GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วันเด็ก ..ความสำคัญของเด็ก (หาใช่ค่านิยมของการพาเด็กไปรับของแจก)

ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ปี 2552 “ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพัน รักสามัคคี”นับเป็นคำขวัญที่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันเป็นยิ่งนักเพราะคำขวัญนี้คงไม่ใช่ใช้กับแต่เฉพาะเด็กๆเท่านั้นแต่ยังสามารถมองไปถึงความเป็น “ผู้ใหญ่”ได้ด้วยกระมังอันหมายถึงการส่งสัญญาณเสียงไปยังบรรดาผู้ใหญ่ที่แยก “สี” แยก “ฝ่าย”หรือแม้แต่การสื่อนัยสำคัญของเด็กที่พึงปรารถนาอยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองได้ตระหนักถึง คำว่า “ผูกพัน - รัก - สามัคคี”กันให้มากที่สุด




นายกองค์การนิสิต..ลุยงานพิธีกรจัดประกวดแข่งขันการเลียนเสียงสัตว์



เป็นที่รู้กันดีว่าการจัดวันเด็กแห่งชาตินั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2498โดยมุ่งให้สังคมเห็นความสำคัญของเด็กและปลูกฝังให้เด็กได้เห็นความสำคัญของตนเอง

แต่สำหรับกิจกรรมวันเด็กที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดขึ้นนั้นต้องบอกตามตรงว่าเป็นกิจกรรมของบรรดานิสิตแบบล้วน ๆโดยมีองค์การนิสิตเป็นหัวเรือใหญ่ด้วยการบรรจุกิจกรรมนี้ไว้เป็นแผนงานประจำปีเสร็จแล้วก็ดึงเอาสโมสรนิสิตและชมรมต่างๆ มาลงแรงร่วมกันอย่างขันแข็ง



การประกวดร้องเพลง...


ครื่องบินเล็กจากชมรมบินหลงฝูง มหาสารคาม



ในจังหวัดมหาสารคามมีหน่วยงานที่จัดกิจกรรมวันเด็กไม่มากนักเต็มที่ก็ไม่เกิน 2-3 แห่งและนั่นก็รวมถึงวันเด็กที่มหาวิทยาลัยของเราด้วยเช่นกันซึ่งในแต่ละปีจะเห็นได้ชัดว่ากลุ่มที่เที่ยววันเด็กจากศาลากลางจังหวัดเสร็จแล้วก็มุ่งหน้ามาร่วมงานที่ “มมส”อย่างหลากหลายจนทำให้เราต้องตระหนักเสมอว่าปีหน้าต้องเตรียมรับมือให้มากขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของเด็กๆได้อย่างไม่ขัดเขินนัก



การแสดงของชมรมเยาวชนคริสเตียนนานาชาติ



ปีนี้ผมมีโอกาสได้นำเรียนต่ออธิการบดีว่าอยากให้มหาวิทยาลัยบรรจุเรื่องวันเด็กแห่งชาติไว้ในแผนของการบริการวิชาการแก่ชุมชนโดยไม่ปล่อยให้เป็นภาระของบรรดาองค์กรนิสิตได้ขับเคลื่อนตามลำพังอย่างน้อยก็สนับสนุนงบประมาณสักก้อนเพื่อให้นิสิตมีทุนรอนพอที่จะสร้างงานได้เป็นรูปธรรมกว่าที่เป็นอยู่

ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าท่านเองก็เห็นด้วย และรับปากว่าจะมอบนโยบายนี้ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป





ย้อนกลับไปถึงยุคแรกเริ่มของการจัดงานวันเด็กของ “มมส”

บางปี, ถึงขั้นเคยถอยกลับไปจัดกิจกรรมกัน ณเขตพื้นที่ตั้งในเมืองเพราะเห็นว่าอยู่ใกล้กับตัวเมืองเด็กๆ และผู้ปกครองจะได้ไปมาสะดวก

