ผู้เขียนเคยเผชิญด้วยตนเองเพราะได้รับผลข้างเคียงของยาแก้ปวดทุกตัวที่ได้รับ เรียกว่าอาเจียนมากจนสงสารคนเฝ้ามากที่สุด

 

ช่วงนี้มีคำถามจากคนใกล้ตัวบ่อยมาก เป็นเรื่องของความข้องใจเกี่ยวกับการเกิด  ภาวะคลื่นไส้อาเจียนภายหลังการผ่าตัด(Postoperative nausea and vomiting : PONV) สภาวะนี้หากเกิดกับใครก็จะทราบว่าทรมานมาก  ทั้งคนไข้  และคนเฝ้าไข้...

ผู้เขียนเคยเผชิญด้วยตนเองเพราะได้รับผลข้างเคียงของยาแก้ปวดทุกตัวที่ได้รับ  เรียกว่าอาเจียนมากจนสงสารคนเฝ้ามากที่สุด หากใครเป็นแฟนกันหรือเพื่อนกัน สามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปและทนกันได้...นั่นแหละ  เบื้องต้นของรักแท้หรือเพื่อนแท้เกิดขึ้นแล้ว

 

อาการคลื่นไส้อาเจียนเกิดจากร่างกายถูกกระตุ้นchemoreceptor trigger zone ซึ่งจะหลั่งสารสื่อประสาท (neurotransmitters) เช่น Dopamine, serotonin ไปกระตุ้นศูนย์การอาเจียน (vomiting center) ส่ง impulse ไปกระตุ้น salivation, respiratory center, pharyngeal, gastrointestinal, abdominal muscle ทำให้เกิดการคลื่นไส้อาเจียน หรือเกิดจากจิตใจ เป็นการรับรู้ข้อมูล เช่น กลิ่น, แสง, เสียง, ความเจ็บปวด ผู้ป่วยจะเกิดอารมณ์ทางด้านลบซึ่งจะไปกระตุ้นการทำงานของ cerebral cortex ซึ่งจะไปกระตุ้นศูนย์การอาเจียนโดยตรง นอกจากนี้อาจมีปัจจัยร่วมที่เกิดขึ้น ได้แก่ มีการกระตุ้นผ่านทางระบบการทรงตัวของ Vestibular เช่น ในกรณีผู้ป่วยมีประวัติ ของ motion sickness โดยมีปัจจัยส่งเสริม ได้แก่ ประสบการณ์, อายุ, เพศ, ประวัติการดื่มสุรา, ความวิตกกังวล ความคาดหวังต่อผลข้างเคียง, ระยะเวลาการนอนหลับ, ชนิดและขนาดของยาเคมีบำบัดที่ได้รับ

ภาวะคลื่นไส้อาเจียนภายหลังการผ่าตัดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยมาก ประมาณร้อยละ 20-30 ของผู้ป่วยที่มารับการผ่าตัดซึ่งทำให้ไม่สุขสบาย

 

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยที่ดูเหมือนจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะคลื่นไส้อาเจียนหลังผ่าตัด ได้แก่

1.     เพศหญิง(อาจจากฮอร์โมนเอสโตรเจน) พบมากกว่าเพศชาย 2-4 เท่า

2.     คนอ้วน

3.     ผู้ป่วยอายุน้อย

4.     เคยมีประวัติคลื่นไส้อาเจียน

5.     เคยได้รับยาสลบ

6.     มีอาการปวด ภาวะความดันโลหิตต่ำ หรือภาวะน้ำตาลในกระแสเลือดสูงในระยะหลังผ่าตัด

7.     ชนิดของการผ่าตัด  การทำหัตถการบริเวณหูชั้นกลาง การผ่าตัดตา(โดยเฉพาะ strabismus surgery)  peritoneal irrigation การได้รับความบอบช้ำของกระเพาะอาหารและลำไส้ หรือการผ่าตัด

 

