ใครจำกลอนบทนี้ได้บ้าง



แสนเสียดาย นันทา ที่น่ารัก
ชะล่านัก เลี่ยงออก นอกถนน
มัวแต่เพลิน ปลาบปลื้ม จนลืมตน
ถูกรถยนต์ แล่นทับ ดับชีวา

หลายท่านคงเคยอ่านบทกลอนนี้ หรือเคยอ่านหนังสือที่มีกลอนบทนี้มาแล้ว หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออ่านสำหรับเด็ก น่าอ่านมากครับ

Animal500px

 

ลูกสัตว์ต่างๆ เป็นหนังสือสำหรับเยาวชน ผู้แต่งคือ นายกี่ กีรติวิทโยลาร ขุนสรรคเวทย์ และ ขุนศึกษากิจพิสัณท์ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ เคยใช้เป็นหนังสืออ่านชุดภาษาไทย ตามหลักสูตรประโยคประถมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช ๒๕๐๓ ในภายหลังใช้เป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติมกลุ่มทักษะฯ ภาษาไทย ตามหลักสูตรประถมศึกษา พุทธศักราช ๒๕๒๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๓๓) ด้วย

หนังสือ '''ลูกสัตว์ต่างๆ''' นี้ ฉบับที่เคยอ่านครั้งแรกสมัยเด็ก เป็นหนังสือขนาด ๑๖ หน้ายก เนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตของลูกสัตว์ต่างๆ ตามชื่อเรื่อง ได้แก่ ลูกกบ, ลูกแมว, ลูกวัวสามตัว, นกพิราบ, แม่ไก่ดื้อ, แมวและลูกกระรอก และเรื่องสุดท้าย คือ ลูกหมา

เรื่องของลูกสัตว์บางเป็นเรื่องเศร้า มีการจากพรากในตอนจบ เข้าใจว่าผู้แต่งต้องการให้เด็กที่อ่านมีความเมตตาต่อสัตว์ เป็นการกล่อมเกลาทางจิตใจอย่างแนบเนียน บางเรื่องก็เล่าถึงอากัปกิริยาต่างๆ ของสัตว์ได้อย่างน่ารัก

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ คือการใช้ภาษาที่ไพเราะ สละสลวย ประโยคกระชับ เข้าใจง่าย ไม่เยิ่นเย้อ ให้ภาพพจน์ที่ชัดเจน เช่น จากเรื่อง '''ลูกกบ'''

''มีสระแห่งหนึ่ง ไม่สู้จะกว้างใหญ่นัก เวลาลมพัด น้ำในสระเป็นระลอกคลื่นน้อยๆ ทยอยเข้ากระทบฝั่ง ต้นหญ้าที่ขอบสระ โอนเอนไปมาจนใบเสียดสีกัน ในสระนี้มีไข่เม็ดเล็กสีดำๆ ลอยอยู่แพหนึ่ง คือไข่กบ มีลูกกบตัวเล็กๆ อยู่ในไข่นั้น มันนอนอยู่เหมือนเด็กอ่อนๆ นอนเปล แต่เปลของมันไม่เหมือนเปลเด็ก เป็นวุ้นกลมๆ ใสๆ หุ้มตัวลูกกบอยู่ ลูกกบโตวันโตคืน''


ลองอ่านอีกเรื่อง '''ลูกแมว'''

''ลูกแมวตัวหนังชื่อสำลี รูปร่างของมันน่ารัก ตัวกลมหน้าแป้น มันชื่อสำลี ก็เพราะขนของมันเป็นปุยนุ่ม สีขาวเหมือนสำลี มันชอบวิ่งตะครุบหลอดด้าย แล้วเขี่ยให้กลิ้งไปมาบนพื้น มันฉลาดและว่องไว มันชอบนอนกับแม่ของมันที่หน้าเตาไฟในครัว เมื่ออดนมแล้วมันหัดกินข้าว แม่ของมันสอนให้มันจับหนูด้วย''



เรื่องที่น่าเศร้า ก็คือ เรื่อง '''แม่ไก่ดื้อ''' (ไม่ใช่ลูกไก่อย่างชื่อเรื่อง แต่เป็นแม่ไก่)

