บทเรียนที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง ในชีวิตการเป็นพยาบาลมา20กว่าปีก็ยังไม่เคยช่วยผู้ป่วยถูกไฟฟ้าดูดมาก่อน

          จากบันทึกเรื่องเล่าที่ผ่านมาในชีวิต  ในการเรียนรู้มาก่อนสัญชาตญาณนั้น  มีหลายคนถามว่าเวลาเข้าไปช่วยไม่กลัวหรือ...... 

         ก็กลับมานั่งคิดว่า....... 

         ถ้าคืนนั้นรู้ว่า   พี่สะใภ้ถูกไฟฟ้าช๊อต และมือกำลังจับสายไฟอยู่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกล้าเข้าไปช่วยเหลือเปล่า????

       หรือมีสติวิ่งไปถอดปลักไฟก่อนเข้าไปช่วย ซึ่งตามหลักการแล้วมันน่าจะเป็นอย่างนั้น

      และถ้าไม่ใช่เรียนรู้มาก่อนว่าการช่วยผู้ป่วยที่ถูกไฟดูดไม่รู้สึกตัวนั้น ต้องปั้มหัวใจก่อนเป็นอันดับแรก และรู้วิธีการปั้มหัวใจที่ถูกต้องก็คงไม่กล้าเข้าไปช่วยเช่นกัน

      และจากประสบการณ์ที่เค้าเล่าต่อ ๆกันมาว่า เวลาช่วยผู้ที่ถูกไฟฟ้าดูดไม่รู้สึกตัว ต้องให้นอนบนสังกะสี เพื่อช่วยดึงกระแสไฟฟ้าออกจากร่างกาย

     ซึ่งในวันนั้น นับว่าโชคดีที่มีประตูเหล็กบานใหญ่ รองรับกระแสไฟฟ้าไม่เช่นนั้นอาการคงโคม่ามากกว่านี้  และขณะเข้าไปช่วยแค่ดึงสายอะไรไม่รู้ออกจากร่างกายแต่ยังไม่ได้ตัดกระแสไฟเลย พื้นก็เปียก โชคดีเป็นคนติดรองเท้าไม่ชอบเดินเท้าเปล่า ไม่เช่นนั้นไม่อยากเห็นภาพเลยจริง ๆ ที่สำคัญเรียกใครมาช่วยก็ไม่ได้ยินอีกต่างหาก หรือได้ยินเค้าก็นึกเป็นอย่างอื่น 

        หลังจากเกิดเหตุการณ์  2-3 วัน   เพื่อนบ้านที่อยู่หลังบ้าน  ถามพี่สะใภ้ว่าทะเลาะกับพี่ชายหรือ เห็นได้ยินเสียงน้องสาวเรียกพี่ชายสลับกับเรียกพี่สะใภ้เสียงดังลั่น  .....ช่างถาม เหมือนกับที่พี่ชายคิดว่าที่ได้ยินเสียงดังอยู่หลังบ้านก็คิดว่าคนหลังบ้านทะเลาะกัน .....

        แต่ถ้าทะเลาะกันจริง ๆ ก็ไม่รู้อีกว่า ทะเลาะกันหรือเปล่า   แต่ทั้งหมดที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง ในชีวิตการเป็นพยาบาลมา 20 กว่าปีก็ยังไม่เคยช่วยผู้ป่วยถูกไฟฟ้าดูดมาก่อน จะช่วยก็ต่อเมื่อมีคนช่วยไปก่อนแล้ว หลังจากนั้นจึงนำส่งโรงพยาบาล  ทำแผลไฟไหม้เท่านั้น ที่เจอจะจะจังจังแบบนี้คงยาก ยังดีที่มีความรู้เรื่องการทำแผลไฟไหม้ งานนี้จึงเป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้แผลหายเป็นปกติเหมือนเดิม