บ่อเกิดพุทธศาสนามหายาน
แต่เดิมไม่มีการเรียกขานพระพุทธศาสนาว่ามหายานหรือหินยานอะไร มีแต่การเรียกว่าศาสนาแห่งพรหมจรรย์ ศาสนาแห่งธรรมวินัย และศาสนาแห่งพุทธธรรม ต่อมาประมาณร้อยปีหลังพุทธปรินิพพานแล้ว ชาวพุทธเริ่มมีความเชื่อที่แตกต่างกันจนกายมาเป็นนอกายต่าง ๆ ถึง 18 นิกาย มีนิกายเถรวาทที่ยังสืบทอดหลักคำสอนเดิมหรือเป็นอนุรักษ์นิยม ( conservative ) ได้ยึดตามมติแห่งการสังคายนาสงฆ์ครั้งที่ 1 กระทำเมื่อหลังพุทธปรินิพพานได้ 3 เดือน
ส่วนนิกายอื่น ๆ ก็ปรับเปลี่ยนหลักคำสอนเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยไปตามแนวความเชื่อของแต่ละกลุ่มชน
ต่อมาช่วงพุทธศตวรรษที่ 6-7 ได้มีการรวมตัวกันของชาวพุทธที่มีความเชื่อในการปรับเปลี่ยนหลักคำสอนนั้นจนกลายมาเป็นนิกายมหายานในที่สุด
อย่างไรก็ตามทั้งนิการเถรวาทและนิกายมหายานก็เจริญควบคู่กันมาตลอด เปรียบดังปีกทั้งสองของนก เป็นนกแห่งพระพุทธศาสนาให้โผผินบินไปในโลกอันกว้างไกล นั้นคือ ...Two wings of Buddhism ...
หรือถ้าเปรียบต้นไม้ใหญ่คือพระพุทธศาสนานั้นนิกายเถรวาทคือรากและลำต้นที่มั่นคงแข็งแรง ส่วนนิกายมหายานนั้นเหมือนดังกิ่งใบและผลไม้ให้สรรพสัตว์ได้ลิ้มรสหอมหวานอันชื่นใจ
ตามความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้านั้น ในฝ่ายเถรวาทมองว่าร่างกายของพระพุทธเจ้าเหมือนคนเราที่ประกอบไปด้วยขันธ์ 5 อยู่ภายใต้กฎแห่งไตรลักษณ์ แต่ในฝ่ายมหายานนั้นมีความเชื่อว่าร่างกายของพระพุทธเจ้ามีอยู่ 3 ลักษณะ คือ
1 . สัมโภคกาย หมายถึง เป็นพระกายที่เที่ยงแท้ ดำรงอยู่นิรันดร์ เป็นร่างกายทิพย์สามารถแสดงให้พระโพธิสัตว์เห็นได้ และรับคำอ้อนวอนร้องขอจากสรรพสัตว์ได้
2 . นิรมาณกาย หมายถึง เป็นพระกายที่ปรากฏแก่ชาวโลกเพื่อประโยชน์ในการแสดงสัจธรรมตลอดระยะเวลา 45 ปี เพื่อประโยชน์สุขของพหุชนที่จะทำตนเพื่อความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต
3 . ธรรมกาย หมายถึง กายแห่งธรรม เป็นพระคุณธรรมต่าง ๆ ( นามธรรม ) ก็ยังดำรงอยู่เป็นอมฤภาพนั้นเอง.
สองพันห้าร้อยกว่าเวลาเคลื่อน... ภาพลบเลือนหลักธรรมตามวิถี
วัฒนธรรมความยึดถือหรือที่มี... อีกคนชี้มีแนวทางอย่างของตน
ธรรมชาตินั้นหนาจิตมนุษย์... บริสุทธิ์เพียงใดให้สับสน
นิกายใดไม่แจ่มชัดอาจวกวน... ไม่หลุดพ้นถึงการนิพพานเลย
สวัสดีครับ นายวิโรจน์ พูลสุข
อ่านกลอนดีมีธรรมนำคุณพระ
ไม่เลยละศีลธรรมนำคำสอน
จงนิพพานเดี๋ยวนี้ก่อนกายนอน
ไม่เว้าวอนก่อนตายสบายเอย...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