ที่ผ่านมาผมยุ่งมากๆได้รับเชิญให้ไปเป็นพิธีกร เป็นวิทยากร แต่ยังไม่มีใครเชิญไปเป็นมังกรเท่านั้น วันที่ 13 กุมภาพันธ์ นี้คณะกรรมการฯที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (มาปรึกษาก่อน)เชิญให้ไปเป็นผู้ดำเนินการอภิปรายเรื่อง อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ในฐานะคนปากจัด ซักคนอื่นแล้วเก่งมาก เขาเลยบอกว่าไปซักถามหน่อย พอวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เขาบอกปากดีนัก ช่วยไปเป็นพิธีกร ในงานการกุศลของมัสยิด นูรุลอิสลาม ที่ อ.น้ำพอง จ.ลูกกระติก(ขอนแก่น) ครับผม ต่อเรื่องเดิมนะครับ

        ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อหลายเชื้อชาติไทย น่าจะถูกต้องที่สุด ไทยแท้ๆถ้าจับตรวจดีเอ็นเอ น่าจะหาทำยายากมาก ความจริง ชนชาติมลายูได้เข้ามาอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ก่อนคนเปอร์เชีย คนเปอรเชียที่เข้ามาโดยการนำของท่านเฉกอะฮ์มัด นั้นทำให้มีการผสมกลมกลืนทางด้านชาติพันธุ์ และมีการเผยแพร่แนวคิดทางฝ่ายชีอะต์อย่างกว้างขวาง ปัจจุบัน ที่เจริญพาสน์ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ  เป็นแหล่งอาศัยของมุสลิมชีอะต์มาตั้งแต่สมัยอยุธยา แถบๆทุ่งครุก็มีมัสยิด ต่างจังวัดก็ที่นครศร๊ฯ พัทลุง ประเทศอิหร่าน เป็นประเทศที่มีนิกายนี้มากที่สุด จากนั้นก็อิรัก เลบานอน อัฟกันฯ อินเดีย ฯลฯ

       ในช่วงที่รอผู้นำแห่งกาลเวลา(อิมามุซซะมาน) ก็จะมีผู้ที่ทำการแทน (ซึ่งการค้นหา การคัดสรรค์ เป็นรายละเอียดจะไม่นำมากล่าวในที่นี้) ในโลกนี้ แต่ละกลุ่มของชีอะต์เขาจะมีอิม่ามที่ว่านี้ประมาณ 4 ท่าน มุสลิมชีอะต์ก็จะเชื่อฟัง ผู้นำดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งทางหลักการของศาสนาและการปฏิบัติตัวทางการเมือง การปกครอง แต่ถ้าพูดถึงผู้นำที่เด่นๆและได้รับการยอมรับมาก โลกรู้จักดี คืออยาตุลลอฮ์ ชัยยิดอิม่ามโคมัยนี ที่ล่วงลับไปแล้ว ส่วนท่านปัจจุบันคืออยาตุลลอฮ์ ชัยยิดอาลี  คามาเนอี คำว่าชัยยิดจะใช้นำหน้าบุคคลที่มีเชื้อสายที่สืบถึงท่านศาสดาเท่านั้น

        ผู้นำชีอะต์ในประเทศไทย ที่มีเชื้อสายที่สืบถึงท่านศาสดาก็มี แต่ผมไม่ทราบว่าทางด้านพ่อหรือแม่ ยังทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน คือท่านชัยยิดสุไลมาน สถาบันที่รู้จักดีของฝ่ายนี้คือสถาบันดารฺอะห์ลุลบัยตฺ อยู่ที่เจริญพาสน์ สถาบันส่งเสริมและวิจิยอิสลาม อยู่ที่เขตบางรัก ผมจะสนิทกับนักวิชาการของฝ่ายนี้หลายคน เช่น อ.อดุลย์  มานะจิตร ผศ.อิลยาส  เกียรติธารัย(ผมเชิญมาเป็นหนึ่งในผู้อภิปรายด้วยวันที่ 13 ร่วมกับ รศ.ดร.จรัญ  มะลูลีม)

