เป็นปัญหาของการแก้ปัญหา ปัญหาที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องถ่องแท้แก้ไข พร้อมๆ กับต้องใช้พฤติกรรมของการแก้ไขที่ถูกต้องสอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาของการแก้ปัญหา (การศึกษาไทย)
ศิวกานท์ ปทุมสูติ


รอบๆ ทุ่งสักอาศรมมีทั้งไร่อ้อยและนาข้าวโอบล้อม ได้เคยแอบเรียนรู้จากการสังเกตว่าคนทำไร่อ้อยในผืนที่ดินติดกัน ลักษณะดินเหมือนๆ กัน ไถวันเดียวกัน ปลูกวันเดียวกัน แต่อ้อยเจริญงามไม่เหมือนกัน อ้อยของคนหนึ่งงามสมบูรณ์ดี ขณะอ้อยของอีกคนหนึ่งงามเป็นหย่อมๆ ตายเป็นหย่อมๆ 

เมื่อสังเกตลึกลงไปในรายละเอียดอีกก็พบว่า อ้อยแปลงที่เจริญงามดีนั้นเจ้าของใส่ใจในรายละเอียดของการดูแลบำรุงรักษาเป็นอย่างดีทุกขั้นตอน เหมาะสมตามเวลา และต่อเนื่อง ส่วนอ้อยแปลงที่ไม่เจริญงามสมบูรณ์เท่าเทียมกันนั้นเจ้าของค่อนข้างละเลยในรายละเอียดของการดูแล อีกทั้งยังขาดความต่อเนื่อง ดังนั้นแม้จะลงทุนวิดน้ำใส่ปุ๋ยคล้ายๆ กัน แต่ในเวลาที่ไม่เหมาะสม วิธีการที่ไม่ถูกต้อง และไม่ต่อเนื่องอย่างพอเหมาะพอดี ผลก็ไม่เหมือนกัน

การแก้ปัญหาใดๆ ในชีวิต ครอบครัว สังคม และประเทศชาติก็เช่นเดียวกัน หากแก้ปัญหาไม่ถูกต้องแท้ และแม้ถูกต้องแต่ไม่ต่อเนื่อง ผลก็ไม่เป็นไปอย่างที่หวังและตั้งใจ...

เป็นปัญหาของการแก้ปัญหา ปัญหาที่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องถ่องแท้แก้ไข พร้อมๆ กับต้องใช้พฤติกรรมของการแก้ไขที่ถูกต้องสอดคล้องกันอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปัญหาของการศึกษาไทยที่จำเป็นต้องเร่งกระทำการแก้ไขอย่างจริงจัง ที่อาจต้องกำหนดนโยบายเป็นวาระแห่งชาติวันนี้มีอยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน คือ
๑.ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
๒.ปัญหาความไม่รักการอ่าน
๓.ปัญหาการคิดไม่เป็น


ปัญหาแรกเรื่องการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเด็กไทยทุกภูมิภาคนั้น สาเหตุสำคัญมาจากการจัดกระบวนการเรียนการสอนของครูผู้สอนภาษาไทยไม่ถูกต้องตามวิถีและธรรมชาติของภาษาไทย หรือแม้อาจสอนถูกต้องบ้างแต่ไม่ต่อเนื่องสมบูรณ์ในกระบวนการทางทักษะ มิหนำซ้ำผู้บริหารโรงเรียนบางท่านก็ไม่ได้ให้ความสำคัญแบบลงลึกในการติดตามปัญหา รวมถึงไม่เข้าใจในวิถีที่ถูกต้องถ่องแท้ จึงไม่สามารถดำเนินการแก้ปัญหาให้บรรลุถึงสัมฤทธิผลที่แท้จริงได้

ปัญหาที่สองเรื่องความไม่รักการอ่านของเด็กไทย เป็นปัญหาที่กระทรวงศึกษาธิการได้พยายามอย่างยิ่งยวดมาตลอดที่จะแก้ไขและพัฒนา แต่ก็ยังไม่เกิดสัมฤทธิผลในภาพรวมแท้จริงเท่าไรนัก สาเหตุสำคัญของปัญหาที่เรื่องนี้แก้ไขและพัฒนายากก็เพราะครอบครัวไทยยังไม่รักการอ่าน และครูไทยในภาพรวมก็ยังไม่รักการอ่าน เด็กจึงขาดต้นแบบชีวิตที่จะกระตุ้นเร้าแรงบันดาลใจและหล่อหลอมพวกเขา เมื่อพ่อแม่และครูไม่รักการอ่านก็จะไม่รู้ว่าวิธีการที่จะทำให้เด็กๆ รักการอ่านได้อย่างแท้จริงนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง ทุกวันนี้จึงมักทำๆ กันตามนโยบายและโครงการที่สักแต่ว่าได้ภาพมากกว่าได้ผล แม้หลายกิจกรรมจะได้ผลดีอยู่บ้างแต่ก็ขาดความต่อเนื่อง ความรักการอ่านจึงมักไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นลูกโซ่ที่ยั่งยืนในวิถีของสถานศึกษาแต่ละแห่งได้ 

