เมื่อทบทวนตัวเองพบว่า
เป็นการง่ายที่จะนำพาตัวเราเองให้ก้าวรุกไปตามที่เราต้องการ ในด้านของความเร็ว เวลา ระยะ ระดับ และคุณภาพของสิ่งที่เราต้องการ อาจจะมีปัญหาบ้างในส่วนของคุณลักษณะบางอย่างของตัวเราเองที่อาจจะไม่เอื้อต่อการสนับสนุนความปรารถนาของเรา แต่นั่น ก็สามารถจัดการได้เพราะมันอยู่ภายใต้การกำกับสั่งการของเราเอง เมื่อเรายืนยันความต้องการนั้นแน่นอนความบกพร่องต่างๆ ความอ้อนด้อยต่างๆจะถูกปรับปรุงแก้ไขเพื่อตอบสนองความปราถนาของเรา
แต่เมื่อเราต้องทำงานในกลุ่มองค์กร เราก็จะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มขององค์กรนั้น ซึ่งจำเป็นต้องสัมพันธ์กับคนอื่น และส่วนอื่นๆ ซึ่งจะพบว่า คนอื่นๆแตกต่างออกไป ไม่เหมือนเรา อาจจะมีบางอย่างที่อาจจะเหมือนกัน แต่ก็จะมีบางอย่างที่อาจจะต่างกัน
เมื่อเข้าอยู่ในกลุ่มในองค์กรเราจะพบว่า เราไม่อาจจะทำอะไรได้อย่างที่เราต้องการทั้งหมด และแน่นอนคนอื่นๆก็เช่นกัน ยิ่งมีคนหลายคน ก็ยิ่งทำให้เกิดความแตกต่าง ทั้งเป้าหมาย ความปรารถนาต่อการบรรลุเป้าหมาย ความกระตือรือร้นในการบรรลุเป้าหมาย ระดับ ระยะ และคุณภาพที่ต้องการ และยิ่งผู้ที่ก้าวขึ้นมารับผิดชอบในฐานะหัวหน้างาน ผู้บริหารก็ต้องเผชิญกับสภาพดังกล่าวเสมอๆ
ในบางคนและหรือหลายคนอาจจะเกิดอาการท้อ และหมดกำลังใจ โดยเฉพาะคนที่มีไฟ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ก็อาจจะหมดไฟหรือหมดความกระตือรือร้นเอาดื้อๆได้เหมือนกัน เมื่อมาเจอกลุ่มหรือองค์กรที่มีวัฒนธรรมหรือสภาพคล้ายสถานีดับเพลิง ที่ดับไฟของคนทำงาน
แต่หากเราเริ่มที่ การรู้จักตนเอง และรู้จักคนที่เราร่วมงานอยู่ จะเป็นก้าวแรกที่ดีมาก เพราะมันจะให้ "ข้อมูล" ประกอบการตัดสินใจต่างๆที่จำเป็นแก่เรา ซึ่งแน่นอนว่า เราจะทำตามใจเราทุกอย่างไม่ได้ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับคนที่มีอยู่ และหรือความสามารถ ทักษะที่มีอยู่ ในหลายๆครั้ง อาจจะยังไม่สามารถเริ่มงานได้จนกว่าจะได้"พัฒนาคน" เสียก่อน
ก้าวต่อมาคือ การรู้ว่าปัจจุบันนี้ เรากำลังยืน ณ จุดใดบนเส้นทางที่ทอดยาวไปยังเป้าหมายที่วางไว้ ใกล้หรือไกลแค่ใหนกับเป้าหมาย และมีการบรรลุหรือไม่บรรลุเป้าหมาย ณ จุดที่เป็นอยู่ เพราะหลายๆกรณีพบว่าแม้ทราบตำแหน่งที่เป็นอยู่ แต่ก็จำเป็นต้องถอยหลายก้าว เพื่อความพร้อมในการรุกก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไป
ผมเองมักมีปัญหากับสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากๆ แต่ที่ได้ทำคือสิ่งที่สามารถทำได้เท่านั้น เพราะสิ่งที่อยากทำ (บ่อยครั้ง) เกิดจากฐานคิดที่ไม่ได้วางอยู่บนข้อเท็จจริงปัจจุบัน แต่เมื่อลงมือปฏิบัติจึงไม่สามารถทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ทำในสิ่งที่พอทำได้ แต่นั่นไม่ใช่ว่าสิ่งที่คิดไว้ผิดหรือไม่ดี เพียงแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมของมัน ก็เหมือนทารกนั่นแหละเมื่อใดที่ยังไม่ถึงเวลาเดินได้ก็จะยังเดินไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลาของมันก็ลุกยืนและเดินได้ตามศักยภาพ