ทุกวันนี้...เวลาฉันแก้ปัญหาไม่ได้ฉันจะนึกถึงคำของยาย
 |
เมื่อฉันเด็ก ๆ
เวลายายกลับมาจากตลาด
ฉันจะรีบออกไปรับและช่วยหิ้วตะกร้าให้ยายอย่างกุลีกุจอ
หวังเพียงเพื่อว่ายายจะซื้อขนมอะไรมาบ้าง ตามประสาเด็ก
ฉันจะรื้อตะกร้าของยาย โดยไม่สนใจข้าวของอย่างอื่นยกเว้นขนม
และทุกครั้ง ฉันจะเจอขนมในตะกร้าของยาย เป็นขนมชั้นบ้าง
ขนมเปียกปูนบ้าง ขนมถ้วยบ้าง ขนมลูกตาลบ้าง
แล้วแต่วันไหนยายอยากจะซื้อขนมอะไรมา
แต่ขนมทุกอย่างที่ยายซื้อมาฉันชอบหมด
และชอบมาจนทุกวันนี้
เมื่อฉันเห็นขนมเหล่านี้ ฉันจะนึกถึงยาย...
ขนมสมัยนั้น
ส่วนใหญ่จะห่อด้วยใบตองสด
กลัดด้วยไม้กลัดก้านมะพร้าวที่ตัดให้ปลายแหลม
ซึ่งฉันเองเคยตัดให้ยาย เวลายายจะทำขนมสอดไส้ให้พวกเรากิน
ยายบอกว่าพวกเรา หมายถึงพวกเราสี่คนพี่น้อง
กินจุจะตายไปซื้อของเขากินคงไม่ไหว...
ขนมบางอย่าง เช่น ขนมลูกตาล
เขาจะใส่ถุงพลาสติกใส
มัดหนังยางแน่นใส่ลมให้พอง ๆ ถุงป่อง
ขนมที่อยู่ในถุงก็สวยงามน่ารับประทาน
ฉันจะดีใจทุกครั้งที่ยายซื้อขนมลูกตาลเนื้อสีเหลือง
โรยมะพร้าวขูดเป็นเส้นหยาบ ๆ สีขาว มันหอมอร่อย
ฉันหยิบมีดมาตัดจุกถุงที่รัดแน่น
เพื่อจะได้รับประทานขนมที่ฉันโปรดปรานโดยเร็ว...
ยายจะดุฉันว่าทำอะไรอย่างนั้น...
รู้ไหมว่าคนที่ทำอะไรเอาแต่ง่ายเข้าว่านั้น จะไม่รู้จักแก้ปัญหา
การแกะหนังยางออกนั้นมันไม่เสียเวลาสักเท่าไร
ทำให้เรารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มานั้นต้องใช้ความพยายาม....
ถ้าเราไม่สามารถแกะหนังยางออกในวันนี้ได้....
วันหน้าเราจะแก้ปัญหาได้หรือ...
ตอนนั้นฉันคิดแค่เพียงว่ายายขี้เหนียว
ก็แค่ต้องการหนังยางไปไว้รัดของอย่างอื่นอีก
หรือไม่ก็เอาถุงที่ใส่ขนมไปล้างแล้วเก็บไว้ใช้ใส่อย่างอื่นอีก
เพราะฉันเห็นยายมักจะล้างถุงที่สะอาด ๆ
แล้วใช้ไม้หนีบผ้าหนีบก้นถุงแขวนไว้ตามรั้วบ้านเยอะแยะไปหมด
ทุกวันนี้...เวลาฉันแก้ปัญหาไม่ได้ฉันจะนึกถึงคำของยาย
ถ้าฉันไม่ใช้มีดตัดถุงวันนั้น
ฉันจะแก้ปัญหาวันนี้ได้ไหมหนอ...
