ในช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา เราเองมีโอกาสเดินทางเข้ามาอยู่แถว ๆ ชานเมืองหลวงเพื่อร่วมสร้าง “สนามบิน” แห่งใหม่ ซึ่งเป็นสนามแห่ง “สัจธรรม...”

หลังจากสนามบินแห่งที่สองที่จังหวัดเชียงใหม่ (แห่งแรกที่จังหวัดแพร่) แล้วเสร็จกว่า 99% สามารถเปิดให้บริการแก่ญาติโยมในเขตภาคเหนือได้แล้วนั้น
แผนงานถัดไปคือสร้างสนามบินแห่งใหม่เพื่อเปิดให้บริการแก่ญาติโยมในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

 

ซึ่งสนามบินแห่งสามแห่งนี้เปิดให้ใช้บริการฟรี ไม่เสียค่าลงจอด ค่าจอด ค่าเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการใด ๆ ทั้งสิ้น "เผาก็เผาฟรี สวดก็สวดฟรี...!"

ชีวิตของเรานั้นก็เปรียบได้ดั่งเครื่องบินลำหนึ่ง
เมื่อเราได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์นั้น ก็เท่ากับว่าเครื่องบินลำนี้ได้ทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ภายใต้เชื้อเพลิงนั่นคือ “กรรม” เป็นทุน


เมื่อเครื่องบินลำหนึ่งขึ้นสู่บนท้องฟ้านั้น ไม่มีเครื่องบินลำใดที่จะอยู่ค้ำฟ้าได้
เครื่องบินทุกลำย่อมต้องถึงคราต้องกลับมาสู่พื้นดิน
ผืนดินที่เป็นจุดเกิด กลับมาถิ่นที่ได้กำเนิด...

การเตรียมสนามบินเพื่อให้เครื่องบินลงนั้นจึงเป็นงานที่สำคัญไม่แพ้กลับที่จะนำเครื่องบินขึ้นสู่ท้องฟ้า
เมื่อครรภ์ของแม่ซึ่งเปรียบดั่งสนามบินผู้ส่งเราให้ชีวิต เมรุนั้นก็เปรียบได้กับสนามบินที่จะรองรับเครื่องบินที่หมดเชื้อเพลิง ถึงคราที่จะต้องร่อนลง

เครื่องบินหลายลำนั้นมีพื้นที่การบิน คือ “บ้าน” ญาติ และครอบครัว อยู่ในเขตกรุเทพฯ และใกล้เคียง
การที่จะเดินทางไปถึงเชียงใหม่นั้นก็เป็นงานที่เหนื่อยยากจนเกินไป เดี๋ยวเครื่องบินลำอื่นจะเดินทางไปร่วมพิธีลงจอดไม่ไหว

ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ได้มีเมตตาสร้างสนามบินแห่งใหม่ไว้ให้ญาติโยมทั้งหลายได้ลงในสถานที่ไม่ห่างไกลจากบ้านและคนที่เคยรัก

สนามบินแห่งนี้ได้รับเมตตาจากลูกศิษย์ ลูกหา มาร่วมขุด ร่วมสร้าง ร่วมตรากตรำ ทำงานหนัก
บุคคลทั้งหลายต่างตั้งใจ อุทิศกาย เพื่อให้สนามบินแห่งนี้เป็นสถานที่แห่งสุดท้ายของชีวิตที่กรรมได้ลิขิตไว้ไม่มีผู้ใดจะสามารถผ่อนผันหรือละเว้น

สนามบินแห่งใหม่ ซึ่งเป็นสนามบินแห่งชีวิต สนามบินแห่งสัจธรรม
สนามบินแห่งนี้นั้นจึงเป็นที่เราและท่านจักต้องลง...