นวัตกรรมการเรียนรู้แบบโปรแกรม

 ชนิดของบทเรียนโปรแกรม

        1. บทเรียนโปรแกรมแบบเชิงเส้นหรือเส้นตรง (Linear Progranmme) บทเรียนชนิดนี้จะจัดลำดับเนื้อหาบรรจุลงในกรอบ ตามลำดับจาก กรอบที่ 1 กรอบที่ 2 กรอบที่ 3 ไปจนครบ ผู้เรียนจะต้องเรียนเรียงตามลำดับทีละกรอบต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่กรอบแรกจนถึงกรอบสุดท้าย จะข้ามกรอบใดกรอบหนึ่งไม่ได้ แต่คนเก่งสามารถจะเรียนจบ ได้เร็วกว่าคนที่เรียนอ่อน บทเรียนแบบเชิงเส้นนี้ทำได้ง่าย แต่ละกรอบจะบรรจุเนื้อหาน้อย ๆ ต่อเนื่องกันไปตามลำดับ

  
                                รูปที่1 : บทเรียนโปรแกรมแบบเชิงเส้นหรือเส้นตรง

         2. บทเรียนโปรแกรมแบบสาขา (Branching Programme) เป็นบทเรียนที่มีการจัดเนื้อหาเป็นกรอบ ๆ เช่นเดียวกับแบบเชิงเส้น แต่จะมีกรอบย่อย ๆ แตกออกมาจากกรอบหลักเป็นกรอบสาขา มีประโยชน์สำหรับให้ความรู้พื้นฐานเพิ่มเติมแก่ผู้เรียนที่ยังมีความรู้พื้นฐานไม่เพียงพอที่จะเรียนในกรอบต่อไป ผู้เรียนทุกคนไม่จำเป็นจะต้องเรียนทุกกรอบ คนเรียนเก่งจะเรียนจบเร็วกว่าคนเรียนอ่อน เพราะไม่ต้องเสียเวลาแวะเรียนตามกรอบสาขาย่อย ๆ

  
                                          รูปที่2 : บทเรียนโปรแกรมแบบสาขา

        2.1 บทเรียนโปรแกรมแบบแตกสาขา

        บทเรียนโปรแกรมแบบสาขาที่เป็นแบบเรียน จะไม่มีการจัดหน้าเรียงตามเนื้อเรื่องแบบหนังสือหรือตำราทั่วไป ผู้เรียนต้องเปิดอ่านตามหน้าที่แบบเรียนกำหนดให้ ถ้าเป็นบทเรียนโปรแกรมที่ใช้กับเครื่องสอน ผู้เรียนจะถูกสั่งให้กดปุ่มต่าง ๆ ที่มีหลายปุ่ม เพื่อเลือกคำตอบที่ถูก เครื่องสอนจะมีการบังคับด้วยกลไกอัตโนมัติให้เลื่อนไปทีละกรอบ อาจจะเป็นกรอบหลักหรือกรอบสาขาตามแต่ที่บทเรียนได้กำหนดเอาไว้ ผู้เรียนจะเห็นกรอบต่าง ๆ ปรากฎบนจอที่อยู่กับเครื่องนั้นและเครื่องก็จะทำหน้าที่นับจำนวนข้อที่ผิดและถูกให้ผู้เรียนได้ทราบด้วย

        บทเรียนแบบสาขานี้ จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้รายละเอียดแต่ละขั้นตอนได้เป็นอย่างดี แต่การสร้างค่อนข้างจะยากกว่าแบบแรกบทเรียนแบบสาขาที่สร้างได้ดีแล้วจะสามารถยั่วยุผู้เรียนได้เป็นอย่างดี การสร้างบทเรียนแบบนี้มีวิธีการแตกสาขาได้หลายลักษณะด้วยกัน ได้แก่

  
                                          รูปที่2.1 : บทเรียนโปรแกรมแบบแตกสาขา

       2.2 การแตกสาขาลักษณะ Remedial Loops
        การแตกสาขาลักษณะ Remedial Loops นี้ มีลักษณะเป็นบ่วงแตกสาขาไปแล้วจะวงกลับมาสู่กรอบยืนเดิม แล้วจึงค่อยเรียนกรอบต่อไปจำนวนสาขาในบ่วงจะมีตั้งแต่ 2 สาขาขึ้นไป

  
                          รูปที่2.2 : บทเรียนโปรแกรมแบบแตกสาขาลักษณะ Remedial Loops

        2.3 การแตกสาขาลักษณะ Secondary Tracks
        บทเรียนโปรแกรมแบบสาขาที่สร้างในลักษณะ Secondary Tracks นี้ ผู้เรียนจะเรียนในกรอบยืนที่ 1 แล้วตอบคำถาม ถ้าผ่านก็สามารถไปเรียน ในกรอบยืนที่ 2 ได้เลย แต่ถ้าตอบผิดจะต้องแวะไปเรียนในสาขาที่ 1 ก่อน ถ้าผ่านได้ก็ไปเรียนกรอบยืนที่ 2 แต่ถ้ายังตอบผิดอีกก็ต้องแวะไปเรียนกรอบสาขาที่ 2 ให้ผ่านก่อนเรียนลักษณะนี้ไปเรื่อย ๆ จนจบ

  
                    รูปที่2.3 : บทเรียนโปรแกรมแบบแตกสาขาลักษณะ Secondary Tracks

         2.4 การแตกสาขาลักษณะ Gate Frame
         การแตกสาขาในลักษณะ Gate Frame เป็นการแตกสาขาข้ามกรอบยืนหลาย ๆ กรอบ เมื่อเข้าใจกรอบเริ่มต้นแล้ว และถ้าเกิดปัญหาไม่สามารถจะเรียนต่อไปได้ ก็จำเป็นต้องถอยหลังกลับมาเรียนในกรอบยืนที่ 1 อีกครั้งเพื่อเสริมสร้างความรู้ที่เป็นพื้นฐาน ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนจบ

         บท เรียนโปรแกรมนอกจากแบบเชิงเส้นและแบบสาขาแล้ว ยังอาจจะมีแบบอื่น ๆ ที่แตกย่อยออกไปอีก เช่น บทเรียนหรือตำราที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชใช้อยู่ในปัจจุบันนี้เป็นบท เรียนโปรแกรมแบบไม่แยกกรอบบทเรียนชนิดนี้จะเสนอเนื้อหาทีละน้อยตามลำดับขั้น แต่ไม่อยู่ในลักษณะของกรอบเหมือนสองชนิดแรก เนื้อหาที่เสนอจะต่อเนื่องกัน เหมือนการเขียนบทความหรือตำรา แต่ที่สำคัญก็คือจะมีคำเฉลยหรือแนวตอบไว้ให้ตรวจสอบได้ทันทีที่ตอบคำถาม เสร็จ

         บทเรียนโปรแกรมอาจจะถูกนำเสนอในรูปของสื่อประสม (Multi-Media Programmed Instruction) อื่น ๆ นอกเหนือจากสิ่งพิมพ์หรือเครื่องสอน ได้แก่ สไลด์ประกอบคำบรรยายแบบโปรแกรม ภาพชุดโปรแกรม ชุดการสอน หรือ ชุดการสอนทางไกล เป็นต้น

 

http://ednet.kku.ac.th/~sumcha/212300/old1-5.html