แต่ท้ายที่สุดในปีหนึ่งผมก็ยืนยันแนวคิดนี้กับองค์การนิสิตอย่างแข็งขันว่า เป็นตายร้ายดีก็ขอให้ปักธงจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ณ ที่ตั้งขามเรียงโดยย้ำไม่ให้วิตกว่าคนส่วนใหญ่จะมาร่วมกี่มากน้อยแต่ให้เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากชุมชนใหญ่ๆมาสู่หมู่บ้านที่อยู่รายรอบมหาวิทยาลัยฯซึ่งพ่อแม่ของเด็กๆ ส่วนหนึ่งก็เป็นพนักงาน หรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยรวมถึงการพุ่งเป้าไปสู่เด็กๆ ที่เป็นลูกหลานคนงานก่อสร้างที่พักอาศัยอยู่ในมหาวิทยาลัยฯ ไปพร้อมๆ กัน





จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะกิจกรรมที่ว่านี้ได้เติบโตและหยั่งรากลงลึกในจิตสำนึกของนิสิตอย่างน่าชื่นชมโดยกิจกรรมวันเด็กของ “มมส”ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งการให้บริการแก่เด็กๆอย่างคึกคักบรรดานิสิตจำนวนมากได้กลายมาเป็น “พี่เลี้ยง”ของเด็กๆอย่างน่ารักน่าชัง-

และนั่นก็ไม่เพียงสะท้อนถึงการให้บริการแก่เด็กๆ เท่านั้นแต่ยังหมายถึงการพัฒนาแนวคิดของนิสิตไปในตัวด้วยเหมือนกันเพราะแต่ละองค์กร ก็ล้วนแล้วแต่สกัดเอาทักษะของตัวเองออกมาสื่อสารกับน้องๆอย่างน่าชมครบครันทั้งบันเทิงและเริงปัญญา !





กิจกรรมเล่นเกมส์ ตอบคำถาม และประกวดหนูน้อยสุขภาพดี



แต่สำหรับผมนั้นในทุกครั้งที่มีโอกาสพูดคุยกับแกนนำของนิสิตผมไม่เคยละเลยที่จะย้ำถึงแนวคิดของการจัดกิจกรรมที่เน้นให้เด็กๆได้แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาสู่สังคมหรืออย่างน้อยก็ให้ผู้ปกครองที่พามานั้นได้รับรู้ถึง “ตัวตน” และ “ความคิด”ของบุตรหลานซึ่งหมายถึงการไม่อยากให้นิสิตเป็นผู้แสดง หรือโชว์การแสดงด้วยตนเองเสียทั้งหมดแต่ให้คิดหากิจกรรมต่างๆ ให้เด็ก ๆได้เข้ามาร่วมอย่างหลากหลายทั้งในมิติของดนตรีศิลปะการแสดงวิชาการกีฬาและนันทนาการ


โดยเฉพาะกิจกรรมการประกวดเขียนเรียงความสั้นๆประกวดวาดภาพประกวดการเล่านิทานประกวดการเล่าเรื่องท้องถิ่น หรือครอบครัวของเด็กๆประกวดการเลียนเสียงสัตว์เป็นต้นเพราะกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนของเขาและสื่อให้เราได้เห็นว่าในตัวตนของเขานั้นมีต้นทุนในเรื่องเหล่านี้แค่ไหนเผื่อบางทีผู้ปกครองจะได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกหลานตัวเองได้รับโอกาสในการพัฒนาตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น



ทีมงานจากกลุ่มนิสิตพรรคพลังสังคม

การให้บริการการระบายสีของกลุ่มนิสิตพรรคชาวดิน




แต่ก็น่าเสียดายว่าใน 3 – 4ปีที่ผ่านมาผมยังไม่เคยได้อ่านเรียงความของเด็กๆจากเวทีกิจกรรมนี้เลยเพราะไม่มีใครมาเข้าแข่งขันส่วนใหญ่เน้นไปในทางกิจกรรมนันทนาการเสียมากกว่าจนผมเองอดไม่ได้ที่จะฝากแนวคิดว่าปีหน้าก็จัดประกวดนอกรอบในโรงเรียนให้เสร็จไปเลยเสร็จแล้วก็ส่งมาให้เราตัดสินพร้อมๆ กับเชิญคนที่ชนะการประกวดมารับรางวัลในวันเด็กฯและนำผลงานของเด็กเหล่านี้ไปจัดทำเป็นเอกสาร ส่งกลับไปยังโรงเรียนต่าง ๆหรือส่งกลับไปยังหมู่บ้าน เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ในชุมชนของเด็กๆ

