ผมมาอยู่ที่บ้านปากเกร็ด หมู่บ้านสิวลีติวานนท์ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ส.ค. ๒๕๔๐ มีความสุขกว่า ๑๑ ปีแล้ว แต่ต่อไปนี้ความสุขจะลดน้อยลง เพราะเจ้าของที่หลังบ้านเขามาถมที่ ได้ข่าวว่าจะใช้เป็นตลาดเปิดท้ายขายของ สำหรับรองรับหมู่บ้านเอื้ออาทรที่อยู่ใกล้ๆ
ที่ผืนนี้กว้างมาก กินเนื้อที่หลายไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีต้นธูปฤาษีขึ้นเต็ม ที่ว่าง เปล่าหลังบ้านผืนนี้เองที่ให้ความสุขแก่ผม เป็นความสุขจากการได้อยู่กับธรรมชาติ และยิ่งกว่านั้นท้องทุ่งเล็กแห่งนี้ ยังเป็น “ระบบนิเวศ” เล็กๆ ทีมี “เพื่อน” ของผมอาศัยอยู่
“เพื่อน” เหล่านี้ไม่ค่อยปรากฏตัว แต่ปรากฏเสียง ในฤดูฝนผมมีความสุขจากการได้ยินเสียงกบเขียดร้องมาจากพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ ผมเดาว่ามันให้ความสุขแก่ผมเป็นพิเศษ โดยที่ลูกเมียเขาไม่รู้สึกแบบเดียวกับผม คงเป็นเพราะเสียงเหล่านี้คือเสียงที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก
นอกจาก “เพื่อน” ที่เป็นกบเขียดแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังให้ “เพื่อน” ที่เป็นนกหาดูยากแก่ผม ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ยินเสียง นานๆ จึงจะเห็นตัว ชนิดหนึ่งคือนกกวัก และอีกชนิดตัวโตกว่า มีสีสวยงาม แต่ไม่รู้ชื่อ ต่อไปนี้ผมคงไม่ได้สัมผัส “เพื่อน” เหล่านี้อีกแล้ว
เมื่อเห็นเขาถมที่ตอนแรกผมรู้สึกเดือดร้อน ว่าเขามาทำให้ความสงบสุขของเราสูญไป แต่มาคิดอีกที ผมน่าจะขอบคุณเจ้าของที่ดินผืนนี้ ที่เขาเอื้อเฟื้อ (โดยไม่รู้ตัว) ให้ผมได้อยู่ในบ้านนี้อย่างมีความสุขที่หาได้ยากถึงกว่า ๑๑ ปี เป็นเวลาที่ยาวนานที่เปิดโอกาสให้ผมใช้ชีวิตสร้างสรรค์ได้อย่างสนุกสนานและมีความสุข ถ้าหลังบ้านผมมีสภาพจอแจ ผมคงไม่สามารถใช้ชีวิตแบบที่ผ่านมากว่า ๑๑ ปีได้ ผมโชคดีจริงๆ
สภาพ “ความเป็นจริงแห่งชีวิต” ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดยั้งแบบนี้ น่าจะสอนให้เราเห็น “อนิจจังไม่เที่ยง” ได้
วิจารณ์ พานิช
๒ ธ.ค. ๕๑