|
สวัสดีครับคุณจินตนา
โดนครับอ่านเรื่องยาย แล้วนึกถึงยาย
ด้วยเหตุว่าเป็นหลานที่ยายเอ็นดูเพราะกำพร้าแม่
ตั้งแต่อายุ 4 วัน ยายสอนเพลงกล่อม
ยายสอนการการสังเกตุธรรมชาติ
ครั้งหนึ่งตอนเกิดวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก
ยายเอาอีโต้มาสับ นอพร้อมว่าคาถา
ยายสอนเรื่องคู่ครองแม่บ้าน ยายบอกว่า
พวกนาวง กอ ข้อ ขี้คร้านตั้งหม้อ ข้าวเย็นเรายัง ปลาลื่นเราขัง ปลาลังเราปิ้ง อย่าเอามาเป็นแม่บ้าน
ถ้ายายยังอยู่ถึงวันนี้เห็นทีไม่พักหาเมียเพราะแม่บ้านแกงถุงครับ
สวัสดีค่ะคุณจินตนา
อ่านแล้วคิดถึงยายค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีคะท่านผู้เฒ่าวอญ่า
เหตุการณ์มันเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่คำสอนของคนเฒ่าคนแก่เป็นเรื่องที่ต้องเก็บมาคิด
แกงถุงเป็นเรื่องปกติของสภาวะปัจจุบัน เศรษฐกิจยุคนี้แกงหนึ่งหม้อปาไปเท่าไร
แกง ๑ หม้อ = แกง ๔ ถุง
แม่บ้านของท่านคิดถูกแล้วที่เลือกแกงถุง เพราะได้ตั้ง ๔ อย่าง อิอิ
สวัสดีคะคุณณัชชา
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม
อ่านแล้วคิดถึงแม่ ยาย เหมือนกันค่ะ คุณพี่จินตนา ..
ตอนอยู่ที่กทม. จะซื้อกับข้าวแต่พอ มาอยู่บ้านเรา ทำกับข้าวกินเอง
รู้สึกถึงความแตกต่างเลยค่ะ .. กินได้เยอะขึ้นกว่าเดิมสามเท่าอีก
เพราะไม่เลี่ยน ... อิ่มอร่อยมื้อเย็นนะคะ ... แล้วจะส่งเมลไปค่ะ :)
สวัสดีค่ะคุณปู
เป็นธรรมดาค่ะคุณปูคนเรามักจะคุ้นเคยกับรสชาดอาหารที่เราทานมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย อาหารพื้นบ้านของใครก็ของใคร
คนอีสานก็ไม่ลืมรสชาดของปลาร้าส้มตำ
ชาวภูเก็ตก็ไม่ลืมรสชาดของน้ำพริกกุ้งเสียบ
ชาวเหนือก็คงไม่ลืมรสชาดของน้ำปู๋
ป๋าวอญ่าก็คงคิดถึงรสชาดของปลาร้า (ปลาดุกร้า พัทลุง อร่อยที่หนึ่งเลย)
ชาวนครศรีฯ ก็ไม่ลืมรสชาดแกงพุงปลา (แกงไตปลา)
อย่างพี่จินตนา(คนปัตตานี)ก็ไม่ลืมรสชาดของน้ำบูดู
พูดถึงอาหารพื้นบ้านแล้วคิดถึงบ้านค่ะ
ฮือ..ไม่เคยมียายเลย..ยายหน้าตาอย่างไรไม่รู้จัก..เพราะแม่บอกว่ายายเสียตั้งแต่แม่เป็นเด็กเล็กๆ
แต่..รู้และเข้าใจคำว่ายาย..เพราะแม่เป็นยายของหลานหลานหลายคน
ยายรักหลานหลานมาก..อ่านแล้วคิดถึงแม่ค่ะ..ขนาดอยู่ด้วยกันกับแม่แต่อ่านแล้วก็อดคิดถึงแม่ไม่ได้คะ..ฮือ
สวัสดีค่ะคุณ add
ขอบคุณคะที่แวะมาเยี่ยม
จะแม่หรือยายก็เป็นเพศหญิงที่มีจิตใจละเอียดอ่อน
สัญชาตญาณของเพศแม่มักจะห่วงใยลูกหลานเสมอ
วันนี้เห็นปูนาต้ม และลูกมะขวิดในตลาดแล้วคิดถึงยายจัง
สวัสดีค่ะคุณเมรี
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย
ขอให่มีความสุขกับวันหยุด ๓ วันติดต่อกันค่ะ