เมื่อเธอมีความคิดความฝัน เธอต้องสร้างฝันนั้นนะเด็กๆ อย่ากลัวว่าใครจะไม่เห็นคุณค่า จินตนาการอันบริสุทธิ์สวยงามของพวกเธองดงามเสมอ งดงามเหมือนหยาดเพชรเม็ดฝน แม้อาจมีคนใจมืดใจดำ ก็อย่าท้อ เธอต้องพร้อมที่จะสร้างสรรค์พิสูจน์ตัวเองตลอดไป

ชวนเด็กๆ อ่านบทกวี

[2] ฝนเม็ดน้อย

ครูกานท์

 

          ได้เวลาอีกแล้วเด็กๆ ล้อมวงกันเข้ามาเร็วๆ เข้า วันนี้ครูกานท์มีเรื่องราวจากบทกวีมาชวนอ่านชวนคิดกันอีกแล้วจ้ะ  คราวนี้เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง น้องชายของเราคนนี้อยู่ ป.๒ เธอเป็นศิลปินน้อยนักวาด  วันหนึ่งคุณครูประจำชั้นสั่งให้เธอและเพื่อนๆ วาดภาพธรรมชาติ  ศิลปินหนุ่มน้อยรู้สึกมีความสุขมากๆ ที่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่เธอชอบและถนัด  ขณะนั้นนอกห้องเรียนมีฝนตกพรำๆ  ภาพของศิลปินหนุ่มน้อยจึงถูกร่างขึ้น...

          ภาพฝนอันพร่างพร้อย          ของเด็กน้อยน่าสนเท่ห์

 ม้วนเม็ดจากทะเล                         ขึ้นสู่ฟ้ามาสู่ดิน

          เด็กๆ รู้หรือเปล่าว่าน้องเขาคิดจินตนาการอย่างไร จึงวาดให้ ฝนม้วนเม็ดจากทะเลขึ้นสู่ฟ้าแล้วตกลงมาสู่ดิน คิดดูดีๆ สิครับ  อะไรหรือที่ลอยขึ้นจากทะเลสู่ท้องฟ้า  คิดออกแล้วใช่ไหมล่ะ  ถูกต้องครับ  ไอน้ำนั่นเอง  เมื่อท้องทะเลถูกแสงแดดแผดเผาจะมีไอน้ำลอยขึ้นสู่ฟ้า  แล้วก็...กลายเป็นเมฆ  แล้วเมฆก็ตกลงมาเป็นฝน  ศิลปินหนุ่มน้อยของเราคงจะรู้เรื่องนี้มาจากคุณครูวิชาวิทยาศาสตร์  แล้วก็นำมาใส่ไว้ในภาพของเธอตามจินตนาการ  ฟังบทกวีต่อนะว่าภาพมีอะไรอีก

          โปรยปรายหลายหลากสี        มีปีกพาร่าเริงบิน

 ทักทายสายลมริน                        สวัสดีทุ่งสีทอง

          นั่นแน่...ภาพเม็ดฝนก็ไม่ธรรมดา มีสีซะด้วย แถมยังมีปีกบินได้สนุกสนาน แล้วก็ยังพูดได้ สวัสดีทักทายกับสายลม  เป็นอย่างไรเด็กๆ น้องศิลปินของเราเธอมีจินตนาการยอดเยี่ยมไปเลยนะครับ  เอ้าฟังต่อๆ  ดูซิเป็นอย่างไรอีก

          แต่ภาพเธอเลอะเลือน           เหมือนถูกน้ำที่หยาดนอง

 ช้ำเลือดและช้ำหนอง                   เป็นดวงชื้นอยู่ดื่นดา

          ก็เป็นธรรมดาใช่ไหมเด็กๆ ที่ภาพวาดของเด็ก ป.๒ อาจพลั้งเผลอทำน้ำหกเปรอะเปื้อนไปบ้าง  เด็กๆ อยากรู้ไหมว่าเมื่อน้องศิลปินนำภาพไปส่งครูจะได้คะแนนสักเท่าไร  ลองคิดให้คะแนนในใจกันดูก่อนสิครับ...  เอาละหลังจากที่พวกเราให้คะแนนกันแล้ว  คราวนี้ก็มาดูกันว่าคุณครูประจำชั้นให้คะแนนภาพนี้กี่คะแนน  ฟังบทกวีต่อนะ

