วันครูปีนี้ มีผู้ส่งข้อเขียนที่แสดงความประทับใจต่อครูของตนเองให้คุรุสภามากมาย ผมได้มีโอกาสได้อ่านข้อเขียนเหล่านั้นด้วย มีข้อเขียนที่โดนใจผมหลายเรื่อง ถ้านำเสนอทั้งหมดคงไม่ไหว จึงเลือกเรื่องที่ผมประทับใจมากที่สุดมาทยอยนำเสนอในช่วงวันครูนี้ต่อเนื่อง เรื่องแรกคือเรื่อง “สองมือ หนึ่งใจ จารึกไว้ค่าแห่งครู” ซึ่งเป็นข้อเขียนของ นางสาวสุธิญา พูนเอียด นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย...
ภาพศาลาหกเหลี่ยมตั้งตระหง่านริมสระน้ำ หลังคาทรงปิระมิดซ้อนสองชั้นยอดรูปไก่กำลังล้อฟ้ากว้าง นกคู่หนึ่งเกาะกิ่งไม้อย่างสำราญใจ พื้นหลังแต่งแต้มสีสันสดใส ณ ศาลาแห่งนี้มีเรื่องราวอบอุ่น กิจกรรมสนุกสนาน รอยยิ้ม อิ่มมิตรภาพของบรรดาศิษย์เลือดสี “ขาวแดง” แห่งโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช “บ้านกับโรงเรียน” หนังสืออันเปรียบเสมือนสื่อเชื่อมร้อย เกาะเกี่ยวยึดโยงความสัมพันธ์ดีงามระหว่างครอบครัว โรงเรียนและชุมชนที่ต้องร่วมจับมือก้าวเดินเคียงข้างไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ได้รับการเสกสรรบรรจงวาดภาพหน้าปกรูปศาลาหนึ่งร้อยปีหรือที่เรียกกันว่า “ศาลาไก่”แห่งนั้นด้วยฝีมือละเอียดอ่อนประณีต บ่งบอกถึงความมุมานะ พากเพียรพยายามของคุณครูวิชาศิลปศึกษาที่มีชื่อว่า “เสรี จันทรโชตะ”ได้เป็นอย่างดี
ฉันยังจดจำได้ไม่ลางเลือน ครูเสรีจะขี่รถจักรยานยนต์คันเก่า ๆ มาทำงานทุกวันด้วยแววตาฉาดฉายประกายแห่งจิตวิญญาณครูควบคู่ความเมตตา ทำให้ครูเป็นที่รักใคร่และเคารพบูชาของศิษย์ ทุกครั้งที่ครูย่างเท้าก้าวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์วาดภาพ สี พู่กัน แปรง ดินสอ ปากกา ยางลบ ครูได้เปลี่ยนห้องเล็กแคบ ห้องนั้นให้เป็นจุดกำเนิดของโลกกว้าง สร้างสรรค์จินตนาการผ่อนคลายความเครียด ส่งเสริมการแสดงออก สืบสานวัฒนธรรม และเติมเต็มความเป็นคนให้สมบูรณ์พร้อมอย่างน่ามหัศจรรย์ ราวกับว่าครูมีมนตราแห่งความสุขคอยถักทอความหวังของศิษย์ให้สำเร็จสู่ฝั่งฝันอย่างมั่นคง สองมือเปื้อนชอล์กเปรอะสีของครูไม่ได้ขีดเขียนตัวอักษรหรือวาดภาพแต่เพียงบนกระดานดำเท่านั้น หากแต่ “หนึ่งสมอง สองมือและหนึ่งใจ” ที่มีพลังดุจเทียนทองส่องทางของครูได้ช่วยวางรากฐาน ประคับประคองและวาดชีวิตของศิษย์ให้กล้าคิด กล้าทำอย่างเชื่อมั่นและตระหนักในคุณค่าของตน เรียกได้ว่า การสอน “ศิลปศึกษา”ของครูเสรีไม่เพียงแต่เปิดโลกทัศน์และมิติใหม่ด้านศิลปะ หากยังมอบแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างมีศิลปะ พร้อมทั้งบูรณาการ “ศิลปศาสตร์” หลากแขนงเพื่อให้ศิษย์ได้เรียนรู้อย่างมี “เสรีภาพ” บนความพอใจ พอดี และพอเพียง
แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ข่าวร้ายที่มาพร้อมกับการหายตัวไปของครูเสรี ทำให้ทุกคนต่างห่วงใยอย่างสุดซึ้ง เมื่อทราบว่าครูประสบอุบัติเหตุต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเสมือนฝันร้าย ที่ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือขาดสติของครูแต่อย่างใด ทว่าเป็นเพราะความปารถนาดีของครูที่เดินไปปิดเตาแก๊ส เมื่อเห็นน้ำเทียนที่ใช้วาดภาพบาติกกำลังเดือดพล่านบนเตา ด้วยเกรงว่าน้ำเทียนที่ร้อนจัดจะสร้างความเสียหายหรือทำอันตรายศิษย์ แต่แล้วครูกลับถูกน้ำเทียนลวกผิวหนังทั่วร่างกายตั้งแต่ใบหน้า แขน ขา ลำตัว จรดปลายเท้าเสียเองครูลาราชการเพื่อรักษาตัวที่นครศรีธรรมราชระยะหนึ่งก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร มิฉะนั้น ครูอาจถูกตัดแขนเป็นคนพิการตลอดชีวิต
