|
ครูปฐมวัย : ผู้ร่วมวางรากฐานชีวิตมนุษย์ |
ถ้าเราติดตามการพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศที่ยอมรับกันว่าพัฒนาแล้วจะพบว่า ผู้บริหารของประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยด้วยการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้อบรมเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่แรกเริ่ม อย่างเช่นในประเทศอิสราเอล ญี่ปุ่น ในสหรัฐอเมริกาช่วงที่คลินตันเข้าบริหารประเทศจะเห็นนโยบายที่พัฒนาเด็กปฐมวัยที่เรารู้จักกันว่าโครงการ Head Start เพราะเขาถือว่าคุณภาพของคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและการพัฒนาจะมัวแต่จะรอให้โตก่อนแล้วค่อยพัฒนาเป็นสิ่งที่ยาก ดังนั้นจะต้องเริ่มตั้งแต่ปฐมวัยจึงจะไม่สายเกินไป เมื่อเรากลับมามองบ้านเมืองเรา การถกเถียงเกี่ยวกับด้านวิชาการปฐมวัยก็ยังคงมีอยู่ ถึงแม้จะมีทฤษฎี ปรัชญา หลักการ หรือมีการวิจัยรองรับก็ยังคงมีการปฏิเสธและถกเถียงอยู่เนือง ๆ อาจเป็นเพราะพวกเราติดกับความเคยชิน ความรู้ดั้งเดิมที่ผู้ใหญ่ได้รับการอบรมเลี้ยงดู หรือได้รับการเรียนรู้ซึ่งปลูกฝังมาเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างเช่น มีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งออกอากาศในช่วงเวลาที่มีคนดูมากที่สุด เป็นรายการที่เมื่อออกตอนแรก บรรดาผู้ปกครอง แพทย์ นักวิชาการร่วมมือกันต่อต้านเพราะเห็นว่าเป็นรายการที่ไม่เหมาะสมที่จะนำมาออกอากาศ ในช่วงเวลาที่เด็ก ๆ จำนวนมากดูกัน ในส่วนของผู้ผลิตรายการบอกว่าจุดประสงค์เพื่อให้เด็กรู้จักการดำเนินชีวิตจริง ๆ และการปฏิบัติงานในฐานะที่เป็นผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กสามารถวิเคราะห์และแยกแยะสิ่งดีหรือไม่ดี ฝ่ายนักวิชาการเห็นว่าภาพต่าง ๆ เป็นการล่อแหลมมากในอันที่จะเป็นตัวแบบให้เด็กได้ประพฤติปฏิบัติตาม เพราะวัยเด็กช่วง 7-12 ปี เป็นช่วงการเลียนแบบ การเรียนรู้จะเรียนรู้จากภาพ การคิดจะเป็นในลักษณะของสิ่งที่เป็นรูปธรรม การพัฒนาสติปัญญาในด้านการคิดแบบนามธรรมยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นภาพต่าง ๆ ที่อยู่ในรายการดังกล่าวจึงไม่สมควรให้เผยแพร่ออกอากาศในช่วงดังกล่าว หากคณะผู้ผลิตได้นำความรู้ด้านจิตวิทยาเด็ก การพัฒนาด้านสติปัญญาของเด็กมาประกอบในการทำรายการก็จะไม่เกิดการถกเถียงและเป็นปัญหาอย่างที่ได้กล่าวมานี้
ช่วงปฐมวัยเป็นวัยที่มีความสำคัญ และมีความละเอียดอ่อนมาก ผู้ใหญ่ควรให้ความระมัดระวังอย่างที่สุด เด็กไม่สามารถเรียกร้องหรือประท้วงใด ๆ จากผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ต้องใช้หลักความรัก ความเมตตา และความกรุณาต่อเด็ก หมอประเวศ วะสี นายแพทย์ผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือของคนไทยทั้งหลาย ได้เขียนในหนังสือชื่อเอาลูกรักคืนมา ท่านได้เขียนถึงครูอนุบาลว่าครูอนุบาลเป็นคนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นคนที่ช่วยดูแลเด็กในช่วงที่มีความสำคัญ เหลือเกินในการสร้างรากฐานชีวิต แต่ว่าเขามักจะมองว่าครูอนุบาลควรจะเป็นครูที่ซีต่ำที่สุด ซีสูงก็ต้องอยู่ในมหาวิทยาลัย มันน่าจะกลับกัน ครูอนุบาลควรจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มาก มีความรู้สูง มีความอดทนมากในการดูแลเด็ก ซีพวกนี้ควรสูงที่สุด เพราะเป็นช่วงสำคัญที่สุด การที่เราทำอย่างนี้แสดงว่าเราไม่เข้าใจเอาซีสูงไว้ตามอายุเด็กไปเรื่อย ที่แท้มันกลับกัน
