ในช่วงหัวค่ำวันนี้ (๒๕ มกราคม ๒๕๕๒) องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ ได้มีเมตตามอบ "ธรรมะ" เพื่อให้เราไปบอก ไปขยาย ไปผ่องถ่ายให้กับคณะนักศึกษาปริญญาโทที่เข้ามาปฏิบัติธรรมในสถานที่แห่งนี้ คือ

๑. ในประเทศ ในชุมชน ในหมู่บ้าน ในครอบครัว มีความต้องการบุคคลที่เป็นคนดี คนเก่ง และมีคุณธรรม คนที่จะเก่ง คนที่จะมีความสามารถก็อยู่ที่การเรียน การศึกษา การค้นคว้า

๒. เราเก่ง อย่างเดียว มีความสามารถอย่างเดียวไม่พอจะต้องมีคุณธรรมด้วย

คุณธรรมคืออะไร...?

คุณธรรมคือความซื่อสัตย์ สุจริต มีความกตัญญูกตเวที เป็นคนเคร่งครัดในศาสนาในภาคปฏิบัติ
คุณธรรมจะเกิดได้ก็เกิดจาก “ภาคปฏิบัติ”
เกิดจากพื้นฐานการมีศีล ๕ ทำวัตร สวดมนต์ นั่งสมาธิ ปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเรา "เหมือนกับเราบริโภคปัจจัยทั้ง ๔"
ข้อวัตร ข้อปฏิบัติของเราเป็นเงาตามตัว เราจะย่อหย่อนละเลยไม่ได้
เราก็เว้นอบายมุข เช่น เป็นคนชอบดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ เล่นการพนัน ลุ่มหลงในอบายมุข สิ่งเหล่านี้เราต้องไกลห่าง เราต้องไม่ทำ
 
๓. เราต้องเป็นคนเสียสละ เพราะในครอบครัวเรานี้ทุกคนต้องการให้เราเป็นคนดี เป็นคนประพฤติดี และว่า "พ่อแม่ก็เปรียบเหมือนพระอรหันต์ของลูก" เราต้องเป็นแบบอย่าง เป็นตัวอย่าง

๔. ให้ความเมตตาต่อบุตร ธิดา ภรรยา ญาติพี่น้อง วงศ์ตระกูล หรือเพื่อนร่วมงาน ร่วมกิจการ
คนส่วนใหญ่นี่ลืมไปนะ ลืมภรรยา ลืมลูก "ส่วนใหญ่ก็ไปเมตตาต่อคนไกล ๆ"
พ่อแม่นี้ก็เปรียบเสมือนแอร์ที่ให้ความเย็นยามลูกร้อน ให้ความอบอุ่นตอนลูกหนาว  "ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับครอบครัว"
ภรรยาสามีสมัยนี้พูดกันไม่กี่คำ พูดกันไม่ได้ พูดกันก็ทะเลาะกัน
หากพ่อแม่ทะเลาะกันก็เหมือนเผาบ้าน
หากลูก ๆ ทะเลาะกันก็เท่ากับปาบ้าน

ในบ้าน ในสังคมก็ต้องการความอบอุ่น ความเมตตา บ้านเราต้องปัดกวาดให้สะอาด มีต้นไม้ต้องรดน้ำ พรวนดิน ให้ปุ๋ย มันถึงจะสะอาดน่าอยู่

๕. การใช้จ่าย เรามีปัญญาทำการทำงาน มีความสามารถในเรื่องประกอบสัมมาอาชีพ เราจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอย เราต้องใช้แต่สิ่งที่จำเป็น "ไม่ใช่อะไรวางอยู่ข้างหน้าก็ซื้อไปหมด"
เราต้องรู้จักคำนวณว่าเงินเดือนเราอย่างนี้ มีบุตร ธิดาอะไรบ้าง ต้องใช้จ่ายเดือนละเท่าไหร่ ต้องกันไว้ใช้ยามป่วย ยามช็อต ไม่อย่างนั้นต้องไปเป็นหนี้เป็นสิน “มันทุกข์หลาย...” เกิดความไม่สงบสุขในครอบครัวได้

๖. เรื่องการใช้คำพูด เพราะมนุษย์ก็เป็นผู้อยู่ร่วมกันเป็นสังคม คนเราที่จะทะเลาะกันต่อยกันนั้นมีน้อย แต่ทะเลาะกันทางคำพูดนี่มีมาก
บางงานลืมตัวไปเป็นเจ้า เป็นนายเค้า "พูดกับผู้ต่ำกว่าก็ไม่เรียบร้อย"
พระพุทธเจ้าสอนว่าไม่ให้พูดขวานผ่าซาก ทุกคนก็รับเงินของบริษัท รับเงินภาษีของประชาชน

๗. ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่กันทุกท่าน อย่างนี้ก็ต้องพยายามพิจารณาตัวเอง ว่าตัวเองมีความบกพร่องอะไรบ้าง ว่าทำไมถึงไม่รวย ทำไมถึงเป็นหนี้เป็นสิน ทำไมบุตรธิดาถึงไม่นับถือ "มันต้องพิจารณาตัวเอง เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลง"
รถนี่จะต้องมีทั้งเบรค ทั้งคลัช มีคันเร่ง มีพวงมาลัย ถึงจะสามารถนำไปสู่จุดหมายปลายทางได้
บางทีคนเราไม่ยอมดูตัวเอง บางครั้งศักยภาพอ่อนลงเพราะความรู้ก็มาใหม่ ๆ เรื่อย อะไรก็ว่าตัวเองดี ตัวเองถูก จะให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองมาฟัง และอันนี้ต้องเตือนตนเอง จะได้เป็นคนที่น่ารัก น่านับถือ "เราจะได้หันเหชีวิตของเรา"
ถึงแม้ว่าเราจะคดมาบ้าง งอมาบ้าง จะได้ดัดให้ตรง ให้ใช้งานได้ดี
ต้นไม้อย่างนี้ แต่ละต้นมันก็ยืนต้นใครต้นมัน แต่ใบของมันนั้นก็โน้มเข้ามาหากัน มันต้องฟังในสิ่งที่มันดี สิ่งที่มันถูก บางทีประชาธิปไตยทำให้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง “เด็กทุกวันนี้ก็ด่าคนแก่...”

๘. อุปสรรคและปัญหาในชีวิตประจำวันนั้นให้ถือคติว่า “ไม่มีปัญหา” ให้ถือคติว่า “ทำให้บารมีเราแก่กล้า”
ไม่ต้องกลัวอุปสรรค ไม่ต้องกลัวปัญหา มันเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราเป็นคนเก่ง คนมีความสามารถ
เราควรจะขอบใจปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้เราเก่ง ทำให้เราเข้มแข็งมีสติ มีปัญญา
เช่น เราทำงานกับเพื่อน เพื่อนนิสัยไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ก็ทำให้เราได้ทำใจและเป็นคนฉลาดวางแผนแก้ไขปัญหา
ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ ปัญหาบางอย่างเราก็ไม่ทำอะไร ไม่พูดอะไร
ปัญหานี้ทำให้เราดี ทำให้เราเก่ง
ถ้าใจของเราสะดุดในปัญหาต่าง ๆ นั้น แสดงว่าเราต้องพัฒนาจิตใจของเรา การปฏิบัติแบบนี้เขาเรียกว่า “ปฏิบัติธรรม...”