ฉันมีโอกาสไปเยี่ยมครูเสรีที่โรงพยาบาล หัวใจของครูกล้าแกร่งดังภูผา น้ำใจอันประเสริฐของครูทำให้ฉันตื้นตันใจทุกครั้งเมื่อระลึกถึง ครูบอกว่าการรักษาตัวครั้งนี้ คุณหมอและพยาบาลต้องขูดน้ำเทียนและเนื้อที่ถูกทำลายของครูออกเพื่อสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ เลือดที่ไหลซึม น้ำเทียนและเนื้อที่หลุดลอกออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานทำให้ครูเข้าใจคำว่า “ทนพิษบาดแผลไม่ไหว” แท้จริงเป็นเช่นไร ความรู้สึกเหมือนคนเจ็บแทบขาดใจตายหมดไปเมื่อครูได้ยินคำพูดของคุณหมอว่า “ลุงต้องอดทนนะ มิฉะนั้นลุงอาจไม่ได้เขียนภาพให้เด็ก ๆ ดูอีก” ครูเสรีไม่เคยตำหนิใคร ไม่เคยคิดว่านี่คือเคราะห์กรรมใด ๆ เพราะครูยึดมั่นว่า “ครูได้ทำหน้าที่ “ครู” อย่างดีที่สุดแล้ว” คงมีบางครั้งที่ครูอาจท้อแท้ แต่เชื่อแน่ว่า ครูไม่เคยท้อถอย ที่สำคัญ ช่วงเวลานั้นครูเฝ้าถามถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเอาใจใส่ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าความรู้สึกของ “ศิษย์ระลึกถึงพระคุณครู และครูคิดถึงศิษย์” มีความหมายและวิเศษยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด ทุกวันนี้ครูเสรียังคงกลับมาทำหน้าที่สอน “ความรู้คู่คุณธรรม” แก่ศิษย์อย่างทุ่มเทแม้จะต้องเหนื่อยหนักสักเพียงใด ครูเสรีจึงนับเป็นครูผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ “ความเป็นครู” ผู้เป็น
ปูชนียบุคคลและพลังของแผ่นดินที่เพียรปลูกฝังบ่มเพาะชน ขับเคลื่อนชาติโดยแท้
ฝูงปลากำลังแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำอย่างเริงร่าบนผืนผ้าบาติกที่ประดับอยู่บนฝาผนังของบ้านฉันยังคงมีชีวิตชีวาเพราะได้รับการลงสีฟ้าน้ำทะเลที่กลั่นมาจากจิตวิญญาณ อารมณ์ ความรู้สึก และปณิธานของผู้ที่ได้ชื่อว่า “ครู” ครูเสรีผู้อดทนต่ออุปสรรคนานัปการเพื่อหล่อหลอมศิษย์ให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข นิยามของความเป็นครูจึงมิได้จำกัดแต่ในห้องเรียน หากสองมือครูยังสามารถประสานศรัทธา พัฒนาการศึกษา ประทับตราตรึงในใจศิษย์ตราบนานเท่านาน
สองมือครูวาดโลกกว้างอย่างมุ่งมั่น หนึ่งใจนั้นเพียรอดทนบนขวากหนาม
อุดมการณ์ “ครูสร้างคน” ชนก้าวตาม แบบอย่างงามศิษย์เทิดค่าบูชาครู…
*****************************
นางสาวสุธิญา พูนเอียด นักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นกำลังใจให้ครูทุกคน
ขอบคุณท่าน ผอ.พิษณุ ที่เข้ามาให้กำลังใจแก่คุณครู
นอกจากจะเป็นครูที่ดีแล้วอ.เสรียังเป็นลูกเป็นพี่เป็นน้องเป็นเพื่อน และที่สำคัญเป็นพ่อที่ดีของลูกๆด้วย
ใช้คำเขียนและหลักการเขียน สุดยอดมากครับ อ่านแล้วเรียกได้ว่าเกิด พรรณาโวหารเลยทีเดียว เห็นภาพตั้งแต่แรกเริ่มอ่าน จนอ่านจนจบน้ำตาคลอเต็มเบ้าตา ระลึกถึงครูผู้นี้มากครับ เป็นกำลังใจให้ครูต่อไปครับ
ใช้ภาษาดัดจริตไปนะ อ่านแล้วเลี่ยน ไม่รู้สึกถึงความจริงใจ