ผลของการพัฒนาเด็กปฐมวัยของเราจึงเป็นอย่างที่พวกเราเห็น ๆ กันอยู่ เด็กก็ได้รับการหล่อหลอมอย่างเช่นที่ผู้ใหญ่หรือครูเคยได้รับ การพัฒนาแต่ปัญญาคือเด็กต้องท่อง ก-ฮ ได้ เขียน ก-ฮ ให้ได้อย่างสวยงาม ยิ่งอ่านหนังสือระดับประถมได้ จะเป็นความภูมิใจของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูผู้สอน ส่วนความคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ ไม่จำเป็นเดี๋ยวโตก็คิดได้เอง เป็นความเชื่อที่สวนทางกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย เราจึงเห็นว่าเมืองไทยเราขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ ตลอดจนนักคิดต่าง ๆ อันเป็นผลจากการที่เราพัฒนาอย่างที่ได้พูดไว้
ผู้เขียนขอสรุปโดยข้อเขียนของหมอประเวศ วะสี ที่ว่าการศึกษาในโรงเรียนนั้นในประเทศไทยเราไปเน้นความสำคัญของการท่องจำเนื้อหาความรู้มากเกิน เรียนในห้องเรียนให้ความรู้แล้วยังมีการบ้านที่ต้องกลับไปทำที่บ้านอีกมาก แท้จริงพัฒนาการของเด็กทางเรื่องจิตเรื่องสังคมเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องพวกนี้มันเชื่อมโยงกัน เพราะว่าเด็กไม่ใช่วัตถุ เด็กไม่ใช่เทป เราจะไปอัดเทปความรู้ใส่เข้าไปทื่อ ๆ ไม่ได้ เพราะเด็กมีทั้งอารมณ์ทั้งปัญญา ถ้าเราไปสนใจแต่เรื่องอัดความรู้อย่างเดียว เด็กจะเสียแล้วเด็กจะเรียนยาก เด็กจะขมขื่นมาก แล้วต่อไปเด็กจะไม่รักการเรียน เด็กเรียนเพราะถูกบังคับแล้วมันขมขื่น พอเงื่อนไขการบังคับหมดไป เด็กจะไม่เรียนแล้วตอนนี้การพัฒนาเด็กนั้นไม่ใช่มีแต่การท่องหนังสืออย่างเดียว ต้องมีการร่วมกันทำงาน ทำอะไรด้วยกันให้สนุกด้วย เป็นการเสริมสร้างเด็กขึ้นมา การที่จะให้เรียนโดยหัดคิด หัดสังเกตต่าง ๆ นี้มีความสำคัญ เพราะว่าการเรียนของคนไทยทั้งหมดตั้งแต่เด็กเล็ก จนถึงมหาวิทยาลัยเน้นที่การท่องจำ เนื้อหา เลยทำให้คนไทยคิดไม่ค่อยเป็นทำให้ประเทศอ่อนแอ ผู้เขียนจึงขอฝากครูปฐมวัยของเราทุกคนให้มีความตระหนัก เห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อเด็กไทยจะได้มีคุณภาพ เมืองไทยจะได้มีคนที่มีคุณภาพ
สมาคมวิชาชีพครูปฐมวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต2กำลังดำเนินการพัฒนาสื่อเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ฟังพูด อ่านเขียน ตามวัย สำหรับเด็กปฐมวัย โดยเปิดโอกาสให้ครูส่งผลงานเข้ามา/มีเกณฑ์/พัฒนาองค์ความรู้/ขณะนี้ครูกำลังพัฒนาผลงานให้ถูกต้อง/บางคนโรงพิมพ์ขอไปจัดพิมพ์จำหน่าย/สนุกดีนะคะ/บางคนก็ไปพัฒนาใหม่ ตามความสามารถ/รายได้ยกให้สมาคม/ลิขสิทธิ์แบ่งกันตามความสามารถค่ะ
การพัฒนาเด็กนั้นไม่ใช่มีแต่การท่องหนังสืออย่างเดียว ต้องมีการร่วมกันทำงาน ทำอะไรด้วยกันให้สนุกด้วย เป็นการเสริมสร้างเด็กขึ้นมา การที่จะให้เรียนโดยหัดคิด หัดสังเกตต่าง ๆ นี้มีความสำคัญ เพราะว่าการเรียนของคนไทยทั้งหมดตั้งแต่เด็กเล็ก จนถึงมหาวิทยาลัยเน้นที่การท่องจำ เนื้อหา เลยทำให้คนไทยคิดไม่ค่อยเป็นทำให้ประเทศอ่อนแอ ผู้เขียนจึงขอฝากครูปฐมวัยของเราทุกคนให้มีความตระหนัก เห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อเด็กไทยจะได้มีคุณภาพ เมืองไทยจะได้มีคนที่มีคุณภาพ