ปัญหาที่สามเรื่องการคิดไม่เป็น เรื่องนี้ไม่ใช่มีความหมายแค่วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เท่านั้น หากแต่ความหมายของคำว่าคิดเป็นต้องครอบคลุมถึงทุกวิชาที่ก่อให้เกิดกระบวนการคิดเป็นแก่ผู้เรียน จนกระทั่งการคิดเป็นนั้นเกื้อกูลการใช้ชีวิตและแก้ปัญหาชีวิตในสถานการณ์ต่างๆ อย่างมีวิธีคิดที่ดีได้แท้จริงด้วย ปัญหานี้หนักหนาสาหัสกว่าสองปัญหาแรก สร้างเสริมยากกว่าการอ่านออกเขียนได้และความรักการอ่านเป็นหลายเท่าทวีคูณ สาเหตุสำคัญของปัญหานี้เกิดจากความไม่รักการอ่าน ความไม่ใฝ่รู้ และไม่ได้รับการปลูกฝังสั่งสมทักษะกระบวนการคิดอย่างต่อเนื่องจริงจัง ครูไทยถนัดแต่การสอนแบบบอกความรู้และอธิบายความรู้ ไม่ถนัดและไม่แสวงหาศิลปะกระบวนการของการจัดการเรียนการสอน ไล่เรียงจากระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัยได้เลย ภาพรวมเป็นไปคล้ายๆ กัน ชั่วโมงแห่งการบอกและอธิบายความรู้มีน้ำหนักมากกว่าชั่วโมงของการปฏิบัติ เรียนรู้ แก้ปัญหา สังเกตและพัฒนา

อย่างไรก็ตามทั้งสามปัญหานี้ไม่ได้เป็นปัญหาที่เกินกำลังของการจัดการศึกษาเพื่อแก้ไขและพัฒนา โดยเฉพาะปัญหาแรกเรื่องการแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นั้น ถ้าจัดครู ป.๑ ที่ถูกคนและสอนถูกต้องตามวิถีและธรรมชาติของภาษาไทยอย่างแท้จริงแล้ว เด็กที่ขึ้นชั้น ป.๒ ทุกคนจะอ่านออกเขียนได้อย่างแน่นอน ในส่วนของเด็กตั้งแต่ชั้น ป.๒ ขึ้นไปที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ แก้ปัญหาได้ภายใน ๔ เดือนเท่านั้น ดังที่ทุ่งสักอาศรมได้เคยนำเสนอรายละเอียดนี้ไปแล้ว 

การแก้ปัญหาความไม่รักการอ่าน เริ่มแรกต้องสร้างเสริมและปลูกฝังความรักการอ่านแก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนก่อน จากนั้นจึงค่อยปลูกฝังสร้างเสริมแก่นักเรียนและจัดทำโครงการร่วมมือกับผู้ปกครองของนักเรียน เท่าที่ทำได้อย่างมีกระบวนการต่อเนื่อง ขยายเครื่อข่ายไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นการอ่านในวิถีชีวิต เรื่องนี้คงต้องขยายรายละเอียดของการจัดกระบวนการการเรียนการสอนกันอีกในโอกาสต่อไป 

ท้ายที่สุดเรื่องการจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังกระบวนการคิด ต้องกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาของการเรียนการสอนในทุกวิชา ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย ดำเนินการควบคู่ไปกับกระบวนการอ่าน จนการอ่านและการคิดเป็นหนึ่งเดียวกันในชีวิต ซึ่งเรื่องนี้จะสัมฤทธิ์ผลได้แท้จริงก็ต่อเมื่อครูรักการอ่าน ครูคิดเป็น และครูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนเท่านั้น...นี่แหละครับปัญหาของปัญหาที่แก้ยากที่สุด แต่ก็แก้ได้ครับ ถ้าผู้บริหารจะเอาจริงเอาจัง พร้อมดำเนินการอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง 


หากโรงเรียนใด หรือเขตพื้นที่การศึกษาใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถติดต่อทุ่งสักอาศรมได้ที่ โทร.๐๘๑-๙๙๕๖๐๑๖ หรือ Email : tungsakasome@yahoo,com