นั่นคือความคิดที่ผมยังมุ่งหวังและไม่ยอมปล่อยวางและยังคิดว่าปีหน้าฟ้าใหม่จะลองชวนให้นิสิตหันมาทำเช่นนี้ดูบ้างเผื่อบางทีผู้ใหญ่อย่างเราๆจะได้เห็นถึงประกายความฝัน ความคิดอันบริสุทธิ์ของเด็กที่มีต่อสังคมซึ่งนั่นก็หมายถึงการได้เห็นรอยยิ้มของโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน



การสาธิตและให้ความรู้เรื่องสุขภาพฟันของสโมสรนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์




และเหนือสิ่งอื่นใดก็เถอะ...

ผมและนิสิต หรือแม้แต่มหาวิทยาลัย ก็คงไม่สามารถให้บริการอย่างเพียงพอต่อความต้องการของเด็กๆ เป็นแน่แต่ก็ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

เช่นเดียวกับการฝากแนวคิดถึงผู้ใหญ่ในทำนองว่าวันเด็กแห่งชาตินั้นเป็นวันที่เราให้ค่าความสำคัญกับเด็กๆที่กำลังจะเติบใหญ่เป็นอนาคตของชาติหาใช่ให้ความสำคัญกับสิ่งของที่แจกจ่ายไปยังเด็ก ๆ





ดังนั้นการนำลูกหลานมาร่วมวันเด็กแห่งชาติ ก็ควรต้องเกิดขึ้นบนพื้นฐานของการตระหนักถึงความสำคัญของเด็กส่งเสริมให้เด็กได้ตระหนักถึงตัวเองและสังคมมากกว่าการปลูกฝังให้เด็กๆไหลรวมไปสู่ค่านิยมของการเป็นผู้รับอย่างไม่ถูกต้องอย่างไม่รู้ตัว !



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 235963
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 1
ความเห็น: 13
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (13)

วันเด็กแห่งชาตินั้น  เป็นวันที่เราให้ค่าความสำคัญกับเด็กๆ  ที่กำลังจะเติบใหญ่เป็นอนาคตของชาติ  หาใช่ให้ความสำคัญกับสิ่งของที่แจกจ่ายไปยังเด็ก ๆ 

มีความสุข สุขภาพแข็งแรงค่ะ

ขอบคุณค่ะ

วันเด็ก เด็กๆมักได้อะไรไปมากกว่าที่เราคิดเสมอ เพราะการร่วมงาน ทำให้เค้าคิดสร้างสรรค์อะไรต่างๆได้อีกมากมายค่ะ

สวัสดีคะอาจารย์พนัส

วันด็ก วันของเด็กที่ผู้ใหญ่ต้องให้ความสำคัญ

เด็กสนใจกิจกรรมที่พี่นักศึกษาพาทำดีมากนะคะ

อาจารย์ถ่ายภาพได้ชัดและนำเสนอเหมือนไปร่วมงานเลยคะ

ไม่เหมือนพี่ประกายไปถ่ายภาพวันเด็กมายังไม่ได้นำมาเล่าเลยคะภาพไม่สวยเลยไม่นำมาโชว์ วันนั้นหนาวไปหน่อย รีบเก็บภาพแล้วมานั่งทำงานต่อ

สวัสดีครับพี่

    สบายดีไหมครับ สวัสดีปีใหม่ สวัสดีวันเด็ก สวัสดีวันครู สวัสดีทุกๆ วันนะครับ หลานๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมนานเลยครับ ทุกคนสบายดีกันนะครับ มีความสุขในการโตและโบยบินนะครับ

ด้วยมิตรภาพครับ

เม้ง

สวัสดีค่ะอาจารย์

    มาชื่นชม กิจกรรมดี กิจกรรมเด่นค่ะ

   มีความสุขทุกๆวันนะคะ

มาร่วม เห็นด้วย กับ

การให้ ที่มากกว่า ให้ ค่ะ

...

เราต้องสอนวิธีการจับปลา มิใช่ ให้ปลา ? คะ

...

