| กรณีศึกษา 3 |
การใช้กระบวนการทำแผนแบบ A.I.C. ที่ระดับหมู่บ้าน
ผลการประชุมบ้านโต๊ะแน หมู่ที่ 9 ตำบลตะละดือรามัน อำเภอกระพ้อ จังหวัดปัตตานี ... ระดับหมู่บ้าน
- รวบรวมข้อมูล สำรวจ จปฐ. จำนวน 60 หลังคาเรือน
-
สภาพปัญหา
- ความสะอาดของบ้านเรือนไม่ดี 45 หลัง หรือร้อนละ 75
- เด็กขาดสารอาหาร 3 คน จาก 32 คน หรือร้อยละ 9.3
- ยากจน มีรายได้น้อยกว่า 15,000 บาท/ปี 21 หลังคาเรือน หรือร้อยละ 35
- การจัดลำดับความสำคัญ ด้วย 4 องค์ประกอบ คือ ขาดของปัญหา ความรุนแรง ความยาก การยอมรับของชุมชน ด้านละ 5 คะแนน ได้ผลว่า ความสะอาดของบ้านเรือน เป็นปัญหาระดับ 1 ได้ 18 คะแนน เด็กขาดอาหารเป็นอันดับ 3 ได้ 12 คะแนน ความยากจนเป็นอันดับ 2 ได้ 16 คะแนน
- เหตุผล เรื่องความสะอาด 1. แห้ไขง่าย 2. การยอมรับของชุมชนดี 3. ขนาดของปัญหากว้างขวางกว่าเพื่อน
- สาเหตุของปัญหา ประชาชนไม่เห็นความสำคัญ
- วิสัยทัศน์ หมู่บ้านสะอาด น่าอยู่ ผู้พบเห็น และผู้อยู่อาศัยมีความสุข สบายใจ และป้องกันพาหะนำโรคต่างๆ
-
กลวิธีแก้ปัญหา
- ประชุมกลุ่ม คนในชุมชน
- แบ่งความรับผิดชอบให้กลุ่มตามละแวกบ้าน
- กำหนดกิจกรรมที่จะทำ ตามที่กลุ่มจะมีมติ
- สรุป ประเมินผล โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแนะนำ
-
วิธีดำเนินงาน แบ่ง 5 กลุ่ม มี อสม. เป็นหัวหน้า สมาชิกมาจาก 3 องค์กร องค์กรละ 1 คน ทำกิจกรรมดังนี้
- ประชุมชี้แจงให้ประชาชนในละแวกรู้ปัญหา และกิจกรรม
- รณรงค์ทำกิจกรรมที่รับผิดชอบ
- ปรึกษา หาแนวทางแก้ปัญหา โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขช่วยแนะนำทางเทคนิค
- ประสานงานระหว่างกลุ่ม ทำพร้อมกัน แล้วสรุปความก้าวหน้า
- รายงานผลทุกสัปดาห์ ก่อนละหมาด
เป้าหมาย 60 บเาน
กรณีศึกษารายนี้ ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ ให้เห็นความสำคัญอีกมาก การประชุมได้เพียงวิสัยทัศน์ และแก้ไขเรื่องที่อยู่ใกล้ตัว ซึ่งต่างคนต่างทำ อาจจะดูง่าย แต่ผลและการช่วยสนับสนุนยากมาก ที่จะสำเร็จโดยเร็ว
กลุ่มที่ 2 บ้านบางไร่ หมู่ที่ 2 ตำบลหนองจิก จังหวัดปัตตานี
- การเก็บข้อมูล สำรวจ จปฐ. 98 หลังคาเรือน
-
สภาพปัญหา
- ยากจน ครอบครัวรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท/ปี
- บ้านไม่สะอาด
- ใช้ยาเสพติด
- ไม่มีส้วม
- มีเหตุรำคาญ จากเสียงรถ
-
จัดลำดับความสำคัญ ด้วย 4 องค์ประกอบ ได้ผลว่า ความยากจนเป็นปัญหาลำดับ 1 ได้ 17 คะแนน, ไม่มีส้วม เป็นอันดับ 2 ได้ 15 คะแนน, บ้านไม่สะอาด ลำดับ 3 ได้ 14 คะแนน, ยาเสพติด อันดับ 4 ได้ 11 คะแนน, เหตุรำคาญ ลำดับ 5 ได้ 9 คะแนน
เหตุผล อาชีพหลักไม่สามารถทำรายได้เพียงพอ
- สาเหตุ อาชีพทำนา และรับจ้างไม่มีที่อยู่ถาวร อาชีพหลักทำรายได้น้อย ต้องมีอาชีพเสริม
- วิสัยทัศน์ อยากให้ประชาชน และองค์กรในหมู่บ้านมีความร่วมมือกัน ประกอบอาชีพที่มีรายได้สูง อยู่รวมกับครอบครัวอย่างมีความสุข
- กลวิธี หาอาชีพเสริมให้ครอบครัวที่ต้องการมีรายได้เพิ่ม
-
วิธีดำเนินการ
- ประชุมชาวบ้านเพื่อค้นหาปัญหา
- ติดต่อหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง กับการส่งเสริมอาชีพ เช่น เกษตร พัฒนากรฯ เพื่อหาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ฝึกความรู้