          มุมภาพมีบันทึก                   หมึกเมจิกสีแดงจ้า

 ใครหนอพิจารณา                         ให้คะแนนมิปรานี

          ตำหนิว่าเลอะไป                  ภาพมิใคร่จะเข้าที

 เม็ดฝนก็หลายสี                           มิสมจริงสิ่งที่เป็น

          ปีกฝนเหมือนปีกนก              ดูตลกทำเหมือนเล่น

คะแนนแสนลำเค็ญ                        สามเต็มสิบก็แล้วกัน

          เป็นอย่างไร คำตำหนิและคะแนนที่คุณครูประจำชั้นให้  เด็กๆ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไหนลองบอกความรู้สึกนึกคิดของพวกเธอบ้างซิครับ...

          ในที่สุดหลังเลิกเรียนวันนั้น ศิลปินหนุ่มน้อยของเราเดินทางกลับบ้านด้วยดวงตาเศร้าๆ  คุณพ่อของศิลปินน้อยเห็นเช่นนั้นก็จึงชวนพูดคุยปลอบใจ ถามว่าวันนี้คุณครูสอนเรื่องอะไรบ้าง ไหนมีอะไรจะอวดพ่อบ้าง แล้วศิลปินน้อยก็ค่อยๆ แย้มภาพ ฝนเม็ดน้อย ของเธอให้คุณพ่อดู  ถ้อยคำในกลอนต่อไปนี้เป็นคำพูดของคุณพ่อคนนั้น...

          แหลมหนามคะแนนทิ่ม          ปริ่มตาเธอและตาฉัน

แต่ใจอัศจรรย์                               เมื่อสานตาร่าเริงใจ

          ยิ้มน้อยค่อยเผยผุด              ดุจหยาดฝนเธอสวยใส

ทุ่งฝันอันเรืองไร                           จรดทะเลอันเรืองราม

          คะแนนสามเต็มสิบเหมือนกับเป็นหนามแหลมที่ทิ่มดวงตาของศิลปินน้อยกับคุณพ่อของเธอ  แต่เมื่อผู้เป็นพ่อสบตาปลอบโยนเป็นเชิงยอมรับภาพของเธอ  ศิลปินน้อยก็เปลี่ยนเป็น...

          ยิ้มน้อยค่อยเผยผุด              ดุจหยาดฝนเธอสวยใส

ทุ่งฝันอันเรืองไร                           จรดทะเลอันเรืองราม

          และแล้วคุณพ่อผู้เข้าใจจิตใจของศิลปินน้อยก็จึง...

          ฉันพลางหยิบปากกา             แล้วขีดฆ่าตัวเลขสาม

เขียนใหม่ให้เต็มงาม                      ร้อยเต็มรักจากเต็มร้อย

          โอ้โฮเฮะ...คุณพ่อของเธอให้คะแนนแบบสุดยอดไปเลย ร้อยเต็มรักจากเต็มร้อย  เท่านั้นไม่พอยังให้กำลังใจอีกเต็มล้นหัวใจทีเดียว  เรามาฟังบทกวีตอนสุดท้ายต่อไปเลยนะครับ

          ยิ้มให้ใจดวงเล็ก                  ศิลปินเอกเก่งใช่ย่อย

เมจิกแม้จิกรอย                             ใช่จิกฝันเธอรานร้าว

          ฝนจินตนาการ                   จะถั่งธารโลกสีขาว

ทุ่งทองจะผ่องพราว                       ด้วยหยาดเพชรเธอโปรยพรำ

          มาสิดวงใจสวย                  ช่วยแต้มกมลฝนเลิศล้ำ

แม้ใครใจมืดดำ                             มิเห็นค่าจงท้าทาย

          เด็กๆ รู้สึกอย่างไรกันบ้าง อยากพูดอะไร อยากแสดงความรู้สึกอะไร เอ้าเขียนลงสมุดบันทึกของแต่ละคนได้เลย  ครูกานท์เตรียมคะแนน ร้อยเต็มรักจากเต็มร้อย ไว้ให้ทุกคนแล้ว...