ปัจจัยจากการให้ยาระงับความรู้สึก

อาการนี้พบบ่อยภายหลังการได้รับยา ethomedate และ ketamine ไนตรัสออกไซด์  ยาดมสลบ ยาในกลุ่ม opioids  การใช้ positive pressure ventilation ผ่านหน้ากากช่วยหายใจ หรือได้รับยากลุ่ม anticholinesterase   ผู้เขียนเคยเฝ้าผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง  ผู้ป่วยก็นอนสบายๆ  แต่พอให้ไนตรัสออกไซด์เสริมเมื่อผู้ป่วยเริ่มปวดเมื่อใกล้เสร็จ  ไม่นานนักหลังให้ก๊าซดังกล่าว ผู้ป่วยก็แสดงอาการคลื่นไส้ อาเจียน

 

เทคนิคของการให้ยาระงับความรู้สึก

ที่อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้แก่

1.     หลีกเลี่ยงยาที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน หากหลีกเลี่ยงได้

2.     หลีกเลี่ยงการอัดลมเข้าทางเดินอาหารขณะช่วยหายใจ

3.     รักษาระดับการสลบให้ลึกเพียงพอ

4.     รักษาหรือทดแทนภาวะขาดน้ำ

5.     ให้ยาแก้ปวดเพียงพอ เพราะความปวดสามารถทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

6.     ให้ยาป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในการผ่าตัดที่มีความเสี่ยง

 

การป้องกันและรักษา

1.     แพทย์สามารถให้ยาป้องกันได้ โดยเฉพาะในรายที่มีปัจจัยเสริม เช่น meto-clopramide, droperidol(ยาตัวนี้ผู้เขียนไม่เห็นมีใช้มานานแล้ว) minor และmajor  tranquilizer

2.     การแก้ไขสภาวะผิดปกติที่ทำให้เกิดอาการ เช่นอาการปวดแผล  ความดันเลือดต่ำ ภาวะขาดออกซิเจน ภาวะคาร์บอนไดออกไซด์คั่ง

 

การเกิดภาวะคลื่นไส้อาเจียนสร้างปัญหาความไม่สุขสบายทั้งกับผู้ป่วยเอง รวมถึงผู้ดูแลหลังผ่าตัด อันอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้การจำหน่ายกลับบ้านต้องล่าช้าออกไป  ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น  วิสัญญีพยาบาลผู้มีบทบาทให้การพยาบาลทางวิสัญญีแก่ผู้ป่วยสามารถประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยได้ก่อน  นับตั้งแต่ การซักประวัติ การพูดคุย และประสานกับแพทย์เพื่อสั่งการใช้ยาในการป้องกันได้  อีกทั้งการดูแล เฝ้าระวังใกล้ชิดขณะให้บริการทางวิสัญญีเพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิด เช่นการพยายามมิให้เกิดความดันเลือดต่ำมากเกินไป  รวมถึงการดูแลใกล้ชิดเพื่อให้การช่วยเหลือได้ทันทีหากเกิดอาการ  ป้องกันการสำลักเข้าปอดอันทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายตามมาแล้ว

ซึ่งหากเราสามารถหาทางป้องกันไม่ให้เกิดได้  ก็จะทำให้ผู้ป่วยเกิดความสุขสบาย  ประทับใจในบริการและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

 

เอกสารอ้างอิง

1.     เทวารักษ์ วีระวัฒกานนท์, วิชัย อิทธิชัยกุลฑล, มานี รักษาเกียรติศักดิ์, ปิ่น ศรีประจิตติชัย. ฟื้นฟูวิชาการวิสัญญีวิทยา, 2549.

2.     มาลินี วงศ์สวัสดิวัฒน์.Postoperative Nausea and Vomiting : An Update. ภาควิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2550)

3.     โครงการใช้ผลงานวิจัย เรื่องแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด (http://www.ns.mahidol.ac.th/fongcum)