          เราจะสังเกตุความแตกต่างของมัซฮับนี้ได้ในช่วงเทศกาล หรือการปฏิบัติศาสนกิจ จะมีรูปแบบบางอย่างแตกต่างกันบ้าง

          ซุนนี่ เป็นมัซฮับ(นิกาย)ที่มีผู้นับถือเป็นจำนวนมากที่สุด แนวคิดฝ่ายนี้ จะยึดหลักจากคัมภีร์อัล-กุรอาน ฮาดีส(วจะนะของท่านศาสดา) อิจติมะอฺ(มติส่วนใหญ่ของผู้ทรงความรู้) กิยาส(เทียบเคียง)จะมีการแตกแขนงแนวคิดไปอีกหลายแนวคิด ที่รู้จักกันดีคือ ๑.แนวคิดชาฟีอี(มัซฮับชาฟีอี)ส่วนใหญ่จะอยูที่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถวๆอินโดฯ มาเลเชีย บรูไน ร่วมทั้งประเทศไทยด้วย ท่านจุฬาราชมนตรีท่านปัจจุบันก็อย่ในแนวคิดนี้ ๒.แนวคิดฮัมบาลี จะอยู่แถวอาฟริกา ๓.แนวคิดมาลีกี  ๔.แนวคิดฮานาฟี จะอยู่แถวๆปากีสตาน อัฟกานิสตาน อินเดีย

          ในฝ่ายซุนนี่ ที่แตกแนวคิดออกไปส่วนใหญ่ จะเป็นในด้านหลักนิติศาสตร์อิสลาม ในหลักอื่นจะไม่แตกต่างกันมากนัก เช่นเดียวกันกับนักกฎหมายที่ตีความกฎหมายมาตราเดียวกัน แต่มีความเห็นคนละอย่างนั้นแหละครับ แต่ก็ยังสามารถใช้หลักการตีความของแนวคิดใดแนวคิดหนึ่งมาใช้ได้

           แต่ถ้าจะถามว่า สุนนี่-ชีอะต์ต่างกันมากหรือไม่ ท่านคงตอบได้แล้วนะครับ หลักที่เหมือนกันคือ พระเจ้าองค์เดียวกัน ท่านศาสดาเดียวกัน มีความแตกต่างกันตรงที่ต่อจากท่านศาสดา สุนนี่เชื่อรายงานที่มาจากคนที่ใกล้ชิด หรือฟัง ได้ยิน มาจากคนใกล้ชิด จะเป็นใครก็ได้ที่เชื่อถือได้ ส่วนชีอะต์ไม่รับจากใครนอกจากอะห์ลุลบัยต หรือคนที่ได้ยิน รับรู้มากจากอะต์ลุลบัยตเท่านั้น

           ถามว่าต่างกันมากไหม ทัศนะของผม ผมว่าไม่ต่างกันมากนัก หลักปฏิบัติศาสนกิจก็ไม่แตกต่างมาก ประเด็นใหญ่ๆแทบจะเหมือนกัน แต่ถ้าถามคนที่ยืนเป็นฝ่ายแบบเต็มที่ก็จะตอบว่าแตกต่าง ไม่ต้องคิดอะไรมาก เสื้อแดง กับเหลือง มีศรัทธาเดียวกันยังเอาเป็นเอาตายกันเลย

           แล้วเบดูอินอยู่ฝ่ายไหน ตอบได้เลยว่า ถ้าศึกษาทั้งสองฝ่ายอย่างใจเป็นกลางจริงๆ มันจะมีคำตอบ ว่าอิสลามมีอิสลามเดียว ไอ้ที่แตกแขนงกันนั้นมันยุคหลังๆทั้งสิ้น ผมก็เป็นซุนอะต์(สุนนี่+ชีอะต์)ด้วยประการะชะนี้แหละ เด็กหญิงแอ๊ด บินติเบดูอิน.....