ถึงคราวต้องตอบแทนคุณพันธมิตรฯ ปชป.เคาะตำแหน่ง เลขาฯ-ที่ปรึกษา รมต. "ประพันธ์ คูณมี" ติดโผที่ปรึกษา รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ขณะที่ "พิเชฐ พัฒนโชติ" นั่งที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ชง ครม.อังคารนี้ เล็งฟื้นตำแหน่งผู้ช่วย รมต.ยุคทักษิณปลอบใจคนอกหัก "เทพเทือก" แจงไม่แยกแยะเป็นพันธมิตรฯ หรือไม่ ขอให้สามารถช่วยงานได้ก็พอ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดตำแหน่งเลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่า ที่ผ่านมารัฐมนตรีแต่ละกระทรวงในโควตาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทยอยส่งรายชื่อมาให้ตนและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีดูแล้ว ซึ่งภาพรวมก็ถือว่าธรรมดา ไม่มีปัญหาอะไร โดยขั้นตอนจากนี้แต่ละกระทรวงจะทำเรื่องเสนอแต่งตั้งมายัง ครม. ซึ่งกระทรวงไหนพร้อมก็เสนอเข้ามาได้ ส่วนกระทรวงไหนยังไม่พร้อมก็จะชะลอออกไปก่อน แต่จะไม่เสนอเป็นแพ็กเกจ
รองนายกฯ ระบุว่า สำหรับตนจะเสนอให้ ครม.แต่งตั้งที่ปรึกษาของตนในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ซึ่งตามมารยาทไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ ต้องรอให้ ครม.อนุมัติก่อน ในส่วนของเลขาฯ ยังไม่รีบเสนอ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะชี้แจงอย่างไรกรณีที่มีรายชื่อแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่เคยแยกแยะว่าใครเป็นพันธมิตรฯ หรือไม่ แต่ขอให้ได้คนที่สามารถเข้ามาช่วยงานได้ก็พอแล้ว
มีรายงานว่า สำหรับโผรายชื่อตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีและที่ปรึกษาของรัฐมนตรีในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่คาดว่าจะถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ประกอบด้วย นายปณิธาน วัฒนายากร และนายอิสรา สุนทรวัฒน์ จะดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางอัญชลี วานิช เทพบุตร เป็นเลขานุการของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี นายวิทเยนทร์ มุตตามระ เป็นเลขานุการของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายก้องศักดิ์ ยอดมณี เป็นเลขานุการของนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
พล.อ.นพดล อินทรปัญญา เป็นเลขานุการ และ พล.อ.โสภณ ศิลป์พิพัฒน์ เป็นที่ปรึกษาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายสิโรตม์ เสตะพันธุ์ เป็นเลขานุการของนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นางภัทธมน เพ็งส้ม เป็นเลขานุการ และนายพิชัย บุณยเกียรติ เป็นที่ปรึกษาของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เป็นเลขานุการ และนายพิเชฐ พัฒนโชติ เป็นที่ปรึกษาของนายวิทยา แก้วภราดัยรมว.สาธารณสุข
นายปรีชา ผ่องเจริญกุล เป็นเลขานุการ และนายสัญญา สถิรบุตร เป็นที่ปรึกษาของนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ นายเกรียงยศ สุดลาภา เป็นเลขานุการ และนายสุกิจ ก้องธรนินทร์ เป็นที่ปรึกษาของนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย (มท.3) นายชภัช นิมมานเหมินท์ เป็นเลขานุการ และนายวีระชัย ถาวรชล เป็นที่ปรึกษานายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน นายภูมิสรรค์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา เป็นเลขานุการ และนายประพันธ์ คูณมี เป็นที่ปรึกษาของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์ฯ
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล เป็นเลขานุการ นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ เป็นเลขานุการ และนายชาญยุทธ โฆศิรินนท์ เป็นที่ปรึกษาของนายวิฑูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสุธรรม นทีทอง เป็นเลขานุการ และนายบุญย์ธีร์ พานิชประไพ เป็นที่ปรึกษาของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ นายศุรพงศ์ พงศ์เดชขจร เป็นเลขานุการของนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์รมช.ศึกษาฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายพิเชฐ พัฒนโชติ กับนายประพันธ์ คูณมี นั้นเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ และยังเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ร่วมเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงส์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย
สำหรับรายชื่อของบุคคลที่จะเสนอเข้าเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีบางตำแหน่งที่ยังว่างอยู่นั้น ปรากฏว่ารัฐมนตรีบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตัดสินที่จะคัดเลือกตัวบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว และบางส่วนยังไม่มีการเสนอชื่อเข้ามา โดยมีกระแสข่าวว่าพรรคจะเซ็นรับรองรายชื่อเวลาประมาณ 23.00 น. เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเสนอชื่อ หรือมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อได้ก่อนที่จะมีการประชุม ครม.
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 16.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้มีคำสั่งถึงรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนว่า ให้ปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อยุติการติดต่อสื่อสารกับผู้สื่อข่าวที่ได้โทรศัพท์มาสอบถามถึงรายชื่อผู้ที่จะมารับตำแหน่งเลขานุการ และที่ปรึกษารัฐมนตรีของพรรค ก่อนที่จะนำเสนอเป็นวาระจรเข้าที่ประชุม ครม.ในเช้าวันที่ 13 ม.ค.นี้
มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า ทีมงานฝ่ายการเมืองของนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการจากแกนนำพรรค ถึงความเป็นไปได้ในการที่จะมีการรื้อฟื้นตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีขึ้นอีกครั้ง หลังจากเคยเกิดขึ้นสมัยรัฐบาลไทยรักไทย เพื่อแก้ปัญหาเรื่องแกนนำพรรคหรือ ส.ส.ของพรรคหลายสมัยที่ชวดตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งหากจะทำก็เพียงแค่ออกพระราชกฤษฎีกาให้มีผลบังคับใช้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้หากจะทำจริงจะต้องมีการหารือกันในพรรคร่วมรัฐบาลก่อนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่
ไทยโพสต์ มติชน 13 มกราคม 2552