 

สวัสดีค่ะ

* แวะมาร่วมกิจกรรมวันเด็กปี 52 ค่ะ๕๐๐ ความสุขวันเด็ก

   

สวัสดีค่ะ นำความผูกพันรักสามัคคี ของเด็กๆเมื่อวันเด็กมาให้ชมค่ะ

 

 

 

สวัสดีค่ะ

สบายดีนะค่ะ...ตรุษจีนนี้...ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง เฮง ๆ ร่ำรวยเงินทอง นะค่ะ

สวัสดีครับ. @..สายธาร..@

วันเด็กทุกวันนี้ เด็กๆ มีทางเลือกมากมายเหลือเกินเมื่อเทียบกับอดีต  แต่ในความหลากหลายนั้น หลายอย่างก็น่าวิตก  เพราะสิ่งที่เด็กๆ  ต้องพานพบนั้นเคลือบแฝงสิ่งแปลกปลอมทางชีวิตไว้อย่างน่าวิตก

งานเด็กที่มหาวิทยาลัยฯ  ผมจึงพยายามคุมเข้ม เพื่อให้เด็กๆ ได้สัมผัสแต่กับเรื่องราวดี ๆ เพื่อเป็นต้นทุนที่ดีสำหรับเขา..

....

ขอบคุณที่แวะมาอย่างสม่ำเสมอ นะครับ

สวัสดีครับ พี่ใบบุญ

ทุกครั้งที่จัดงานวันเด็ก  ผมจะคิดเสมอว่า  รูปแบบ หรือสิ่งของที่มีขึ้นในงานนั้น จะเป็นต้นทุนชีวิตสำหรับเด็กๆ  ดังนั้นจึงพยายามชวนให้นิสิตผู้รับผิดชอบโครงการรอบคอบที่สุด  และประสานความร่วมมือกับองค์กรให้หลากหลาย  เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวดีๆ อย่างมากมาย

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ.. พี่ประกาย~natachoei ที่~natadee

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ

วันเด็กเป็นอีกวันที่ผู้ใหญ่ต้องสำรวจบทบาทอันเป็นแบบอย่างสำหรับเด็กและเยาวชนของเราอีกครั้ง

กรณีภาพถ่ายนั้น  ผมถือว่าถ่ายภาพไม่ได้ดังใจหวังนัก  เพราะไม่มีเวลามากพอ  ส่วนหนึ่งต้องคอยกำกับดูแลและให้คำปรึกษาแก่นิสิตอยู่เนืองๆ  ตลอดจนการเฝ้าสังเกต หรือประเมินผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เลยทำให้ไม่ค่อยมรสมาธิในการถ่ายภาพเท่าที่ควร

ภาพที่ได้จึงดูไม่หลากหลาย,  ความคมชัดก็ไม่มีประสิทธิภาพ ...

มาอ่านวันเด็กกับความคิดในอดีต ที่จะส่งเสริมเด็กในตัวตนของเขา ให้ผู้ปกครองมีส่วนรับรู้ พี่สุอ่านวันเด็กปัจจุบันวันนี้ 10 มกราคม 58 ที่อาจารย์เขียน แต่สนใจ บันทัดหนึ่งเลยกดเข้ามาอ่านคะ พบเป็นวันเด็กเรื่องราวปี 52 ในอดีตที่อาจารย์เคยเขียนไว้คะ ก็ยังไม่ล้าหลังในความคิด ที่จะนำความคิดนี้ ต่อเนื่องไปสู่อนาคต ไม่ว่าปัจจุบัน จะเป็นวันเด็กครั้งที่เท่าไหร่ ก็ยังจะพัฒนาไปอีกอย่างต่อเนื่อง เหมือนไฟไม่มีวันดับคะ มีแต่จะโชติช่วงตลอดไป

พี่สุยังกดเข้ามา หลงๆลืม ด้วยไม่ได้เข้ามานานแล้ว มากดถูกอดีต ก็อ่านความคิดความรู้สึกในอดีต ที่อาจารย์เขียนไว้ พี่สุก็ว่า ความคิดเข้าท่า ใช้ได้ วันเด็ก ไม่ใช่ แต่ วันมารับของแจกเท่านั้น ต้องได้อย่างอื่นกลับไปด้วย เพื่อการพัฒนา