- องค์กรชุมชน และประชาชนดำเนินการร่วมกัน
-
แผนปฏิบัติการ
- รวบรวมข้อมูล ครัวเรือน ที่ต้องการพันธุ์พืช และสัตว์ เดือน พ.ค. พ.ศ.2540 ผู้รับผิดชอบ คือ กลุ่มทั้ง 4 ของหมู่บ้าน
- ประสานงานกับเกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ ขอพันธุ์พืช และสัตว์ เดือนมิถุนายน พ.ศ.2540 ผู้รับผิดชอบ คือ กลุ่มทั้ง 4
- ร่วมกันปลูกพืชแปลงรวม เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2540 ผู้รับผิดชอบคือ กลุ่มทั้ง 4
- รายงานความก้าวหน้า ผลการทำงาน เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2540 เป็นต้นไป ผู้รับผิดชอบ คือ กลุ่มทั้ง 4
- ผลการดำเนินงานระหว่างติดต่อประสานงาน กลุ่มมีความแตกแยก ต้องการทำอาชีพ ช่างไม้ ช่างทำผม ฯลฯ แต่ไม่มีผู้สานงานต่อ การดำเนินงานจึงยังไม่สำเร็จ
การศึกษารายนี้ เป็นตัวอย่างของความล้มเหลว ภายหลังการประชุม ไม่สามารถดำเนินการต่อ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พบได้เสมอ ในการทำงานกับประชาชน และชุมชน ที่ขาดการนำที่เข้มแข็ง ต้องทำซ้ำอีก
การนำกระบวนการนี้ไปใช้ ต้องทำซ้ำบ่อยๆ เพื่อฝึกความรับผิดชอบภายหลังการประชุม ด้วยกลุ่มตรวจสอบทั้งภายใน และภายนอก ให้เกิดคุณภาพการดูแล กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นกระบวนการประชุมเท่านั้น คนไทยยังต้องการพัฒนาอีกมาก ในเรื่องการนำมติที่ตกลงจากการประชุม กลับไปทำต่อ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ยังเข้าใจว่าเป็นเรื่องของผู้จัดประชุม ตนมีภารกิจมาประชุม ให้ความเห็น ก็หมดภาระแล้ว
| กรณีศึกษา 4 |
หลักการของสมาคมพัฒนาประชากร และชุมชนระดับปฏิบัติ
กระบวนการจัดการประชุมวางแผน แบบมีส่วนร่วม (AIC) ... ระดับผู้ปฏิบัติงาน
การเปิดโอกาสให้ผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับชุมชน ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผน และตัดสินอนาคตนั้น ได้รับการยอมรับว่า เป็นกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย และได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นวิธีที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างเหมาะสม และยั่งยืน (Sustainable development) เพราะการที่ผู้แทนกลุ่มได้เข้าใจ ไปมีส่วนร่วมในการวางแผนตัดสินใจ เป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ในการดำเนินงาน สร้างการยอมรับ และสร้างความรู้สึก ของการเป็นเจ้าของโครงการ และผลงาน ซึ่งจะส่งผลให้โครงการนั้นๆ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ และยังเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้อง ในชุมชนนั้นๆ ด้วย
กระบวนการจัดการประชุมแบบมีส่วนร่วม เป็นวิธีการที่สามารถเปลี่ยนแปลง และประยุกต์ได้ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ วัตถุประสงค์ ผลที่ต้องการ เวลา และกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้ความสำเร็จในการจัดเวทีการมีส่วนร่วมนั้น จะต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญสองประการ คือ บุคลากรผู้นำการประชุม และการดำเนินงานตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ
กระบวนการจัดประชุมแบบมีส่วนร่วม แบ่งได้เป็น 2 ขั้นตอน คือ
