ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...
ความรักเป็นความร้าย ความรักเป็นสิ่งทารุณ และเป็นเครื่องทำลายความสุขของปวงชน
ทุกคนต้องการความสมหวังในชีวิตรัก แต่ความรักไม่เคยให้ความสมหวังแก่ใครถึงครึ่งหนึ่งแห่งความต้องการ
ยิ่งความรักที่ฉาบทาด้วยความเสน่ห์หาด้วยแล้ว ก็เป็นพิษแก่จิตใจ ทำให้ทุรณทุราย ดิ้นรน ไม่รู้จักจบสิ้น
ความสุขที่เกิดจากความรักนั้น เหมือนความสบายของคนป่วย ที่ได้กินของแสลง
“เธอทั้งหลายอย่าพอในใจความรักเลย”
เมื่อหัวใจยึดไว้ด้วยความรัก หัวใจนั้น จะสร้างความหวังขึ้นอย่างเจิดจ้า
แต่เมื่อทุกครั้งที่เราหวัง ความผิดหวังก็จะรอเราอยู่…

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...
อย่าหวังอะไรให้มากนัก จงมองดูชีวิตอย่างผู้ช่ำชอง อย่าวิตกกังวลอะไรล่วงหน้า
ชีวิตนี้เหมือนเกลียวคลื่น ซึ่งก่อตัวขึ้นแล้วม้วนเข้าหาฝั่ง และแตกกระจายเป็นฟองฝอย
จงยืนมองดูชีวิตเหมือนคนผู้ยืนอยู่บนฝั่งมองดูเกลียวคลื่นในมหาสมุทรฉะนั้น... (พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน)

"ชีวิตนี้เหมือนเกลียวคลื่น ซึ่งก่อตัวขึ้นแล้วม้วนเข้าหาฝั่ง และแตกกระจายเป็นฟองฝอย" จริงดังว่าค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ จะนำ "ความว่าง" กลับไปด้วยค่ะ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ สวัสดีวันครูค่ะ
ความทุกข์ที่เกิดจากความรัก ยังดีกว่าไม่เคยมีความรัก ไม่เคยคิดจะรักใคร แต่ละคนล้วนมีมุมมองในความรักต่างกัน ขอบคุณครับ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
อากาศเย็นมาก มาก ดูแลตัวเองด้วยนะคะ
เด๋วจะไม่สบายค่ะ
อืม... ที่ใดมีรัก... ที่นั่นมีทุกข์
ตอนนี้อยากมีทุกข์(เพราะรักค่ะ)
อิอิ... ล้อเล่นค่ะ
นมัสการค่ะ
น้อมรับธรรมะ สัจธรรมค่ะ
ความสุขที่เกิดจากความรักนั้น เหมือนความสบายของคนป่วย ที่ได้กินของแสลง
สาธุ
@ กราบนมัสการครับ
@ แต่ความรักก็เป็นสิ่งที่สวยงามมิใช่หรือ
@ รักกันรักกันคนไทย
กราบนมัสการ
หากเรารักแบบไม่มีสติ ความรัก จะทำให้เราไหลไป ยึดติด กลายเป็นอุปทานในทันที
จริงๆเสียด้วย
และนั่น ความรัก ได้ถูกเบี่ยงเบนเสียแล้ว
ความรักแท้จริงจะเกิดได้เมื่อหัวใจเป็นอิสระเท่านั้น !!!!
รักทุกรัก คนเราต้องรู้จักชำระ
การชำระความรักเป็นสิ่งจำเป็นเพราะอะไร คำตอบง่ายๆ คือมันสกปรกได้ ความสกปรกนี่หมายถึงความทุกข์และเหตุให้เกิดทุกข์
ที่น่ากลัวคือ กิเลส ที่อาจบ่อนทำลายความรัก สามารถสอดแทรกเข้ามาในใจที่ขาดธรรมะได้อย่างง่ายดาย
ขอตัดจากหนังสือ หลักรัก
ท่านชยสาโร ภิกขุ
การหวังความดับทุกข์จากความรัก คือการตั้งต้นไว้ผิด และย่อมมีความผิดหวังเป็นผล
แต่ที่ควรสังเกตก็คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความบกพร่องของความรักเท่านั้น
จุดสำคัญคือความไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ชีวิตของตัวเอง และของคู่รัก
เมื่อความตื่นเต้นในเบื้องต้นของความรักอ่านลงไปแล้ว ความทุกข์ในชีวิตคงยังมีอยู่
แต่ในชีวิตจริงสิ่งที่กำหนดความสุขในระยะยาวคือ การกระทำทาง กาย วาจา ใจ ไม่ใช่ความรัก การถือความรักเป็นที่พึ่งของผู้ที่ยังเฉยเมยต่อการฝึกฝน ย่อมก่อให้เกิดความผิดหวัง และความซึมเศร้า หรือระทมขมขื่นในที่สุด
ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากนั้น มักจะเป็นไปตามอัตราความผูกพันที่มีอยู่
ในกรณีของความรัก คุณะธรรมที่เด่นที่สุดในการเอาชนะตัณหา คือ เมตตา
และความพยายามเป็นเพื่อนที่ดี (กัลยาณมิตร)
เมตตาคือความรัก ที่บริสุทธิ์ เพราะปลอดจากอัตตา ผู้มีเมตตาไม่ต้องการอะไรนอกจากความสุขของชีวิตอื่น เมตตาคือความรักที่ล้นออกมาจากจิตที่เต็มเปี่ยม
ไม่ใช่ความฟุ้งซ่านของจิตที่ขาดที่พึ่ง เมตตาไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆเลย แม้แต่ความรักหรือความเข้าใจ
รากฐานแห่งความรักนั้นแท้ที่จริงแล้วคือ "ความเมตตา"
มนุษย์ทุกผู้ ทุกคนนั้นล้วนแล้วแต่ต้องการความเมตตาอันเป็นความรักแท้ที่สูงส่ง
ความเมตตานี้จึงสิ่งที่มนุษย์นี้ควรมีและควรให้แก่กัน
บุคคลที่มีความเมตตาและได้มอบความเมตตาให้กับบุคคลอื่น บุคคลนั้นย่อมเข้าใจสัจธรรมแห่ง "ความรัก"
หากจักนิยามคำว่ารักรากฐานแห่งศัพท์นั้นคือ "ความเมตตา"...
เมตตาธรรมนั้นย่อมค้ำจุนโลก
ผู้ใดมีเมตตาย่อมไม่เศร้าและโศรกจากความรัก
ความเมตตาเป็นความดีที่ประจักษ์
โลกนี้หากร้างหักจัก "เมตตา..."
สาธุ !
สวัสดีค่ะ เพิ่งเข้ามาสมัครเป็นครั้งแรกค่ะ เปิดดูได้ 2-3 blog แล้ว blog ของคุณ น่าสนใจมาก มีภาพสวยๆ และพุทธโอวาท หรือ พุทธวจนะ (ไม่รู้เรียกถูกหรือปล่าวคะ ส่วนใหญ่มักใช้คำไหนคะ) ที่เป็นสัจธรรมจริงๆ รู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ หากมีข้อแนะนำ พร้อมรับเป็นอย่างยิ่งค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
ขอบพระคุณค่ะ