ผมมีคำถามว่าควรมีการวิจัยเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านอุดมศึกษาหรือไม่ การวิจัยเพื่อเป้าหมายนี้ควรมีคำถามวิจัยว่าอย่างไรบ้าง และควรเผยแพร่ผลการวิจัยนี้อย่างไร เผยแพร่ทางสื่อชนิดใดบ้าง ท่านผู้อ่านมีความเห็นอย่างไร กรุณาบอกผมบ้างนะครับ
ตามความเห็นของผม (ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือไม่) โจทย์วิจัยคือจุดแข็งจุดอ่อนของหลักสูตร จำแนกตามสถาบัน และจำแนกตามค่าใช้จ่ายที่ผู้เรียนต้องจ่าย เพื่อให้ “ผู้บริโภค” ทราบคุณค่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่าย ของแต่ละหลักสูตร เปรียบเทียบตามสถาบัน
เป้าหมายคือ เพื่อให้ผู้เรียนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ คือทำให้การเลือกเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาเป็น informed decision หรือ informed choice มากขึ้น เป็นการวิจัยเพื่อสื่อสารต่อผู้เรียน หวังว่าจะมีผลทำให้คุณภาพของอุดมศึกษาในภาพรวมดีขึ้น
ในระยะแรกน่าจะเลือกวิจัยหลักสูตรที่มีผู้เรียนจำนวนมากเสียก่อน เพราะน่าจะวิจัยง่าย และคุ้มค่าต่อการลงทุนวิจัย และหวังว่าผลการวิจัยและการเผยแพร่ผลการวิจัย จะช่วยให้เกิดการปรับปรุงหลักสูตร
จุดสำคัญที่ต้องการเก็บข้อมูล คือ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้มากน้อยแตกต่างกันอย่างไรในต่างสถาบัน การเรียนรู้มีความลึกและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงแค่ไหน อาจารย์เอาใจใส่และมีความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้มากน้อยแค่ไหน นักศึกษาจะได้เพื่อนที่มีลักษณะอย่างไร และจะเข้าไปอยู่ในสังคมมหาวิทยาลัยที่มีลักษณะอย่างไร และเมื่อจบออกมาแล้วนักศึกษาส่วนใหญ่จะเข้าไปทำงานอะไร
การเผยแพร่ผลการวิจัยน่าจะบอกภาพรวม และหลักสูตรที่อยู่ใน percentile ที่ ๘๐ ขึ้นไป คือเผยแพร่หลักสูตรที่คุณภาพสูง ไม่ประจานหลักสูตรที่คุณภาพต่ำเป็นรายๆ
ผมหยิบยกเรื่องนี้มาลงบันทึกเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้สนใจเข้ามาช่วยกันตั้งโจทย์ และให้คำแนะนำวิธีการวิจัย รวมทั้งให้นักวิจัยที่สนใจทำงานด้านนี้ได้เข้ามาแสดงความจำนง และเล่าประสบการณ์ของตน หากจะมีการดำเนินการจริงๆ ก็จะทำได้ไม่ยากนัก
วิจารณ์ พานิช
๒ ม.ค. ๕๒
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
คาดว่าปัจจุบัน เงินที่ต้องจ่ายเพื่อการศึกษา โดยเฉพาะภาคพิเศษ
เป็นภาระใหญ่ของหลายครอบครัว
ไม่น้อยกว่าปัจจัย4อื่นๆ ที่ต้องเผชิญอยู่แล้วเลย
โครงสร้างต้นทุน การกำหนดราคา และ Product Liability
ยังไม่มีใครศึกษาตีแผ่ ในฐานะนักการตลาด สนใจประเด็นนี้จังเลยค่ะ