-
ขั้นตอนการดำเนินการประชุม
- การวิเคราะห์และเรียนรู้สภาพความเป็นจริง และปัญหา (Realities and Possibilities / A)
- การเสนอความเห็นต่อรอง ประนีประนอม และโครงการ หรือกลยุทธ์การพัฒนา (Influence and Strategies / I)
- การวางแนวทางในการปฏิบัติ (Action Plan / C)
-
การสรุปแนวความคิด
- การสรุปความคิดรวม (Synthesizing Outputs)
- การนำเสนอผลของการประชุม (Reporting)
-
การดำเนินการประชุม
-
การเรียนรู้ และวิเคราะห์สภาพความเป็นจริง และปัญหา (Appreciation)
ผู้เข้าร่วมประชุม ต้องร่วมกันทบทวน และระดมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพที่เป็นจริงทั้งระบบ โดยอาศัยความรู้จากประสบการณ์ ในชีวิตประจำวัน และประสบการณ์ในการทำงาน ของผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคน ซึ่งภาพที่ได้นี้ ถือว่า เป็นการรวบรวมข้อมูล ที่จะใช้ประกอบการพิจารณาแผน และเสนอแนวทางการปฏิบัติต่อไป
ขั้นตอนนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
- ระดมความเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของชุมชน หรือปัญหา
- เป็นการจินตนาการถึงเป้าหมายที่ต้องการ ในการที่จะแก้ปัญหา ซึ่งเป็นการมองความเป็นไปได้ในอนาคต ตามเงื่อนไขที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ในขั้นตอนนี้ ผู้นำการประชุมควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสในการเสนอข้อมูล ปัญหา ประสบการณ์ และความคิดเห็นโดยเท่าเทียม และควรสร้างเงื่อนไขที่ผู้เข้าประชุมทุกคน จะต้องรับฟังอย่างเปิดกว้าง และยอมรับข้อมูลของคนอื่นๆ
-
กระบวนการในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และต่อรอง (Influence)
เป็นขั้นตอนที่สมาชิกทุกคนจะต้องร่วมกันคิดถึงแนวทาง ซึ่งอาจจะออกมาในรูปของกรอบ การดำเนินงานโครงการ หรือขั้นตอน วิธีการที่จะพัฒนาชุมชน ให้เป็นไปตามเป้าหมายของสมาชิก ซึ่งวิธีการนี้ จะทำให้ได้มาซึ่งแผนพัฒนา ที่มาจากสมาชิกของชุมชนโดยตรง ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียจากการพัฒนาอย่างแท้จริง
ขั้นตอนนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
- การระดมความคิดเพื่อเสนอโครงการ
- การสร้างข้อตกลงร่วมกัน
บรรยากาศในช่วงมักจะตึงเครียด เพราะกลุ่มต่างๆ จะพยายามเสนอโครงการที่มีประโยชน์ กับกลุ่มตนเอง ผู้นำการประชุมจะต้องทำตัวเป็นกลางที่จะประนีประนอม ไกล่เกลี่ยข้อโต้เถียงพิพาท ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการประชุมนี้ เพื่อหาข้อสรุปร่วม ซึ่งสมาชิกในที่ประชุมทุกคนยอมรับ โดยสมาชิกทุกคนจะต้องร่วมกันคิดถึง ข้อดี ข้อเสีย และความเป็นไปได้ของการดำเนินงานโครงการ และผลประโยชน์ที่จะได้รับ
- การกำหนดรูปแบบการดำเนินงานโครงการ หรือการจัดทำแผนปฏิบัติ (Control) เป็นขั้นตอนการจัดทำรายละเอียดของโครงการ ซึ่งควรจะลงถึงรายละเอียดในการดำเนินการ แหล่งงบประมาณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วงเวลาในการดำเนินงาน ฯลฯ
-
การเรียนรู้ และวิเคราะห์สภาพความเป็นจริง และปัญหา (Appreciation)
-
การสรุปแนวความคิด
เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการประชุม ซึ่งแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ
