 ประการ คือ การบริหารการพัฒนาในลักษณะยึดพื้นที่เป็นหลักในการพัฒนาเพื่อกระจายการพัฒนาและลดความเหลื่อมล้ำของพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศ โดยในส่วนของการปกครอง จะเน้นการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีการจัดการความสัมพันธ์แนวดิ่งระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น โดยแบ่งหน้าที่กันตามแต่ละยุทธศาสตร์ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการใช้งบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "ต้องการให้ท้องถิ่นมีการพัฒนาที่ชัดเจน และผ่านความเห็นชอบร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและร่วมมือร่วมใจ ประสานการลงทุนภาคเอกชนเชื่อมโยงกับแผนชุมชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเพียงผู้ประสานเชื่อมโยงฝ่ายต่าง ๆ เข้าด้วยกันเท่านั้น"นายทศพร กล่าว รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการ ก.น.จ. จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2551 โดยร่างขึ้นในรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ในการกำหนดกรอบนโยบายและวางระบบการบริหารงาน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำแผน การจัดทำและบริหารงบประมาณ รวมทั้งการพิจารณา กลั่นกรองและให้ความเห็นชอบกับแผนและคำของบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด "จุดที่น่าสนใจของคณะกรรมการ ก.น.จ.ชุดนี้จะอยู่ที่การลดบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่ได้เป็นแม้กระทั่งกรรมการ ก.น.จ. เนื่องจากจะให้ อบจ.-อบต. เข้ามามีบทบาทมากในการขอประมาณจังหวัดแทนที่จะเป็นผู้ว่าซีอีโอตัดสินใจ หรือได้เงินประมาณโดยตรงจากรัฐบาล โดยไม่ต้องผ่านการกลั่นกรองจากหน่วยงานในจังหวัดตามแนวคิดเดิมจากรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี" แหล่งข่าวกล่าว สำหรับโครงสร้างของคณะกรรมการ ก.น.จ. ในส่วนของภาคการเมืองจะมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่กำกับดูแลจะติดตามราชการในภูมิภาค ภาคราชการ ประกอบด้วย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติส่วนฝ่ายงค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบไปด้วย นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายกสมาคมสันติบาตรเทศบาลแห่งประเทศไทย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ฝ่ายภาคธุรกิจเอกชน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ฝ่ายผู้ทรงคุณวุฒิ จาก บอร์ด ก.พ.ร.ไม่เกิน 3 คน ภาคประชาสังคมที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกิน 2 คน เป็นกรรมการ
แนวหน้า คม ชัด ลึก 3 กุมภาพันธ์ 2552