ในโอกาสพิธีประสาทปริญญา ครั้งที่ ๖ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยอิสลามยะลามีมติมอบประกาศเกียรติคุณผู้ทรงภูมิความรู้ดีเด่นให้กับผู้รู้ (อุลามะอฺ) ที่มีผลงานดีเด่นอย่างต่อเนื่อง ผมเลยขอบันทึกไว้ในบล็อกเพื่อเป็นการเชิดชูเกียติประวัติแด่ผู้รู้(อุลามะอฺ)ดังกล่าว

โต๊ะครูหะยีอับดุลรอมัน จะปะกียา
คำประกาศเกียรติคุณ
โต๊ะครูหะยีอับดุลรอมัน จะปะกียา
ผู้ทรงภูมิความรู้ดีเด่น(Tokoh Ulama)
31 ธันวาคม 2551
โต๊ะครูหะยีอับดุลรอมัน จะปะกียา เกิด ณ บ้านสะนอ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อปี พ.ศ.2469 ปัจจุบันเป็นผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนบำรุงอิสลาม และประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษา โรงเรียนบำรุงอิสลาม ได้รับการศึกษาในเบื้องต้นที่โรงเรียน วรคามินทร์อนุสรณ์ ปัตตานี แต่ไม่สามารถเรียนจนจบหลักสูตรได้เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับการคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์และถูกโอนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเวลา 2 ปี จึงได้ลาออกเพื่อศึกษาต่อทางศาสนา ณ นครมักกะฮฺ ประเทศซาอุดิอาระเบีย จนสำเร็จการศึกษาระดับอาลีย์ (ชั้นสูง) ณ สถาบันดารุลอุลูมมักกะฮฺ หลังจากกลับสู่ภูมิลำเนาแล้วได้เริ่มสอนศาสนาที่โรงเรียนนะฮฎอตุลซุบบาน บ้าน ปาแดรู อำเภอยะหา จังหวัดยะลา เมื่อปี พ.ศ. 2499 หลังจากนั้นได้บุกเบิกก่อตั้งปอเนาะตั้งแต่ปี 2502 เพื่อสอนทางศาสนาอิสลาม ณ บ้านเฉลิม ตำบลปูยุด อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามภายใต้ชื่อ โรงเรียนบำรุงอิสลาม ตั้งแต่ปีพ.ศ.2508 จนกระทั่งปัจจุบัน ได้อุทิศเวลาและกำลังความคิดอย่างต่อเนื่องและจริงจังในการสอนและเผยแพร่ศาสนาอิสลามจนกระทั่งปัจจุบันเป็นระยะเวลาร่วม 52 ปี
จากความรู้ความสามารถที่ได้นำมาใช้ในการสอนและบริหารงานของโรงเรียนบำรุงอิสลาม จนกระทั่งกลายเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปและเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นเบ้าหลอมในการผลิตอนุชนใฝ่รู้คู่คุณธรรมได้รับพระราชทานรางวัลโรงเรียนดีเด่นประเภทใหญ่หลายปี โต๊ะครูหะยี อับดุลรอมัน จะปะกียา จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการที่ปรึกษาด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เขตการศึกษา 2 จังหวัดปัตตานี เป็นคณะกรรมการก่อตั้งและกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาของโรงเรียนเอกชนและองค์กรการกุศลอีกหลายแห่ง
โต๊ะครูหะยีอับดุลรอมัน จะปะกียา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการอย่างแท้จริง และมีผลงานทางด้านตำราอันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อเยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสมาคมโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามภาคใต้สองสมัย และรองประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานีหลายสมัย โดยในช่วงการดำรงตำแหน่งดังกล่าว ท่านได้อุทิศเวลา รวมทั้งแรงกายและแรงใจในการทำงานและบริหารเพื่อพัฒนาการศึกษาอิสลามและสังคมอย่างเต็มความสามารถสมดังที่ได้รับความไว้วางใจ โต๊ะครูหะยีอับดุลรอมัน จะปะกียา ไม่เพียงเป็นนักวิชาการอิสลามและนักการบริหารที่ประสบผลสำเร็จสูงสุดเท่านั้น ท่านยังให้ความสำคัญกับการอบรมเลี้ยงดูและเป็นแบบอย่างที่ดีต่อบุตรหลานจนกระทั่งได้รับรางวัลพ่อดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2549 นอกจากนี้โต๊ะครูหะยีอับดุลรอมัน จะปะกียา ยังได้ช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่เยาวชนในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจนสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
ที่สำคัญที่สุดท่านเป็นกำลังหลักของการบุกเบิกและวางรากฐานของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการโครงการจัดตั้งวิทยาลัยอิสลามเอกชนภาคใต้ ซึ่งท่านพร้อมคณะได้ดำเนินการยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาขออนุญาตจัดตั้งวิทยาลัยอิสลามต่อทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2528
ด้วยเหตุที่โต๊ะครูหะยีอับดุลรอมัน จะปะกียา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรอบรู้ มีวิจารณญาณ มีวิสัยทัศน์ เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม ได้อุทิศแรงกาย แรงใจ ตลอดจนความรู้ความสามารถอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่วงการศึกษาและการพัฒนาสังคมอย่างอเนกอนันต์ สมควรได้รับการพิจารณายกย่องในวงวิชาการ เพื่อเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเจริญรอยตาม ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ได้รับประกาศเกียรติคุณผู้ทรงภูมิความรู้ดีเด่น(Tokoh Ulama)เพื่อเป็นเกียรติสืบไป