พันคำ ขับรถเข้าไปในวัดท่าตอนครับ ทางชันมากๆๆ แล้วบันทึก เจ้าแม่กวนอิมมาฝาก (ขออภัยมีเสียงรบกวน)

เพื่อให้ได้สาระบ้าง ก็มีเกร็ดแนบด้วยครับ

"....คำว่า อวโลกิเตศวร มีหลายความหมาย เป็นคำสันสกฤตสองคำคือ อวโลกิต กับ อิศวร แปลได้ว่าผู้เป็นใหญ่ที่เฝ้ามองจากเบื้องบน หรือพระผู้ทัศนาดูโลก ซึ่งหมายถึงเฝ้าดูแลสรรพสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์นั่นเอง

นักวิชาการชาวเยอรมันอธิบายว่า พระโพธิสัตว์องค์นี้ทรงเป็นสมันตมุข คือ ปรากฏพระพักตร์อยู่ทุกทิศอาจแลเห็นทั้งหมด ทรงเป็นผู้ที่สามารถบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ คืออาจจะเป็นพระพุทธเจ้าเมื่อใดก็ได้ แต่ทรงยับยั้งไว้เนื่องจากความกรุณาสงสารต่อสรรพสัตว์

คำว่า อิศวร นั้น เป็นเสมือนตำแหน่งที่ติดมากับพระนามอวโลกิตะ จึงถือได้ว่าทรงเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์เดียวที่มีตำแหน่งระบุไว้ท้ายพระนาม ในขณะที่พระโพธิสัตว์พระองค์อื่นหามีไม่ อันแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และความสำคัญยิ่งของพระโพธิสัตว์พระองค์นี้

พุทธศาสนิกชนชาวจีนจะรู้จักพระโพธิสัตว์พระองค์นี้ในพระนามว่า กวนซีอิม หรือ กวนอิม ซึ่งก็มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤต คือผู้เพ่งสดับเสียงแห่งโลก แต่โดยทั่วไปแล้วมักให้อรรถาธิบายเป็นใจความว่าหมายถึง พระผู้สดับฟังเสียงคร่ำครวญของสัตว์โลก (ที่กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์)" (ตัดมาจาก วิกิพีเดียไทย ดัดแปลงเล็กน้อยให้กระทัดรัด)

สังเกตว่า พระพักตร์พระโพธิสัตว์ ที่วัดท่าตอนนั้น สร้างอยู่ในตำแหน่งที่สูง และมาก้มลงมาที่เมือง จะเห็นสะพานท่าตอนด้วย

ท่านทรงกำลังสดับรับฟังเสียงของโลก

รู้สึกว่าผู้คนที่นี่จึงมีความสุข และร่มเย็นครับ

 

อ้างอิงและข้อมูลมากขึ้นไปที่

พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (วิกิพีเดีย ไทย)