วรรณกรรมซีไรต์เจ้าจันท์ผมหอมที่กล่าวมา ถือเป็นหนึ่งในงานเขียนชิ้นเอกของกวีล้านนาคนสำคัญที่ใช้นามปากกาว่า “มาลา คำจันทร์”

 

สวัสดีครับ ผมสมาชิกใหม่วันนี้ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องที่ผมสนใจ

คือ การปะทะสังสรรค์กันของกระแสโลกาภิวัตน์และท้องถิ่นนิยม

 

อันเนื่องมาจากกระแสโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ที่เชี่ยวกรากในบริบทสังคมโลก                                                                                 ได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนในสังคมรัฐต่าง ๆ                                                                                                                                           ไม่เว้นแม้แต่รัฐสยามที่ถูกสถาปนาความเป็นรัฐภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ (Globalization)


ในช่วงศตวรรษ 2400 เป็นต้นมา อันสืบเนื่องมาจากการเข้ามามีอิทธิพลของฝรั่งตะวันตก ในดินแดนอุษาคเนย์ ซึ่งได้ส่งผลให้กระแสตะวันตกหรือวัฒนธรรมตะวันตก (Western Culture) เข้าสู่สังคมสยามอย่างหลีกเหลี่ยงมิได้ แต่ภายใต้บริบทสังคมสยามขณะนั้นยังคงมีดินแดนที่เรียกว่า ล้านนา (Lanna) ที่เคยยิ่งใหญ่มานานนับแต่ พ.ศ. 1839 กระทั่งตกอยู่ภายใต้การครอบครองของพม่า 200กว่า ปี กระทั่งมาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสยามใน พ.ศ. 2317 จวบจนถึงปัจจุบันมาตามลำดับ ตลอดระยะเวลาราว  230 ปีที่ล้านนาตกอยู่ภายใต้อำนาจสยาม ล้านนาได้ถูกรับแรกกระแทกใน 2 ส่วน คือ แรงกระแทกจากวัฒนธรรมตะวันตกตะวันตก (Western Culture) และวัฒนธรรมสยาม(Siam  Culture)

ภายใต้นโยบายทำบ้านเมืองให้ทันสมัยโดยภายรูปแบบการบริหารบ้านเมืองแบบ รัฐรวมศูนย์ ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในล้านนาเกือบทุก ๆ ด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ  การเมืองและสังคมเพื่อตอบสนองนโยบายรัฐสยามอันเป็นหนึ่งเดียวขณะนั้น  จนกระทั่งนำไปสู่กระบวนตอบโต้รัฐสยามเรื่อยมาในทุก ๆ ด้านนับแต่ กบฏพญาผาบ ( พ.ศ.2432)  กบฏเงี้ยวเมืองแพร่ (พ.ศ.2445) แต่สิ่งที่น่าสนใจนั่นคือการโต้ตอบรัฐสยามของล้านนาผ่านงานวรรณกรรมล้านนาดังที่ผู้เขียนได้เลือกนำเสนอในบทความชิ้นนี้เพราะมันถือเป็นจุดประกายให้ปลุกจิตล้านนาสำนึกที่แฝงไว้ในประเด็นสังคมและการเมืองที่น่าสนใจดังที่มาลา คำจันทร์นำเสนอไว้ในงานเจ้าจันท์ผมหอมชิ้นนี้