ระบบอุดมศึกษาไทยกำลังอยู่ในวิกฤตและโอกาสในเวลาเดียวกัน จากสภาพวิกฤตเศรษฐกิจและสภาวะว่างงานที่จะรุนแรงมากในปี ๒๕๕๒
อุดมศึกษากำลังเผชิญวิกฤตการว่างงานของบัณฑิต ผู้เกี่ยวข้องกับระบบอุดมศึกษามองเรื่องนี้อย่างไร ธุระไม่ใช่? หรือหาทางเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
เราจะเผชิญวิกฤตแบบ "ปะผุ" หรือใช้สร้างโอกาสปรับระบบ สร้างความเข้มแข็งระยะยาว ถ้าจะใช้วิกฤตเป็นโอกาสสร้างความเข้มแข็งระยะยาว จะต้องทำอย่างไรบ้าง
ความเข้มแข็งระยะยาวอยู่ที่การสร้างคน และสร้างระบบ
ในการประชุมคณะกรรมการ คปก. เมื่อวันที่ ๙ ธ.ค. ๕๑ ศ. ดร. สุจินต์ จินายน ให้ความเห็นว่า วิกฤตว่างงานคือโอกาสดึงบัณฑิตปริญญาตรีคุณภาพสูงเข้าสู่บัณฑิตศึกษาคุณภาพสูง แต่จะต้องมีการจัดการ จะจัดระบบจัดการโอกาสนี้อย่างไร สกอ. น่าเอาไปคิดดำเนินการ
บันทึกนี้มุ่งเสนอการพลิกวิกฤตว่างงานเป๋นโอกาสพัฒนาระบบ ซึ่งก็คือระบบอุดมศึกษาทั้งระบบ
จุดสำคัญของการพัฒนาอุดมศึกษาทั้งระบบอย่างหนึ่งคือคุณภาพ ที่เป็นคุณภาพหลายจุดเน้น หรืออาจเรียกว่า “คุณภาพหลายฐาน” ที่มีเกณฑ์วัด/ประเมินคุณภาพแตกต่างกัน วิธีวัดคุณภาพอย่างหนึ่ง (ย้ำคำว่า อย่างหนึ่ง) คือการได้งานทำ ในสภาพที่มีงานน้อย ผู้ว่าจ้างจะเลือกจ้างคนที่คุณภาพสูง คนที่มีความสามารถ ไม่เลือกงาน และไม่เกี่ยงอัตรค่าจ้าง จะได้งานทำง่ายกว่า
จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำวิจัยตรวจสอบคุณภาพของบัณฑิตจากสถาบันต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลความรู้ สำหรับนำไปใช้จัดการระบบอุดมศึกษา สกอ. น่าจะร่วมมือกับ สกว. ในการจัดกระบวนการตั้งโจทย์วิจัย และจัดทีมวิจัย “บัณฑิตจบใหม่กับการมีงานทำ : สะท้อนภาพคุณภาพของการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา และการจัดการระบบอุดมศึกษา”
ที่จริงโจทย์นี้ สถาบันคลังสมองของชาติ (www.knit.or.th) น่าจะรับไปดำเนินการ แต่ ดร. พิเชฐ กำลังเตรียมตัวไปรับงานใหญ่ด้านนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม เสียแล้ว สถาบันคลังสมองอาจไม่นร้อมที่จะรับงานนี้ และเนื่องจากหน้าต่างแห่งโอกาสอาจไม่ยาวนัก สกอ. จึงน่าจะรีบจับมือกับ สกว. รีบใช้โอกาสนี้ดำเนินการ
วิจารณ์ พานิช
๑๐ ธ.ค. ๕๑