- สรุปข้อเสนอรวบรวม เป็นการรวบรวมประเด็น และทบทวนข้อเสนอโครงการว่า ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ เพียงใด เพื่อเป็นการเตรียมร่างข้อเสนอแนะ ในการประชุมระดับที่สูงขึ้นต่อไป
- การเสนอผลการประชุม ผลการประชุมควรจะมีการบันทึก และจัดทำเป็นรูปของรายงาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงต่อไป โดยเฉพาะในกรณีที่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงการ หรือแนวทางในการปฏิบัติต่อไป
รวบรวมโดย นายเอกชัย คำอิสรระ
สมาคมพัฒนาประชากร และชุมชน
จากเอกสาร "การจัดเวทีการมีส่วนร่วม : คู่มือการจัดประชุม"
ของ ดร.อรพินท์ สพโชคชัย
การวางแผนพัฒนาหมู่บ้านอย่างมีส่วนร่วม
- เริ่มแรกจะเป็นการแนะนำตัวผู้เข้าร่วมประชุม โดยใช้เกมส์ หลังจากนั้นให้ผู้อาวุโสเล่าประวัติของหมู่บ้านให้สมาชิกฟัง แล้วให้สมาชิกทุกคนวาดภาพของหมู่บ้าน ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (ภาพหมู่บ้านปัจจุบันของฉัน) แล้วแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มหญิงล้วน
- กลุ่มชายล้วน
- กลุ่มและหญิง
มอบหมายภารกิจให้แต่ละกลุ่มดำเนินการตามขั้นตอนของ A โดยให้แต่ละคนอธิบายภาพของตัวเองให้คนอื่นๆ ในกลุ่มฟัง เมื่อทุกคนอธิบายเสร็จแล้ว ให้ช่วยกันรวบรวมภาพของแต่ละคน เป็นภาพรวมของกลุ่ม แล้วนำเสนอในที่ประชุมใหญ่
- ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอภาพหมู่บ้านปัจจุบันของกลุ่ม เสร็จแล้วคัดเลือกอาสาสมัครของกลุ่ม ช่วยกันรวมภาพเป็นของหมู่บ้านภาพเดียว และให้สมาชิกที่เป็นตัวแทนออกไปรวมภาพ อธิบายภาพหมู่บ้านให้ที่ประชุมฟังอีกครั้ง เพื่อเป็นการตรวจสอบความเข้าใจร่วมกัน
- ให้สมาชิกแต่ละคนวาดภาพหมู่บ้านในอนาคต ที่อยากจะให้เกิด ตามความคิดของแต่ละคน เสร็จแล้วใช้กลุ่มเดินมอบหมายให้ทำภารกิจดังนี้
- สมาชิกอธิบายภาพของตนเองให้กลุ่มฟัง
- สมาชิกที่นั่งฟัง ห้ามวิจารณ์ แต่สอบถามเพิ่มเติมได้
- เมื่อทุกคนอธิบายเสร็จแล้ว ให้กลุ่มช่วยกันรวมภาพของแต่ละคน ให้เป็นภาพรวมของกลุ่มเพียงภาพเดียว (หมู่บ้าน ในอนาคตของกลุ่ม)
- ให้คิดรายชื่อของกิจกรรมที่กลุ่มอยากจะให้เกิดขึ้นกับหมู่บ้านในอนาคต นำมาเขียนเรียงกันเป็นข้อๆ ต่อจากภาพหมู่บ้านในฝัน
- คัดเลือกตัวแทนนำเสนอภาพ ในที่ประชุมใหญ่
- ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอภาพหมู่บานในอนาคต และรายชื่อกิจกรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้น กับหมู่บ้านในอนาคต เมื่อแต่ละกลุ่มนำเสนอเสร็จแล้ว ให้ผู้นำการประชุมทำหน้าที่รวมกิจกรรม ที่เหมือนกันเข้าด้วยกัน และกิจกรรมที่ไม่เหมือนกัน นำมาเรียงต่อกันจนหมดทุกกิจกรรม และหลังจากนั้นผู้นำการประชุม จะต้องนำเสนอภาพรวมกิจกรรมของหมู่บ้าน ให้ที่ประชุมพิจารณาความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง
มอบภารกิจให้กลุ่มย่อยเดิมช่วยกันพิจารณากิจกรรม (I) โดยแยกประเภทของกิจกรรม เป็น 3 ประเภท ดังนี้
- กิจกรรมที่สามารถทำเองได้
- กิจกรรมที่ต้องทำร่วมกับเจ้าหน้าที่ หรือเอกชน
- กิจกรรมที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ทำทั้งหมด
