เรามาสร้างวัฒนธรรมการบริโภคผลงานวิจัย(Research Consumer) ให้ความสนใจกับผลการศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือการตัดสินใจโดยใช้สารสนเทศเป็นฐานกันอย่างจริงจังเถอะครับ “ทุกครั้งที่มีการพิจารณาในเรื่องใด ๆ ควรใช้สารสนเทศที่เพียงพอ ไม่ควรใช้ประสบการณ์ หรือหรือความคิดเห็นส่วนบุคคล เป็นหลัก”

จากประสบการณ์การทำงานในบทบาทของคณะกรรมการ(Board)ขององค์กรต่างๆ จุดอ่อนประการหนึ่งที่พบเห็นบ่อยมากในกระบวนการทำงานของคณะกรรมการ คือ คณะกรรมการมักจะตัดสินใจบนพื้นฐานของประสบการณ์หรือความเห็นส่วนบุคคล(Experience-Based) มากกว่า การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล/สารสนเทศจากการศึกษา ค้นคว้า วิจัย(Information-Based)   

ในการพัฒนางานหรือการกำหนดนโยบายในการบริหารจัดการองค์กร คณะกรรมการควรให้ความสำคัญกับการใช้สารสนเทศประกอบการตัดสินใจในทุกเรื่อง ซึ่งในที่นี้ ผมขอยกตัวอย่างการทำงานในบทบาทของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา  ดังตัวอย่าง การทำงานตามพันธกิจต่อไปนี้(จะพยายามชี้ให้เห็นว่า การประชุมพิจารณาในแต่ละเรื่อง จำเป็นต้องใช้สารสนเทศในลักษณะใดบ้าง)

1) ในการประชุมเพื่อพิจารณารับรองแผนปฏิบัติการของเขตพื้นที่การศึกษา  ไม่ว่าจะเป็นแผนยุทธศาสตร์ ระยะ 3-5 ปี  หรือ แผนปฏิบัติการประจำปี   สิ่งที่คณะกรรมการควรจะได้รับทราบก่อนการตัดสินหรือให้ความเห็นชอบ/รับรองแผน  คือ  ผลการวิเคราะห์ปัญหา ความต้องการจำเป็น(Needs)ของเขตพื้นที่  จุดเด่น-จุดด้อยในการทำงานที่ผ่านมา  หรือ ผลการวิเคราะห์ SWOT  ผลการศึกษา/เทียบเคียง เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการสำคัญ ๆ  เป็นต้น.....หลังจากคณะกรรมการได้รับทราบข้อมูล สารสนเทศอย่างเพียงพอแล้ว ก็จะสามารถตัดสินให้ความเห็นชอบ/รับรอง/ไม่รับรอง แผนปฏิบัติการ พร้อมทั้งให้ความเห็นเพิ่มเติมตามประสบการณ์ของคณะกรรมการแต่ละบุคคล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2) ในกรณีการพิจารณาจัดตั้งสถานศึกษาแห่งใหม่ หรือ การขออนุมัติให้ครอบครัวจัดการศึกษาเอง(Home School)  ในกรณีนี้ คณะกรรมการควรได้รับทราบ สภาพปัจจุบันปัญหาในเรื่องสถานที่เรียนของนักเรียนในเขต สถิตินักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นต่าง ๆ ในระยะ 2-3 ปีต่อจากนี้ไป ซึ่งสะท้อนความจำเป็นที่จะต้องเปิดโรงเรียนใหม่ ผลการศึกษาความเป็นไปได้ หรือศึกษาความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องในการเปิดโรงเรียนแห่งใหม่(แรงต้าน  แรงเสริมของชุมชน)  ผลการประเมินความพร้อมของครอบครัวที่จะจัดการศึกษาเอง  ผลการศึกษาจุดอ่อน-ปัญหาของครอบครัวในการจัดการศึกษาด้วยตนเอง  ผลการประเมินการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในระยะ 2-3 ปี ที่ผ่านมา เป็นต้น...หากมีข้อมูลประกอบเช่นนี้ คณะกรรมการก็จะสามารถพิจารณา ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสเสี่ยงใด ๆ ได้เป็นอย่างดี

3) ภายใต้หน้าที่ในการกำกับ ติดตามงาน หรือควบคุมคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา  ในการประชุมเพื่อรับทราบความก้าวหน้าของงานครั้งสำคัญ ๆ ควรมีการนำเสนอ ผลการติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษา ผลการประเมินความก้าวหน้าของงานตามนโยบายหรือจุดเน้นพิเศษ(Formative Evaluation) ผลการวิจัยติดตามผลโครงการต่าง ๆ  หรือผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องจากองค์กรอื่น เช่น จากงานวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษาที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เป็นต้น ...คณะกรรมการควรได้รับทราบความก้าวหน้าของงานจากสารสนเทศเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะ ๆ จะช่วยในการตัดสินใจหรือการให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงทิศทางการทำงานที่คมชัด และเป็นรูปธรรมมากขึ้น

4) ในการประชุมเพื่อรับรอง หรือตรวจสอบคุณภาพการดำเนินงานในรอบปี สพท.ควรนำเสนอผลการประเมินโครงการ  ผลการประเมินคุณภาพงานตามตัวชี้วัดที่กำหนด(Summative Evaluation) ผลการประเมินด้านการประกันคุณภาพการศึกษา  ผลการทดสอบในระดับชาติ   หรือผลการประเมิน/ทดสอบโดยเขตพื้นที่การศึกษาเอง ให้แก้กรรมการได้รับทราบในรอบปี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเดินทางมาถูกทิศทางแล้ว   รวมทั้งสามารถตัดสินใจยกเลิก หรือปรับเปลี่ยนทิศทางการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป

ที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่าง ในบางลักษณะเท่านั้น  สิ่งที่เห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ คือ เราควรมาร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการบริโภคผลงานวิจัย(Research Consumer) หันมาให้ความสนใจกับผลการศึกษา ค้นคว้า วิจัย หรือการตัดสินใจโดยใช้สารสนเทศเป็นฐานกันอย่างจริงจังเถอะครับ แม้ว่าในปัจจุบัน จะมีแนวโน้มการดำเนินการในลักษณะนี้มากขึ้น แต่ผมคิดว่าเราต้องเร่งดำเนินการกันอย่างจริงจัง จนเป็นนิสัย “ทุกครั้งที่มีการพิจารณาในเรื่องใด ๆ ควรใช้สารสนเทศที่เพียงพอ ไม่ควรใช้ความรู้สึก ประสบการณ์ หรือหรือความคิดเห็นส่วนบุคคลของคณะกรรมการโดยลำพัง”...ฝ่ายจัดการประชุม ต้องถามเสมอว่า ข้อมูลที่มีอยู่ เพียงพอต่อการตัดสินใจของบอร์ด หรือยัง   อีกทั้ง  ในการประชุมบอร์ดทุกครั้ง ควรส่งเสริมให้บอร์ดได้บริโภคผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ อาจเป็นผลงานการศึกษา วิจัย โดยหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้เพื่อให้บอร์ด มีความรู้และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สามารถเทียบเคียงและเลียนแบบ(Benchmarking) ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรให้สามารถก้าวสู่ความเป็นเลิศได้