สภาวะที่ปรากฏ...

การทบทวนแห่งการงาน และเส้นทางที่เลือกก้าวเดิน ทำให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพบกับการเรียนรู้อันวิเศษสุด พร้อมไปในขณะที่ห้วงเวลา ณ ขณะนั้นได้รับกำลังใจอันมีค่าจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติผ่านบุคคลที่สื่อถึง...

เส้นทางการทำงานของผู้คน เสมือนการถูกต้อนไปในที่บางที่ ที่บางแห่ง คนทำงานหลายคนในทุกๆ ระดับ ทุกตำแหน่ง หน้าที่การงานส่วนใหญ่ถูกต้อนไปให้ติดกับดักอันเป็นบ่วงที่เกิดขึ้นภายใต้ภาพแห่งความหลงใหล โดยปราศจาการตรึกตรองหรือใคร่ครวญสภาวะแห่งภายในที่เกิดขึ้นหรือที่ได้จากการเรียนรู้ผ่านการงาน ทำให้ข้าพเจ้าถึงไปถึงงานเขียนของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ที่พูดถึงความจริง ความดี ความงาม และสภาวะของมายาคติที่ครอบงำและบดบัง...ไม่ให้ผู้คนหน้างานทั้งหลายได้เจอกับปรากฏการณ์แห่ง "ความดี ความงาม และความจริง"ดังกล่าว เนื่องมาจากเราถูกครอบงำจากสภาวะมายาคติ หรือข้าพเจ้าขอเลือกใช้ว่า "บ่วงที่เกิดขึ้นภายใต้ภาพแห่งความหลงใหล"...ที่เรามักให้ชื่อว่าเป็นลาภ ยศ สรรเสริญ สุขผ่านตำแหน่งและความก้าวหน้าในการงาน

การเลือกการทำงาน ไม่มีใครที่จะหลีกเลี่ยงสภาวะแห่งการมากระทบได้ ทุกคนต้องเจอ และได้เจอ แต่เรามัวใช้พลังงานทั้งหมดที่มีอยู่ไปให้ค่าและราคาต่อการโต้ตอบสภาวะที่มากระทบ ผ่านขั้วของอารมณ์ไม่พอใจ...หรืออาจเคลื่อนไปที่ขั้วแห่งความพอใจ จึงเป็นที่น่าเสียดายที่ผู้คน...จึงพลาดโอกาสแห่งการได้เรียนรู้สภาวะภายในอันละเอียด ที่จะนำพาเราคล้อยเคลื่อนผ่านไปสู่สภาวะแห่งความสว่าง...ผ่านการงานที่เราทำ

สิ่งที่ปรากฏต่อการเรียนรู้ในขณะของข้าพเจ้า ณ วันนี้ อาจไม่ใช่คำตอบที่สุดถึงที่สุดของข้าพเจ้าที่มีต่อทัศนะการงานที่ต้องเผชิญและเรียนรู้...แต่ข้าพเจ้าก็ใคร่อยากถอดบทเรียนสำหรับตนเองออกมาสะท้อนให้ได้เห็นระดับตัวที่รู้ของตนบันทึกเก็บไว้ ในกระบวนการเรียนรู้...ข้าพเจ้าเชื่อในเรื่องสภาวะการเกิดการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง และเป็นปรากฏอยู่เนืองๆ...ผ่านสิ่งที่เข้ามากระทบเรา

เมื่อคืนข้าพเจ้าได้หยิบหนังสือ "คือ เมฆสีขาวทางก้าวเก่าแก่" มาพลิกอ่านอีกครั้งอย่างซึ้งในอรรถรสในวาทกรรมของท่านติช นัท ฮันห์ที่รจนาวรรณกรรมพุทธประวัติในทัศนะใหม่ วรรคตอนแห่งความซาบซึ้งที่ปรากฏอยู่ในบทที่เขียนถึงเรื่อง "หงส์บาดเจ็บ" หน้า 39

"ในโลกนี้ มีคนจำนวนน้อยที่มีความเมตตากรุณา เพราะเหตุนี้คนเราจึงโหดร้าย และขาดความเมตตาต่อผู้อื่น คนอ่อนแอมักจะถูกคนเข้มแข็งกว่าเอาเปรียบ ... อาตมายังเห็นว่าเหตุผลที่เคยให้ในวันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องเพราะว่ามันมาจากความรักและความเข้าใจ

ความรักและความเข้าใจสามารถลดทอนความทุกข์ของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง..."

