สำหรับในช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปีช่วงนี้จัดได้ว่าต้องมี "งาน" สำหรับวันที่ดอกงิ้วบาน...

ในที่มีมี "ต้นงิ้ว" ต้นใหญ่ยืนตระหง่านอยู่จำนวน ๓ ต้น ซึ่งแต่ละต้นอายุ อานามไม่น่าจะต่ำกว่าห้าสิบปี

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกงิ้วทั้งสามต้นนั้นบานสะพรั่ง สีแดงสดใส ตัดกับสีฟ้าดูน่าชม

เมื่อดอกงิ้วบานอย่างเต็มที่ ก็ถึงนาทีที่ต้องร่วงหล่น แล้วนั่นก็คือ "งาน" ของพวกเรา

งานเก็บ งานกวาด เป็นหน้าที่จักต้องทำเสมอทั้งเช้าเย็น

 

แต่ครั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน มีนักศึกษามีเข้าค่าย พักแรม ปฏิบัติธรรม ณ สถานที่แห่งนี้ นอกจากที่เขาจะได้งานปฏิบัติธรรมด้านจิตด้านใจแล้ว เขายังแบ่งเวลาว่างมาเก็บดอกงิ้วเหล่านี้เอาไปเพื่อรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม

นักศึกษาท่านนั้นได้เล่าให้เราฟังว่า...

"ดอกงิ้วนี้ ถ้าขายสด ๆ ในตลาดเขาขายกันขยุ้มหนึ่งสิบบาทมีแค่ไม่กี่ดอก แต่ที่เขาเก็บไปนี้จะเก็บไปตากแห้ง ถ้าตากให้แห้งสนิทดีแล้วก็สามารถเก็บไว้ได้เป็นปี"

 

 

ดอกงิ้วนี้เขาใช้ทำอะไรเหรอ...?

"ทำน้ำเงี้ยว..."

อ้อ... ขนมจีนน้ำเงี้ยว...?

"ครับ ในหนึ่งดอกนี่จะมีประมาณ 6 ช่อ เขาจะฉีกออกไปช่อ ๆ แล้วใส่ลงไป หม้อหนึ่งใส่ไม่เยอะครับ ใส่พอประมาณ..."

 

แล้วในทุก ๆ วันของช่วงที่มีการอบรมนั้น พวกเราเองแทบจะไม่ได้กวาดถนนในบริเวณนั้นเลย เพราะว่าพวกพี่ ๆ นักศึกษาเขาเก็บกวาดดอกงิ้วให้เราอย่างสะอาดตา

ตอนท้ายพี่เขายังเล่าให้ฟังอีกว่า...

"ตอนนี้ต้นงิ้วหายากครับ ถูกตัดเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์หมด ดอกงิ้วก็เลยหายากไปด้วย..."

วัฒนธรรมทางด้านอาหารของชาวเหนือที่ขึ้นชื่อ คือ "น้ำเงี้ยว" เป็นสิ่งที่คนทั้งในและนอกประเทศต่างประจักษ์ถึงรสชาติที่แปลกและแสนอร่อย

วันนี้เมื่อยังมีดอกงิ้วบาน ก็ย่อมมีงานทั้งคนเก็บ คนขาย คนปรุง คนตาก คนใช้ คนจ่าย และคนกิน

"งาน" สำหรับวันดอกงิ้วบานในวันนี้ ล้วนแล้วแต่ทรงคุณค่าอย่างเอนกอนันต์ เพราะนั่นคือวัฒนธรรมแห่งสังคมไทย...