ปีนี้ฉันเรียนจบโรงเรียนสิ่นหมิน (โรงเรียนที่มีสอนภาษาจีน) จังหวัดพิษณุโลก และจะต้องสอบเข้าเรียนต่อ โรงเรียนที่ฉันอยากเข้าเรียนคือ "โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี" เนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด และเพื่อนๆ ก็จะไปสอบเข้าโรงเรียนนี้กันมาก

  ฉันสอบได้อันดับที่ 13 ของห้องเรียนที่ถือว่าเป็นห้องคิง (จาก 3 ห้อง) ไปซื้อใบสมัครที่ รร.เฉลิมขวัญ ซึ่งต้องไปสมัครวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2549 และสอบเข้าม.๑ รอบแรก (โปรแกรมภาษาอังกฤษกับวิทย์คณิต) วันที่ 4 มีนาคม 2549  มีคนไปสมัครสอบทั้งสิ้นประมาณ 778 คน พอวันประกาศผลรอบแรก 10 มีนาคม 2549 เขารับทั้งสิ้นเกือบ 120 คน ไม่มีชื่อฉันติดอยู่ในนั้น แต่มีเพื่อนโรงเรียนฉันได้ 4 คน เป็นโปรแกรมภาษาอังกฤษ 2 คน และโปรแกรมวิทย์-คณิต 2 คน

  ฉันต้องไปสมัครรอบสอบรอบ ๒ (อยู่นอกเขต) และต้องไปสอบรอบ ๒ อีก (เป็นรอบแรกของโรงเรียนอื่นที่สอบพร้อมกันทั่วประเทศ) ในวันที่ 25 มีนาคม 2549 มีผู้ไปสอบประมาณ 806 คนพอประกาศผลวันที่ 28 มีนาคม 2549 ฉันก็ไม่มีชื่อติดอยู่ในนั้น จากจำนวนที่เขารับรอบนี้อีก 100 กว่าคน

  ฉันจะต้องไปจับสลากนักเรียนที่อยู่นอกเขตการศึกษาในวันที่ 5 เมษายน (เลื่อนมาจากวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งสส.) ก่อนหน้านั้นนักเรียนในเขตการศึกษาได้เข้าเรียนโดยไม่ต้องจับสลากจำนวน 166 คน (50% คือ 162 แต่มีผู้สมัคร 166 รร.จึงรับหมด)

   ในวันที่ 5 เมษายน ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก ต้องไปรายงานตัวก่อน 9 โมงเช้า แล้วเขาก็ให้ไปนั่งเป็นแถวๆ นักเรียนมีสิทธิ์มาจับสลาก 400 กว่าคน ต้องการแค่ 33 คน (คิดเป็น 10 %) พอถึงเวลา 9.00 น. หมดเขตการรายงานตัวแล้ว มีผู้มาจับสลาก 365 คน ขณะที่คณะกรรมการกำลังตรวจลูกบอลเล็กๆ สีแดง 33 ลูก (ใครจับถูกถือว่าได้) ก็มีผู้มารายงานตัวอีก 2 คน ซึ่งกรรมการถามตัวแทนผู้ปกครองแล้ว เลยรับเป็น 2 คนสุดท้าย กลายเป็นผู้มีสิทธิ์จับสลาก 367 คน ดังนั้นจะต้องมีลูกสีขาวเท่ากับ 367-33= 334 ลูก

  การจับสลากเริ่มขึ้น นักเรียนเข้าแถวไปครั้งละ 10 คน ขึ้นไปจับสลากบนเวที คนที่ 1 จับได้สีแดง (ได้) หลังจากนั้นอีก 10 กว่าคนถึงจับได้สีแดงคนหนึ่ง

  ตอนฉันขึ้นไปจับสลากเหลือลูกสีแดง 6 ลูก แต่ฉันก็จับไม่ได้อีก พอลงจากเวทีแล้วคุณพ่อก็มารับ และรอลุ้นการจับสลากให้กำลังใจนักเรียนที่เหลือ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อปรากฏว่า ลูกบอลสีแดงเหลือมาถึง 2 คนสุดท้าย (ที่มาหลังกำหนด) และคนแรกของ 2 คนสุดท้ายเป็นคนจับได้ (อะไรจะโชคดีขนาดนั้น)

  เสร็จจากจับสลาก คุณพ่อพาฉันไปที่ห้องๆ หนึ่ง ซึ่งมีผู้ปกครองมารออยู่เต็ม 100 กว่าคน ฉันไม่ทราบว่ามาที่ห้องนี้ทำไม แต่พอทราบนิดหน่อยว่าพามาฝาก

  หลังจากนั้นคุณพ่อก็พามาสมัครสอบที่โรงเรียนเซนต์นิโคลาส ที่นี่มีคนมาสมัคร 200 กว่าคน เป็นการรับรอบ ๒ รอบแรกเขารับไปแล้ว 100 กว่าคน ในรอบ ๒ นี้ความจริงโรงเรียนเขาจะรับแค่ 50 คน แต่เมื่อมีคนมาสมัครมาก โรงเรียนจึงรับเพิ่มอีก

  ฉันต้องไปสอบ วันที่ 7 เมษายน (ไปกับคุณแม่) สอบเวลา 8 โมงเช้า ข้อสอบมี 50 ข้อ รวมทุกวิชา ฉันใช้เวลาทำข้อสอบเกือบ 2 ชั่วโมงก็เสร็จ แล้วเขาก็เชิญผู้ปกครองเข้าไปสัมภาษณ์ด้วย

  วันที่ 10 เมษายน ฉันไปดูผลสอบกับคุณพ่อ ทีแรกดูรายชื่อผู้สอบได้ไม่มีชื่อฉัน ฉันชักใจไม่ดี แต่คุณพ่อชี้ให้ดูว่า "ฉันสอบได้ที่ 50" จากจำนวนผู้สอบได้ 160 คน

     
     
   อันดับที่ 50 ...เด็กหญิง........คือฉันเอง  

  ตอนไปรายงานตัว (หลังจากดูผลสอบเสร็จ) คุณครูคนที่รับสมัครฉัน (และสัมภาษณ์ผู้ปกครอง)บอกว่า ถ้าโรงเรียนรับ 1 ห้อง ฉันก็จะสอบติดเป็นคนสุดท้าย.....ไชโย สอบได้แล้ว

     
 

 ข้อปฏิบัติของนักเรียน...ที่สอบได้รุ่น 2

 
   
     

   ฉันไปรายงานตัว และเสียเงิน ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการเรียน 5,550 บาท ค่าเรียนปรับระดับอีก 1,200 บาท (รวมเป็นเงิน 6,750 บาท) เสียค่าชุดพละ, กระเป๋านักเรียน อีกประมาณ 1,000 บาท ค่าหนังสือ,สมุดและแฟ้มสะสมงานอีก 1,000 กว่าบาท ค่าปกหนังสือ รวมแล้วคุณพ่อเอารายการมาให้ดูว่าวันนี้จ่ายเงินไปทั้งสิ้น 9,006 บาท (ไม่รวมเดินทางและค่าอาหาร)

     
 

 
 

 ภาพของฉันตอนไปมอบตัวที่โรงเรียนเซนต์นิโคลาส (คนซ้ายมือสุด)