เทคนิคการเขียนหนังสือส่งเสริมการอ่าน
1. ใช้ภาษาเรียบง่าย ภาษาที่เรียบง่ายเป็นภาษาที่มีเสน่ห์ การเขียนหนังสือด้วยถ้อยคำ สำนวนง่ายๆ เป็นสิ่งที่ผู้อ่านต้องการมากที่สุด เพราะอ่านแล้วโปร่งสบายใจ ที่ไม่ต้องไปขบคิดให้เสียเวลาอีกว่า คำพูดประโยคนั้นหมายถึงอะไร
2. อย่าคิดว่าผู้อื่นรู้เรื่องเดิม จุดบอดคือผู้เขียนมักจะคิดว่าเรื่องที่ตนนำเสนอไปนั้นผู้อื่นทราบมาบ้างแล้ว จึงมักจะเขียนละความบางประโยคบางตอนไป ทำให้ผู้อ่านไม่เข้าใจความเป็นมา ควรบอกกล่าวประเด็นของเรื่องด้วยความกระจ่าง และไม่เบื่อที่จะต้องเพียรเขียนอธิบายสิ่งต่างๆ ให้ผู้อ่านเข้าใจด้วยถ้อยคำกระชับ ง่ายๆ สั้นๆ ถ้าผู้เขียนคิดว่าผู้อ่านรู้ความเป็นมาแล้วก็จะทำให้การเขียนถูกละเลยละเว้นในบางสิ่งบางอย่าง เป็นการสร้างความหงุดหงิดให้กับผู้อ่าน
3. เขียนให้อ่านง่าย การเขียนให้อ่านง่ายกับการใช้ภาษาที่เรียบง่ายนั้นต่างกัน ภาษาที่เรียบง่ายใช่ว่าจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจเสมอไป เพราะภาษาที่ใช้อาจจะเรียบเรียงง่ายจริง แต่ถ้าเนื้อหาการนำเสนอยากเกินการรับรู้ของผู้อ่านแล้วก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร ต้องพิจารณาเนื้อหาที่จะนำเสนอเสียก่อน พิจารณาว่ายากตรงจุดไหน ระวังศัพท์เทคนิค ต้องเสนอแนวคิดอย่างชัดเจนและต้องมั่นใจการเรียงร้อยถ้อยคำออกมานั้นจะต้องสื่อความหมายได้ตรงกับที่ผู้เขียนต้องการจะบอก ถึงจะทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
4. คิดก่อนเขียน คิดเสียก่อนว่าจะเขียนอะไร เสนอแนวคิดอะไรและคิดเพื่อจัดลำดับเนื้อหาถ้อยความที่เป็นเหตุเป็นผล ให้สอดคล้องกันด้วยรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่ใช่เขียนไปก่อนแล้วค่อยย้อนมาคิดจะทำให้วกวน ข้อเขียนที่ดีคือตอบคำถามได้แจ่มแจ้งว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร และทำทำไม ควรจัดระบบความคิดเสียก่อน ลำดับเนื้อหาไว้เป็นขั้นตอนให้สอดประสานทอดรับอย่างมีจังหวะ ทั้งด้วยเหตุด้วยผลและสำนวนภาษาน่าอ่าน น่าติดตาม
5. เขียนให้ตรงเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก การเขียนหนังสือให้คนอ่านเบื่อหน่ายเป็นความรำคาญพอๆ กับการไปนั่งฟังคนพูดที่พูดอะไรเรื่อยเปื่อยนั่นทีเดียว
6. ใช้คำคุ้นเคย การเขียนหนังสือเพื่อสื่อสารเรื่องราวต่างๆ จึงควรใช้คำคุ้นเคยในชีวิต ประจำวันจะดีกว่า โดยเลือกสรรคำที่สุภาพ ทุกคนฟังแล้วเข้าใจในทันที ไม่ต้องกลับไปเปิดพจนานุกรมให้ยุ่งยาก
7. เขียนประโยคให้กระชับใช้คำน้อยความหมายกว้าง การเขียนหนังสือที่ใช้ประโยคสั้นๆ กระชับ มีคำไม่มากนัก แต่ให้ความหมายกว้าง นี่นับเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้อ่านมากทีเดียว เสาะหาคำที่ให้ความหมายครอบคลุมที่สุด มาใช้ในงานเขียนของตนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
8. เขียนหนังสือต้องมีเว้นวรรค เพราะการเขียนหนังสือที่ติดกันเป็นพืด จะทำให้ผู้อ่านไม่มีการพักสายตา ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อนัยน์ตาเกิดอาการล้าและจับใจความสำคัญได้ลำบาก ข้อสำคัญของการมีเว้นวรรคผู้อ่านจะอ่านด้วยความรู้สึกสบายๆ
9. ปรับแก้สำนวนก่อนเผยแพร่ ข้อความใดที่เห็นว่าแข็งกระด้างไม่รื่นสลวย ควรปรับแก้เสียใหม่
10. ตั้งย่อหน้าให้มีความหมาย ย่อหน้าแต่ละย่อหน้าให้มีประเด็น และความหมายเป็นเรื่องเป็นราว มิใช่ว่าจะขึ้นย่อหน้าใหม่ก็ขึ้นไปโดยไร้หลักเกณฑ์ จะต้องประกอบด้วยใจความสำคัญหรือสาระสำคัญอย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อหน้าหนึ่งๆ ควรพูดถึงเรื่องเดียวกัน โดยมีประเด็นหลักที่จะพูดและประเด็นรองที่จะนำมาผสมผสาน เป็นเหตุเป็นผลให้เหมาะสม
สุดยอดเลยครับ องค์ความรู้นี้เป็นประโยชน์มากเลย
ดีมากค่ะ ทำหนังสือส่งเสริมการอ่านใช้กับนักเรียนเหมือนกันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะได้รายละเอียดการทำหนังสือสำหรับเด็ก จะได้ไปทำเป็นผลงานทางวิชาการค่ะ
ขอขอบคุณมากค่ะที่ให้ความรู้ ขออนุญาตนำไปลงในผลงานวิชาการนะคะ
ขอบคุณค่ะ มีประโยชน์มากเลยค่ะ
ผมกำลังเขียนหนังสือครับ ขอบคุณมากนะครับเป็นประโยชน์มากครับ..
ขอบคุณมากๆครับ ผมกำลังจะส่งผลงาน คศ 3
ขอขอบคุณมากค่ะที่ให้ความรู้ ขออนุญาตนำไปลงในผลงานวิชาการนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ กำลังทำหัวข้อหนังสือสำหรับเด็ก เป็นประโยชน์มากๆ
ดีมากเลยค่ะกำลังหาความรู้เรื่องหนังสือส่งเสริมการอ่านอยู่พอดี ขอบคุณมากค่ะ