"อภิสิทธิ์" ดึง "สถาพร-นริศ-พรายพล" ร่วมทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจ พร้อมฟื้นแผนแจกโบนัส "ขรก." บรรเทาค่าครองชีพ เกษตรฯ เล็งจัดที่ ส.ป.ก.ให้คนว่างงานทำเกษตร ขอ 8 พันล้าน พัฒนาแหล่งน้ำ ยันช่วยสร้างงาน รถไฟสนองนโยบายรัฐ ขยายเส้นทางรถไฟฟรีเพิ่มที่ "อีสาน"
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในวันที่ 12 มกราคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายกฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ทำหน้าที่ในการพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดทำแผน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้ว
ข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจฯ จะมาจากบุคคลภายนอก ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจ จำนวน 7-8 คน อาทิ นายสถาพร กวิตานนท์ นายนริศ ชัยสูตร นายพรายพล คุ้มทรัพย์ เป็นต้น
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 มกราคมนี้ จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำงบประมาณ 1 แสนล้านบาท มาหารือเพื่อกำหนดรายละเอียดของมาตรการในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจผ่าน 9 กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ ว่า แผนการดำเนินการแต่ละกลุ่มที่ชัดเจนจะมีอะไรบ้าง รวมทั้งพิจารณาโครงการที่แต่ละกระทรวงเสนอขอใช้งบฯมา เพื่อสรุปข้อมูลเสนอ ครม. ในวันที่ 13 มกราคมนี้
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายช่วยเหลือด้านค่าครองชีพให้กับข้าราชการ ซึ่งเท่าที่หารือจะไม่ใช่การขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการอย่างแน่นอน แต่จะเป็นลักษณะการให้ค่าตอบแทนพิเศษ หรือโบนัส ให้แก่ข้าราชการแบบครั้งเดียว เพื่อไม่ให้เป็นผลผูกพันกับงบประมาณของรัฐบาล ส่วนรูปแบบและข้อกำหนด หรือที่มาของงบประมาณ จะเป็นอย่างไร จะต้องหารือในที่ประชุม ครม. อีกครั้ง
อนึ่ง ในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยมีแนวคิดจะให้ค่าตอบแทนพิเศษ หรือโบนัส แก่ข้าราชการ โดยใช้งบฯ ในส่วน 1 แสนล้านบาท โดยนายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี วางแนวที่จะให้โบนัสเน้นไปที่ข้าราชการระดับล่างเป็นหลัก โดยโบนัสที่ให้เมื่อรวมกับการขึ้นเงินเดือนจะต้องไม่เกิน 6% เช่น ข้าราชการได้ขึ้นเงินเดือน 3% ก็จะได้โบนัสในอัตราไม่เกิน 3% ของเงินเดือนเป็นต้น และให้เพียงปีเดียวเท่านั้นเพื่อไม่ให้มีผลผูกพันต่องบประมาณ
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมของบฯเพื่อฝึกอบรมแรงงานนอกภาคเกษตรที่ว่างงานเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรม ในโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งแปลง หรือศูนย์เรียนรู้ เมื่อผ่านการฝึกอบรมแล้ว สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จะจัดสรรที่ดินให้ทำกินต่อไป รวมทั้งจะจัดหาทุนให้ด้วย คาดว่าจะรองรับคนว่างงานได้ 1 แสนคน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้5 แสนคน โดยจัดสรรที่ให้ 2 ส่วน คือ 1.ที่ ส.ป.ก. ที่จะให้เฉพาะสิทธิทำกินเท่านั้น ไม่สามารถนำไปเปลี่ยนมือได้ และ 2.ที่ดินจากโครงการธนาคารที่ดิน ตามนโยบายรัฐบาล ที่ ส.ป.ก. จะเข้าไปติดต่อขอซื้อที่ดินรกร้างไม่ได้ทำประโยชน์ มาจัดสรรให้บุคคลที่จะเข้ามาทำอาชีพผ่อนชำระในราคาพิเศษนายธีระกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้จะของบฯ 8 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กในชุมชน และงานระบบสูบด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลตั้งไว้ คือก่อให้เกิดการจ้างงาน และใช้จ่ายในระยะสั้น ไม่เกิน 6 เดือนแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 13 มกราคมนี้ จะมีการหารือร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการดำเนินการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับชุมชน หรือกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง ขึ้นมาทำหน้าที่แทนโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) ที่ถูกยกเลิกไป ส่วนงบฯ กองทุนเศรษฐกิจพอเพียงที่จะใช้ 2.2 หมื่นล้านบาท นั้น จะมีการขออนุมัติให้โอนงบฯ เอสเอ็มแอลที่ค้างอยู่ 6 พันล้านบาทให้กองทุนและจะของบฯ เพิ่มอีก 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฐานรากได้ โดยหมู่บ้านที่ได้งบฯ เอสเอ็มแอลแล้ว จะได้รับจัดสรรอีก 1 เท่า ส่วนที่ยังไม่ได้รับจัดสรรจะได้รับ 2 เท่านายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงมาตรการขยายระยะเวลา "รถไฟฟรี เพื่อประชาชน" อีก 6 เดือน ว่า นอกจากรถชั้น 3 ที่เคยให้บริการฟรี วันละ 172 ขบวน ในเส้นทางต่าง ๆ ในรถไฟสายเหนือและสายใต้แล้ว ร.ฟ.ท.เตรียมขยายพื้นที่โครงการ ไปยังรถไฟสายอีสานด้วย โดยเริ่มจากเส้นทางที่มีการเดินทางคับคั่ง เช่น กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-อุดรธานี ช่วงแรกจะเริ่มจากการพ่วงตู้รถไฟ ขบวนละ 2-4 ตู้ และหากโครงการได้รับความนิยมก็อาจเพิ่มรถไฟฟรีทั้งขบวน "ผลการดำเนินโครงการพบว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่มีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้น 30% และเชื่อว่าเมื่อต่ออายุไปอีก 6 เดือน จะทำให้ปริมาณผู้ใช้เพิ่มขึ้นอีก ส่วนงบฯชดเชยที่ขอให้รัฐบาลอุดหนุนตลอด 6 เดือนรวม 550 ล้านบาท และในอีก 6 เดือนข้างหน้า จะขอชดเชยอีก 650 ล้านบาทตามจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น" นายยุทธนากล่าวนายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.ได้รายงานผลโครงการ รถเมล์ฟรี เพื่อประชาชนให้สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ทราบ เพื่อพิจารณา ขยายอายุโครงการออกไปอีก 6 เดือน ตามนโยบายของรัฐบาล โดยที่ผ่านมา ขสมก. มีรถเมล์ประเภทรถร้อนเข้าร่วมโครงการรถเมล์ฟรีวันละ 800 คัน และสามารถเพิ่มรถได้สูงสุดวันละ 1,600 คัน โดยขอชดเชยจากรัฐเฉลี่ยวันละ 8,500 บาทต่อคัน ขณะที่มีผู้ใช้รถเมล์เพิ่มขึ้น 10%
มติชน 12 มกราคม 2552