วันนี้ขอตอบคำถามที่ดิฉันถูกถามบ่อย ๆ ว่า อัจฉริยะสร้างได้จริงหรือ ถามไม่ยาก แต่ตอบค่อนข้างยาก เพราะบนทฤษฎีพัฒนาการสมองสามารถสร้างอัจฉริยะได้จาก ศักยภาพของพันธุกรรมบวกกับศักยภาพของการบ่มเพาะเลี้ยงดู แวดล้อมต่าง ๆ แล้วอะไรสำคัญกว่ากัน คำตอบคือพอ ๆ กัน แต่ให้ความสำคัญที่การเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมมากกว่า นั่นหมายความว่าลูกไม่เก่ง ไม่ได้มาจากพ่อแม่ไม่เก่งเสมอไป พ่อแม่ เก่ง ลูกอาจไม่เก่งก็ได้
สมองมีศักยภาพมากนะคะ ถ้าเราส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มแรก (ปฐมวัย) ให้ดี เช่น สอนให้เด็กมีกระบวนความคิด มีทักษะในการคิด ช่างสังเกต ชนิด "คิดได้คิดเป็น" ตามช่วงวัย แค่นี้เมื่อเขาก้าวย่างไปในช่วงวัยต่าง ๆ เขาก็สามารถผ่านแต่ละวิกฤติได้ดีทีเดียว เช่น คุณครูหรือผู้ดูแลต้องรู้ว่าสมองของเด็กปฐมวัยนั้นเขาพร้อมในทักษะกล้ามเนื้อ และมีพัฒนาการสมองส่วนอารมณ์สมบูรณ์กว่าส่วนเป็นเหตุเป็นผล คิดนำแล้วทำอาจไม่ง่าย แต่ไม่ใช่ทำไม่ได้ ดังนั้นการปฏิบัติจึงเอาอารมณ์นำ แต่เป็นอารมณ์ความสุข เริ่มจากการเล่น ร้องเพื่อกระตุ้นอารมณ์เคลิ้มสุข ดึงความสนใจมาที่ครู หรือผู้ดูแล แล้วค่อยเข้าสู่วิชาการง่าย ๆ สนุก ๆ วาดรูป ขีด เขียน อย่าลืมว่าสั้น ๆ นะคะ เพราะวัยนี้สมาธิไม่ยาวนัก แล้วถ้าเขาขีดเขียนผิดอย่ารีบไปดุเขา พูดคุย ถามไถ่ อาจได้จินตนาการใหม่ของเขา เพราะถ้ารีบไปดุแล้วเขาสะเทือนใจ คราวต่อไปไม่สนุกแล้ว ระแวงว่าถ้าทำอีกจะผิดไหม ไม่กล้าคิด กลัว สุดท้ายก็เป็นการทำตามสั่งได้เท่านั้น
ครูและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยต้องใจเย็นมาก มาก อ่อนโยน ช่างสังเกต รู้จังหวะในการกระตุก กระตุ้นศักยภาพ และเชื่อมต่อผู้ปกครอง ทำความเข้าใจผู้ปกครอง และโน้มน้าวให้ผู้ปกครองช่วยกระตุ้นต่อเนื่องที่บ้านด้วย ดิฉันเองก็ไม่ใช่อัจฉริยะ แต่ผ่านวิกฤตต่าง ๆด้วยการคิดบวก ถามว่าทำได้อย่างไร ตอนวัยเด็กก็เป็นเด็กที่เติบโตมากับคุณยาย เพราะคุณพ่อคุณแม่รับราชการต่างจังหวัดเมื่อคลอดเสร็จก็ฝากคุณยายเลี้ยงและเข้าเรียนอนุบาลหนึ่ง (4 ขวบ)โรงเรียนเอกชนในเมืองนนท์ของครูล้วน ควันธรรม (อดีตนักประพันธ์เพลงโด่งดัง) ครูล้วนชอบเล่นเปียโนและร้องเพลงให้เด็กฟัง เป็นครูใหญ่ที่เดินตรวจทุกห้องทั้งเช้าและเย็น เด็ก ๆ ท่องอาขยานภาษาอังกฤษ(ยาก ง่าย ตามช่วงชั้น) ทุกเช้าและเย็น ร้องเพลงก่อนกลับบ้านวันศุกร์
" พบกันใหม่ พบกันใหม่ จากกันไป วันจันทร์กลับมา Holiday LA LA LA หนึ่งสัปดาห์ เราหยุดสองวัน เสาร์ อาทิตย์ ฉันคิดถึงเธอ ฉันนอนละเมอหัวใจไหวหวั่น จากกันไปแล้วเมื่อไหร่จะพบกัน จากกันไปแล้วเมื่อไหร่จะพบกัน พอถึงวันจันทร์แล้วค่อยมาพบกันใหม่" แล้วก็ซ้ำไหม่อีกหนึ่ง รอบ สนุกมาก ดิฉันจำไม่ลืมเลยทั้งที่ผ่านมาเกือบ 40 ปีแล้ว อย่างนี้ทำให้เด็กมีความสุขที่โรงเรียน อยากมาโรงเรียน คุณครูทุกคนใจดี ใครไม่มาโรงเรียนครูจะรู้และใส่ใจ ถามไถ่ ไม่ละเลย ดิฉันถูกบ่มเพาะช่วงปฐมวัยด้วยอารมณ์ดี สนุกสนาน มองโลกในด้านบวก ใส่บาตร ไปวัดกับคุณยายเสมอ มีระเบียบวินัยเพราะคุณยายจะระเบียบมาก ตรงนี้เป็นฐานของชีวิตในวันนี้จริง ๆ คราวหน้ามาคุยเรื่องอัจฉริยะแต่ละด้านกันดีกว่าค่ะ ....พบกันใหม่....
อิจฉาพี่เหม่ง อิอิๆๆ เชื่อว่าสร้างได้นะครับ คิดถึงๆๆๆ
ขอบคุณค่ะอาจารย์ขจิต อาจารย์ก็เป็นอัจฉริยะนะพี่ว่า