          สุดท้ายครูกานท์อยากจะพูดว่า พวกเธอก็อาจประสบความไม่สมหวังและสมหวังเหมือนเช่นศิลปินน้อยคนนี้ เมื่อเธอมีความคิดความฝัน เธอต้องสร้างฝันนั้นนะเด็กๆ อย่ากลัวว่าใครจะไม่เห็นคุณค่า  จินตนาการอันบริสุทธิ์สวยงามของพวกเธอจะงดงามเสมอ งดงามเหมือนหยาดเพชรเม็ดฝน แม้อาจมีคนใจมืดใจดำ ก็อย่าท้อ เธอต้องพร้อมที่จะสร้างสรรค์พิสูจน์ตัวเองตลอดไป  อ่านบทกวีเรื่องนี้กันอีกสักเที่ยวสิครับ  ก่อนเขียนบันทึกความรู้สึก นึก คิด...

 

ฝนเม็ดน้อย [ในเลือดเนื้อเรา]

กว่าจะข้ามขุนเขา [ด้วยปลายมีดของเธอและฉัน]: ธมกร [ศิวกานท์ ปทุมสูติ] 

 

          ภาพฝนอันพร่างพร้อย          ของเด็กน้อยน่าสนเท่ห์

 ม้วนเม็ดจากทะเล                         ขึ้นสู่ฟ้ามาสู่ดิน

          โปรยปรายหลายหลากสี        มีปีกพาร่าเริงบิน

 ทักทายสายลมริน                        สวัสดีทุ่งสีทอง

          แต่ภาพเธอเลอะเลือน           เหมือนถูกน้ำที่หยาดนอง

 ช้ำเลือดและช้ำหนอง                   เป็นดวงชื้นอยู่ดื่นดา

          มุมภาพมีบันทึก                   หมึกเมจิกสีแดงจ้า

 ใครหนอพิจารณา                         ให้คะแนนมิปรานี

          ตำหนิว่าเลอะไป                  ภาพมิใคร่จะเข้าที

 เม็ดฝนก็หลายสี                           มิสมจริงสิ่งที่เป็น

          ปีกฝนเหมือนปีกนก              ดูตลกทำเหมือนเล่น

คะแนนแสนลำเค็ญ                        สามเต็มสิบก็แล้วกัน

          แหลมหนามคะแนนทิ่ม          ปริ่มตาเธอและตาฉัน

แต่ใจอัศจรรย์                               เมื่อสานตาร่าเริงใจ

          ยิ้มน้อยค่อยเผยผุด              ดุจหยาดฝนเธอสวยใส

ทุ่งฝันอันเรืองไร                           จรดทะเลอันเรืองราม

          ฉันพลางหยิบปากกา             แล้วขีดฆ่าตัวเลขสาม

เขียนใหม่ให้เต็มงาม                      ร้อยเต็มรักจากเต็มร้อย

          ยิ้มให้ใจดวงเล็ก                  ศิลปินเอกเก่งใช่ย่อย

เมจิกแม้จิกรอย                             ใช่จิกฝันเธอรานร้าว

          ฝนจินตนาการ                   จะถั่งธารโลกสีขาว

ทุ่งทองจะผ่องพราว                       ด้วยหยาดเพชรเธอโปรยพรำ

          มาสิดวงใจสวย                   ช่วยแต้มกมลฝนเลิศล้ำ

แม้ใครใจมืดดำ                             มิเห็นค่าจงท้าทาย