เมื่อกลุ่มแยกประเภทกิจกรรมเป็น 3 ประเภทแล้ว ให้คัดผู้แทน 1-2 คน นำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ ให้ที่ประชุมพิจารณาตกลง โดยการต่อรอง กรณีทั้งสามกลุ่มมีความเห็นไม่ตรงกันว่า เป็นกิจกรรมที่ต้องทำเอง หรือทำร่วม หรือให้ผู้อื่นทไ ให้เปิดการอภิปราย โดยใช้เหตุผลของกลุ่ม และรายบุคคล และถ้าจำเป็นอาจจะใช้วิธีลงมติก็ได้ เมื่อลงมติได้แล้ว ให้กลุ่มช่วยกันพิจารณาก่อน เปิดโอกาสให้ทุกคนเลือกกิจกรรมที่ตนเองสนใจ มอบภารกิจให้กลุ่มสนใจที่ลงรายชื่อ ในแต่ละกิจกรรม ไปจัดทำรายละเอียดโครงการ (C) โดยช่วยกันตอบคำถามดังนี้
- ทำอะไร (ชื่อกิจกรรม)
- ทำแล้วจะได้อะไร
- ทำอย่างไร (มีวิธีการทำอย่างไร)
- ทำที่ไหน (สถานที่)
- ทำเมื่อใด (วัน เวลา ควรกำหนดให้ชัดเจน)
- จะต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ อะไรบ้าง
- ใครบ้างที่จะมาช่วยทำ
- ใครรับผิดชอบ
เสร็จแล้ว นำเสนอรายละเอียดของกิจกรรมในที่ประชุมใหญ่ สำหรับโครงการที่เหลือ (กิจกรรมที่ต้องทำร่วมกับเจ้าหน้าที่ และกิจกรรมที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ทำทั้งหมด) มอบให้ตัวแทนหมู่บ้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ สภาตำบล และตัวแทนสตรี นำเข้าที่ประชุมสภาตำบล เพื่อพิจารณาต่อไป
| กรณีศึกษา 5 |
การประชุมสัมมนา การจัดทำแนวทางการอนามัยครอบครัว ในโรงงานอุตสาหกรรม* ... ระดับหน่วยงานส่วนกลาง
-
ระยะการประชุมสัมมนา 2 วัน
ภาคการบรรยาย และอภิปราย 5 ชั่วโมง (วันแรก)
ภาคการประชุมกลุ่ม (แบบ A-I-C) 5 ชั่วโมง
อภิปรายทั่วไป 1
- ผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่ม : เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 7 จังหวัด (บุรีรัมย์ ขอนแก่น เชียงราย ชลบุรี สมุทรสาคร ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา) ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นอาสาสมัครในโรงงานอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่จากกรมอนามัย (สำนักส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพเขต) และเจ้าหน้าที่จากสมาคมภาคเอกชน ด้านวางแผนครอบครัว 5 สมาคม รวมทั้งสิ้นประมาณ 50 คน สามารถแบ่งกลุ่มการประชุม ออกเป็นกลุ่มย่อยได้ 5 กลุ่ม
-
ขั้นตอนการประชุม และระดมสมอง
- ภาคการบรรยาย : เพื่อเป็นการสร้างพื้นฐานความรู้ ประสบการณ์การดำเนินงาน และแนวทางที่จะก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ในการดูแลตนเอง และการส่งเสริมสุขภาพให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ในโรงงานอุตสาหกรรม วิทยากรที่ได้รับเชิญมาบรรยาย และอภิปราย จะดูในประเด็นของการส่งเสริมสุขภาพประชากร ในสถานประกอบการ มุมมองด้านต่างๆ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนงาน จากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพของคนงาน ในการดูแลตนเองในแง่มุมต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการพัฒนาประชากร อาชีวอนามัย โภชนาการ และปัญหาสุขภาพจิต รวมทั้งการอภิปราย และการตอบข้อซักถามจากผู้เข้าร่วมประชุม
- ภาคการประชุมกลุ่ม : เมื่อผู้เข้าร่วมประชุมได้มีการเตรียมพร้อม ในด้านต่างๆ ผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่ม จะมีความพร้อมในด้านความคิด และประสบการณ์จากที่ผ่านมา สามารถแบ่งกลุ่มให้คละกัน และพยายามแยกไม่ให้มีการซ้ำพื้นที่ในแต่ละกลุ่ม