''แม่ไก่ลายตัวหนึ่งชื่อนันทา มีขนสีขาวกับสีดำสลับกัน มันชอบอยู่ที่สนามหน้าบ้าน บ้านนั้นมีรั้วสังกะสีล้อมรอบ และประตูรั้วปิดอยู่เสมอ นันทาจะออกไปที่ถนนก็ไม่ได้ มีต้นมะม่วงและต้นมะลิอยู่รอบสนาม กรงของนันทาอยู่ใต้ต้นมะม่วงนั้น กรงนั้นทำด้วยไม้ทาสีแดง ข้างประตูกรงมีอ่างใส่น้ำตั้งไว้ให้มันกิน เจ้าของไก่ตัวนี้คือ เด็กหญิงสองคนพี่น้อง คนพี่ชื่อดารา คนน้องชื่อรุจี''

เรื่องราวดำเนินไปได้ดี แต่ทว่า สุดท้าย แม่ไก่ดื้อหนีออกไปจากรั้วบ้าน จนเกิดเรื่องเศร้าขึ้น ตามคำกลอนที่สองพี่น้องเขียนขึ้นนี้

เพื่อเป็นที่ระลึกถึงนันทา

แม่ไก่ที่รักยิ่งของเรา

แสนเสียดาย นันทา ที่น่ารัก
ชะล่านัก เลี่ยงออก นอกถนน
มัวแต่เพลิน ปลาบปลื้ม จนลืมตน
ถูกรถยนต์ แล่นทับ ดับชีวา

นิจจาเอ๋ย เคยเห็น ทุกเย็นเช้า
กลับเหลือแต่ กรงเปล่า ไม่เห็นหน้า
เคยวิ่งเล่น ด้วยกัน ทุกวันมา
ช่างทิ้งข้า เปลี่ยวเปล่า เศร้าใจเอย



เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องน่ารักๆ ของ เจ้าโต ลูกหมาอายุหกเดือน ในเรื่อง '''ลูกหมา'''

''ลูกหมาตัวหนึ่งชื่อโต มันมีอายุได้หกเดือน ตัวเตี้ยนิดเดียว มันมีขนยาวปุกปุยสีด่างดำขาว หางเป็นพวงคล้ายหางกระรอก มันเล่นอะไรแปลกๆ ได้หลายอย่าง เพราะมันค่อนข้างฉลาด มันอาจยืนสองขาเอาหลังพิงฝาแล้วคาบไม้ ทำทีเหมือนคาบกล้องยาก็ได้ มันชอบกินอ้อย เมื่อเห็นใครกินอ้อยมันจะเดินเข้าไปหา แล้วหมอบลงทำท่าขอกินบ้าง เมื่อมันได้อ้อยสักชิ้นหนึ่ง มันจะอมไว้ในปากก่อนแต่ยังไม่เคี้ยว จนกว่าเจ้าของอ้อยจะพูดว่า "กินได้ละเจ้าโต" มันจึงจะเคี้ยวและกลืนหมดทั้งน้ำทั้งชาน''


หนังสือเล่มเดิมที่เคยอ่านนั้น เด็กๆ พอจะท่องจำกันได้บ้าง เพราะทั้งอ่านเอง ทั้งมีคนอ่านให้ฟัง จนนับครั้งไม่ถ้วน ย้ายบ้านหลายครั้ง ก็หายไปเป็นธรรมดา เที่ยวตามหาได้ที่ร้านศึกษาภัณฑ์ฯ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๖ เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔ ราคา ๒๕ บาท แต่เป็นขนาด ๘ หน้ายก

ท่านที่สนใจ แต่หาอ่านไม่ได้ สามารถอ่าน และฟัง เรื่องลูกสัตว์ต่างๆ ได้จากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ของ  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จัดทำไว้ได้น่าสนใจ ที่นี่

ชอบแล้วก็ช่วยบอกต่อนะครับ หนังสือเล่มนี้อยากให้อ่านกันมากๆ โดยเฉพาะเด็กๆ เยาวชน เพื่อจะได้มีจิตใจอ่อนโยน และยังซึมซับการใช้ภาษาที่ประณีตงดงามด้วย