สัจจะก็คือ สัจจะ ไม่ว่าคนส่วนใหญ่จะยอมรับหรือไม่ด้วยเหตุนี้ อาตมาจึงใคร่จะบอกแก่พวกเธอว่า เราจำเป็นต้องมีความกล้าหาญอย่างมากในการที่จะพิทักษ์สิ่งที่ถูกต้อง"

สัจจะย่อมเป็นสัจจะ ไม่ว่าคนจะเชื่อหรือไม่

แม้จะมีคนสักล้านคนที่เชื่อในความเท็จมันก็ควรเป็นความเท็จอยู่ดี เธอจะต้องมีความกล้าหาญที่เชื่อในสัจจะ"

ติช นัท ฮันท์

ประพันธ์

จากบทรจนาแห่งวรรณกรรมนี้ปรากฏอยู่ในสภาวะที่ข้าพเจ้ากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความใคร่ครวญต่อการงาน ... ในทัศนะที่มีการเคลื่อนคล้อยไปสู่ "ความดี ความงาม ความจริง"

การทำงานไม่มีอะไรที่ราบรื่น แต่ทำไมเราจึงยังต้องทำงาน เพราะนี่เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดภายใต้สภาวะแห่งการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ แต่ในความเป็นมนุษย์นี้เราจะเคลื่อนสภาวะแห่งตนไปในทางไหนได้ถึงจะไม่ถูกครอบงำจากมายาคติอันเสมือนเป็นสิ่งที่คอยสั่นคลอนให้เกิดความสะเทือนทางสภาวะจิตของผู้คน เราไม่สามารถที่จะไปห้ามการสั่นสะเทือนอันมาจากสภาวะกระทบได้ แต่เราเลือกน้อมปฏิบัติต้อนรับการกระทบนั้นได้ด้วยใจที่เบาเบา ใจแห่งความเมตตา ไม่ต่อต้าน ทำความรู้จักสภาวะที่มากระทบตามจริง และด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งลงไปในสิ่งที่มากระทบนั้น

สภาวะกระทบมีตั้งระดับหยาบ ไปจนถึงระดับละเอียด และยิ่งละเอียดมากขึ้นเรายิ่งต้องใช้กำลังแห่งความใคร่ครวญผ่านสภาวะที่ว่า "สติและปัญญา"...ได้เท่ากำลังที่เรามี เมื่อผ่านสภาวะแห่งความตรึกตรองนี้แล้วเราจะเข้าใจเหตุแห่งการผลักให้เกิดสภาวะที่มากระทบเราได้ด้วยใจที่นอบน้อมมากยิ่งขึ้น

เมื่อเขียนมาถึงตรงนี้ข้าพเจ้าย้อนกลับขึ้นไปอ่านในสิ่งที่ตนเองเขียนอีกครั้ง อาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากต่อการทำความเข้าใจอย่างแท้จริงในทัศนะบางผู้คน แต่ข้าพเจ้าก็ใคร่นอบน้อมขอบันทึกนี้เก็บไว้และตีพิมพ์ เพราะนี่เป็นสภาวะแห่งปรากฏที่จัดได้ว่าเป็นกำลังใจอันงดงามที่จะสามารถนำพาพลังชีวิตนี้ของข้าพเจ้าก้าวข้ามผ่านห้วงแห่งมายาคติที่คอยแต่จะเคลื่อนเข้ามาครอบงำได้อยู่เสมอและตลอดเวลาของเส้นทางการงานของข้าพเจ้าเอง...

มายาคติที่ว่านี้...มาได้ทุกช่องทาง ทุกวิธี ผ่านผู้คนและเรื่องราว

แต่สภาวะการเรียนรู้ที่ข้าพเจ้าน้อมใช้ต่อตนเองในระดับเบื้องต้น ก็คือ การน้อมใจลงรับอย่างเบาเบา ต่อสิ่งที่ปรากฏและเริ่มต้นทำการเรียนรู้ด้วยความระวัง (สติ) ของการไปสร้างสภาวะแห่งที่จะไปสะสมอัตตา เพราะนั่นอาจทำให้ข้าพเจ้าพลาดไปทำร้ายเรื่องราว หรือผู้คนก่อเกิดเป็นความเบียดเบียนไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้

 

-------------------------------

 ปรากฏเป็นสภาวะลงใจ

ช่วงเช้าของวัน

31 ธันวาคม 2551