-
ขั้นตอนการประชุมกลุ่ม และจัดทำแผนงานกิจกรรม
- ขั้นตอน A มีการแยกย้ายกันนั่งตามกลุ่มที่ตนเองสังกัด วิทยากรในที่ประชุมได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ ขั้นตอนของการประชุม และความสำเร็จที่ต้องการจากการประชุม เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน เป็นผู้ที่ปฏิบัติงาน เกี่ยวข้องกับโรงงานอุตสาหกรรม
- สมาชิกกลุ่มแนพนตนเองต่อเพื่อนสมาชิก
- ผู้ประสานงานกลุ่มละ 1 คน จะบอกกล่าวกติกาการประชุมกลุ่ม ให้สมาชิกรับทราบ รวมทั้งระบบการบริหารจัดการ เพื่อแบ่งความรับผิดชอบของกลุ่ม รวมทั้งงานที่ได้รับมอบหมาย จากแนวทางการประชุมกลุ่ม ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมการประชุม ได้กรอกแบบสอบถามที่ได้รับในช่วงแรกของการประชุม
- สมาชิกแต่ละกลุ่มมีการดำเนินการ ตามขั้นตอนการประชุม A-I-C ตั้งแต่การยวาดภาพ การระดมความคิด เพื่อพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพ จากแง่มุมของสมาชิกกลุ่ม ซึ่งมีมาจากภาคราชการ ผู้ปฏิบัติงาน และสมาคมเอกชน แต่ละกลุ่มได้นำเสนอโครงการต่อที่ประชุมใหญ่ ซึ่งกิจกรรมต่างๆ มีลักษณะหลากหลายดังนี้
- ตนเองทำได้
- ทำร่วมกับผู้อื่น
- เป็นความรับผิดชอบของผู้อื่น
จากผลของการประชุมกลุ่มด้วยวิธี A-I-C ทั้ง 5 กลุ่ม จะได้สรุปผลโครงการออกมา ผู้ประสานงานกลุ่ม (Facilitator) จะร่วมกันวิเคราะห์ และนำเสนอร่วมกับสมาชิกกลุ่มในห้องประชุมร่วม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนมีส่วนมีสิทธิ มีเสียง และมีการตัดสินใจร่วมกัน จากผลของการประชุมกลุ่มใหญ่ ได้มีการรวมโครงการที่คล้ายคลึงกัน และจัดลำดับความสำคัญออกมา ดังนี้
- การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ด้านการให้ความรู้ สร้างความตระหนักให้แก่พนักงาน เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และป้องกันโรคของตนเอง ด้วยสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ โปสเตอร์ วิดีโอ การ์ตูน ที่สามารถสื่อภาษาที่เหมาะสมกับกลุ่มได้ด้วย
- การประเมินสุขภาพของพนักงานด้วยตนเอง โดยการใช้แบบฟอร์มประเมินสุขภาพด้วยตนเอง เพื่อสร้างความตระหนัก และการดูแลสุขภาพ
- การจัดตั้งทีมงานอาสาสมัครในโรงงาน
- การสร้างความตระหนัก และการยอมรับที่จะให้เป็นนโยบาย และกิจกรรม โดยผู้บริหารของสถานประกอบการ
- การลดช่องว่างระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน
- การแก้ไขปัญหาของสถานประกอบการ โดยผู้บริหาร (ระดับกลาง) ร่วมกับพนักงาน
- กิจกรรมนันทนาการ เพื่อสร้างสรรค์สถานภาพทางด้านจิตใจ
- การประสานงานในระหว่างผู้เกี่ยวข้อง เพื่อลดปัญหา ผู้เข้าร่วมประชุมแยกย้ายตามกลุ่มกิจกรรม ที่คนสนใจ เพื่อจัดทำโครงการในรายละเอียดต่อไป
- ขั้นตอน A มีการแยกย้ายกันนั่งตามกลุ่มที่ตนเองสังกัด วิทยากรในที่ประชุมได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ ขั้นตอนของการประชุม และความสำเร็จที่ต้องการจากการประชุม เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน เป็นผู้ที่ปฏิบัติงาน เกี่ยวข้องกับโรงงานอุตสาหกรรม