|
นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า กระทรวงฯ เริ่มโครงการ National Root CA และ CA Interoperability เพื่อ e-Logistics มี วัตถุประสงค์เพื่อเตรียมโครงสร้างพื้นฐานการทำระบบใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้งานในประเทศทำงานร่วมกันได้ แม้ออกโดยผู้ให้บริการต่างรายกัน และขยายไปยังผู้ให้บริการในต่างประเทศ รวมทั้งให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ หรือ Public Key Infrastructure : PKI สำหรับโครงการที่มีการใช้เทคโนโลยี PKI ของหน่วยงานที่ได้งบสนับสุนนจากโครงการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลบริการภาครัฐ และภาคการขนส่งเพื่อการนำเข้าส่งออกและโลจิสติกส์ “ปัจจุบัน การให้บริการด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายสาธารณะได้รับความนิยม เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและการยืนยันตัวบุคคลที่ทำธุรกรรมให้น่า เชื่อถือ จึงพัฒนาเทคโนโลยี PKI ขึ้น เพื่อให้นำไปประยุกต์ใช้ในการรักษาความลับของข้อมูลและยืนยันตัวบุคคลได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในทางปฏิบัติผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ จะออกใบรับรองสำหรับใช้ตรวจสอบหรือพิสูจน์ตัวบุคคลผู้ถือใบรับรอง อิเล็กทรอนิกส์นั้น บางครั้งอาจประสบปัญหาการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ หรือ Interoperability สำหรับใบรับรองที่ออกโดย CA ต่าง รายกัน กระทรวงฯ จึงทำโครงการนี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ แต่ละราย ทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีข้อขัดข้อง และส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่น ลดความยุ่งยากซับซ้อนในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในและระหว่าง ประเทศได้” ผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีที กล่าว นายธานีรัตน์ กล่าวต่อว่า การทำ CA Interoperability ภาย ในประเทศ จะช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะมีการทดสอบระบบที่ใช้งานจริงกับหน่วยงานผู้ให้บริการออกใบรับรองฯ หรือ CA ที่ได้รับงบสนับสนุนจากโครงการพัฒนาระบบ เชื่อมโยงข้อมูลและบริการภาครัฐ และภาคการขนส่งเพื่อการนำเข้าส่งออกและโลจิสติกส์ เพื่อเข้าร่วมการทำ Interoperability จำนวน 3 หน่วยงาน คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และบริษัท ไทยดิจิทัล ไอดี จำกัด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมระบบเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ และคาดว่าพร้อมจะทดสอบระบบการให้บริการ หรือ แอพพลิเคชัน ของหน่วยงานภายใต้โครงการ e-Logistic ในต้นปี 2552 ผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีที กล่าวด้วยว่า สำหรับการทำ CA Interoperability ระหว่างประเทศ จะทำให้เกิดระบบที่สามารถให้บริการร่วมกันระหว่างระบบการแลกเปลี่ยนเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กับผู้ให้บริการ CA ต่าง ประเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่สอดคล้องกับ มาตรฐานที่ควรปฏิบัติ สำหรับโครงการที่มีการพัฒนาระบบที่ใช้เทคโนโลยี PKI โดยกระทรวงฯ ได้เลือกไต้หวันในการทำ CA Interoperability ระหว่างประเทศ เนื่องจากมีปัจจัยด้านปริมาณ Transaction ในระดับสูง รวมทั้งมีความพร้อมเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน PKI อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นขณะนี้ได้หารือกับไต้หวันแล้ว และอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับ แอพพลิเคชัน ภายใต้โครงการ e-Logistic ที่จะใช้ในการทำ CA Interoperability กับไต้หวันต่อไป “กระทรวงฯ จะดำเนินการทดสอบการทำ CA Interoperability ทั้งในและระหว่างประเทศให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนกันยายน 2552 และหวังว่าโครงการฯ นี้จะช่วยทำให้ แอพพลิเคชัน ของหน่วยงานภายใต้โครงการ e-Logistic ที่เข้าร่วมทดสอบสามารถใช้ใบรับรองของผู้ให้บริการรายใดก็ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้น” นายธานีรัตน์ กล่าว |
กลุ่ม 1-5
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 8 ธันวาคม 2551 เวลา 16:57 น.
เดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็พัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว
จะตามไม่ทันอยู่แล้วววว
ปล.คะแนนมิดเทอมวิชานี้ออกแล้วนะเพื่อนๆ
การเชื่อมโยงเครือข่ายได้เริ่มนำร่อง กับ 6 หน่วยงานราชการของภาครัฐในการเชื่อมโยงเครือข่ายถึงกัน โดยกรมศุลกากร เป็นศูนย์กลางรับผิดชอบและการของบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยขั้นต้นงบที่ใช้ในการสร้างระบบกลางในการแลกเปลี่ยนเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐในการนำเข้า ส่งออกของประเทศ National Single Window (NSW) รวมทั้งการแลกเปลี่ยนใบอนุญาต ใช้งบขั้นต้นกว่า 300 ล้านบาท โดยคาดว่าในอนาคตจะสามารถทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยในเรื่องของการขอใบอนุญาตหรือเอกสารธุรกรรมต่างๆจะง่ายขึ้นและรวดเร็วกว่านี้
มีการส่งเสริมและพัฒนาในหลายเรื่องเลยไม่ว่าจะเป็นไวแมกซ์ หรือ3จีก็ตาม แต่การลงทุนที่จะตามมาอาจทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นกว่าเดิม
การให้บริการด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายสาธารณะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากซึ่งในการให้บริการ e-Logistic ของไอซีที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้น และยังส่งผลดีให้แก่ระบบเครือข่ายอีกด้วย
เดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็พัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วมีการส่งเสริมและพัฒนาในหลายเรื่องเลยไม่ว่าจะเป็นไวแมกซ์ หรือ3จีก็ตาม แต่การลงทุนที่จะตามมาอาจทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นกว่าเดิมการให้บริการด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายสาธารณะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากซึ่งในการให้บริการ e-Logistic ของไอซีที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้น
เดี๋ยวนี้ อะไรๆรวดเร็ว มีการพัฒนาไปได้รวดเร็วเหมาะกับโลกยุดปัจจุบันดีนะ
ทำห้สดวกสบายกันมากขึ้น ดีจริงๆๆ
ถ้าโครงการนี้เป็นผลสำเร็จและเป็นอย่างที่คาดหวังไว้ จะทำให้เกิดการคล่องตัวอย่างมาก และจะทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นทำให้ประชาชนหรือคนที่เกี่ยวของมีความมั่นใจมากยิ่งๆๆขึ้น
ในโลกปัจจุบันนี้มีสิ่งใหม่เกิดขิ้นมากมายแต่เราอย่างลืมผลที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาทีหลักเพราะว่าการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยก็อาจจะเกิดผลตามมาแต่ถึงกระนั้นความสะดวกสะบายของคนเราก็ต้องมาก่อนระบบ e-Logistic เป็นระบบที่ดีเพื่อช่วยส่งเสริมการค้าการลงทุนให้กับประเทศของเราและสามารถแข่งขันกันต่างประเทศได้เพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศชั้นนำได้
ขอเรียนเชิญร่วมงาน The 6th Thailand International Logistics Fair 2009
จัดโดย กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย
ระหว่างวันที่ 9-13 กันยายน 2552 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค
ติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คุณรัตติยา, คุณธิติพันธ์, คุณชลวรรณ หรือ คุณบูรณี
โทรศัพท์ 02-690-5681-4