ศิลปะแห่งการซ้อมดนตรี
ผมคิดว่าผู้เล่นดนตรีหรือนักดนตรีส่วนใหญ่คงจะฝึกซ้อมกันอย่างหนักเพื่อพัฒนาฝีมือตนเองให้ดีขึ้น แต่บ้างคนอาจจะมีข้อข้องใจในการฝึกซ้อมว่าทำไมเราซ้อมเป็นอย่างหนักแล้ววันหนึ่งอาจเกินกว่า 8 ชั่วโมง แต่ทำไมเราไม่เก่งซักที แต่เพื่อนที่ฝึกซ้อมน้อยกว่าเรามีเวลาไปเที่ยว ดูหนัง เล่นเกม จีบสาว เดินห้าง หรือทำอย่างอื่นทำไมเล่นได้เก่งกว่าทั้งที่ซ้อมน้อยกว่า ซึ่งส่วนนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งทำให้ผู้เล่นดนตรีเกิดการท้อแท้และคิดว่าตนเองคงไม่มีพรสวรรค์ในด้านดนตรีถึงกับจะเลิกเล่นดนตรีก็มีไม่น้อยทีเดียว
การฝึกซ้อมดนตรีถือได้ว่าเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ผู้ฝึกซ้อมต้องทำความเข้าใจและให้ความสำคัญกับมันอย่างมาก การฝึกซ้อมดนตรีก็เหมือนกับการฝึกซ้อมกีฬาที่ต้องมีการฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลาและใช้หลักทางวิทยาศาสตร์ด้วยหรือที่รู้จักกันว่าวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าช่วยเพื่อใช้แก้ปัญหาความบงพร่องในด้านต่าง ๆ ของนักกีฬา ซึ่งเมืองนอกนั้นศาสตร์ทางด้านนี้ถือว่าไปไกลกว่าบ้านเรามากที่เดียวจึงทำให้นักกีฬาของเขาเก่งกว่า แต่ผมเองก็ไม่แน่ในเหมือนกันว่าในทางดนตรีนั้นมีวิทยาศาสตร์การดนตรีด้วยป่าวแต่ผมลองคิดดูมันก็น่าจะนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ในบ้างส่วนโดยเฉพาะในการพัฒนาเทคนิค ในเมื่อการเล่นดนตรีก็เป็นการใช้กล้ามเนื้อเหมือนกับการเล่นกีฬาแต่คงจะใช้ไม่หนักเท่าไรอย่างเช่นที่มือ นิ้ว แขน ขา ปาก หรือส่วนใดก็ตามเพื่อใช้ในการเล่นเครื่องดนตรี ถ้ากล้ามเนื้อในส่วนนี้แข็งแรงและมีความสัมพันธ์กันก็น่าจะทำให้การเล่นดนตรีนั้นง่ายขึ้น มีโฆษณาหนึ่งจำไม่ได้ว่าโฆษณาอะไรที่เขาบอกว่าจะต้องฝึกซ้อมให้กล้ามเนื้อจดจำวงสวิงนั้นให้ได้ ถ้าเราเอาตรงนี้มาใช้ในการซ้อมดนตรีของเราก็น่าจะได้เหมือนกันคือซ้อมให้กล้ามเนื้อมีความเคยชินกับการเล่นในรูปแบบต่างๆ (คิดเล่น ๆ)
เมื่อหลายปีมาแล้วผมได้ไปเจอกับบทความบทหนึ่ง (จำไม่ได้ว่าใครเป็นเขียน) ซึ่งเขาได้เขียนเกี่ยวกับการซ้อมดนตรีที่ผู้เขียนท่านนั้นได้เอามาจากหนังสือ "Art of Practicing ซึ่งผมได้อ่านดูแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจจึงจะขอสรุปไว้ 10 ข้อด้วยกัน
1. Always Know Exactly What You Need to Practice-and WHY : ต้องรู้ตัวเสมอว่าเรากำลังจะซ้อมเพื่อก้ไขในสิ่งใดและรู้ว่าทำไมต้องแก้
2. Organize Practice Tive to Suit Circumstances : วางแผนเวลาการซ้อมให้เหมาะกับสถานการณ์
3. Repetition is the Mother of Knowledge Only if the Perfected Passage is Ripeated More Often than the Faulty One : การซ้อมแบบซ้ำๆ ที่เก่าหลายๆ ครั้งจะได้ผลก็ต่อเมื่อเราซ้อมช่วงนั้นแบบ perfect ให้บ่อยกว่าที่ผิดพลาด
4. Practice Fastas Well as Slowly : ซ้อมเร็วเช่าเดียวกับซ้อมช้า
5. Give Equal Attention to Both Arms : ให้ความสำคัญเท่ากันทั้งมือซ้ายและมือขวา
6. Separate the Problems and Solve Them One by One : แบ่งแยกปัญหาให้ออกและแก้ไขที่ละอย่าง
7. Practice Difficult Passages in Context : นำช่วงที่ยากของเพลงออกมาซ้อมเฉพาะจุด
8. Practice Performing : Don't Only Practice Practicing : ให้ซ้อมการแสดงคล้ายการแสดงจริงด้วย
9. Practice Also Without Instrument : ซ้อมโดยไม่ใช้เครื่องดนตรีด้วย
10. Do Not Neglect the Easy Sections : They Tend to Take Revenge on You : อย่าละเลยช่วงที่ง่ายๆ มันอาจกลับมาก่อความยุ่งยากให้เราได้
10 ข้อนี้ก็เป็นแนวทางอย่างหนึ่งที่จะนำให้นักดนตรีทุกท่านไปสู่ความสำเร็จได้ แต่สุดท้ายก็คงจะอยู่ที่ความมีวินัยในการฝึกซ้อมซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้แนวทางทั้ง 10 นี้นำพาท่านไปสู่ความสำเร็จ