12 ราศี

ประวัติพระมหาธาตุเจดีย์   12   ราศี

  วัดผาปังกลาง  อ.แม่พริก  จ.ลำปาง

 

                          ณ สถานที่บนเนินทางทิศใต้ของวัดผาปังกลาง   เดิมเนินนี้ชื่อ   วัดดอยน้อยมีกำแพงเป็นก้อนหิน ล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีพื้นที่เดิมประมาณ   50 ตารางวา  ล้อมรอบด้วยแมกไม้นานาพันธ์  และอุดมไปด้วยเห็ดต่างๆมากมายมักออกบริเวณดอยที่ชื่อว่า ดอยผากคันนาแห่งนี้    สถานที่อันมีที่มาแต่เดิมนั้น ใช้เป็นที่พักของพระธุดงค์ที่เดินทางมาจาริกแสวงบุญแวะเวียนมาพักระหว่างทาง  และต่อมาได้ถูกละทิ้งให้ว่างเปล่าจนเป็นวัดร้าง  โบสถ์วิหารที่สร้างด้วยไม้ถูกทำลายด้วยภัยธรรมชาติ  เพราะฤดูแล้งก็ผจญกับไฟป่า  ฤดูฝนก็ผจญกับลมพายุฝน  ทำให้เปื่อยผุพังไปตามกาลเวลา  คงเหลือไว้เพียงแค่กำแพงหินเท่านั้น 

             มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า    สถานที่แห่งนี้แต่เดิมมีนามว่า ผาดัง  เนื่องจากแต่เดิมนั้น  บริเวณภายใต้เนินนี้เป็นถ้ำขนาดใหญ่  และมักมีเสียงดนตรีขับกล่อมในยามค่ำคืนอยู่เป็นประจำและนอกจากนี้ภายในถ้ำก็จะมีทองคำลิ่ม (คนเฒ่าคนแก่เล่าว่าทองคำลิ่มมีลักษณะคล้ายหัวขิง )และสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ของผู้คนแถบนี้  เมื่อต้องการทรัพย์สมบัติก็จะใช้เครื่องมือนำมาขุดหา  และนำไปอวดกันตามประสาชาวบ้านโดยทั่วไป  จึงทำให้มีคนเกิดความโลภมากขึ้น  จึงพากันไปหาสมบัติกันมากขึ้น  เมื่อหาสมบัติเจอก็เกิดการแย่งชิงขึ้นมา มีการทะเลาะวิวาท  และจึงเป็นสาเหตุของการเกิดอาเพศ  และวันหนึ่งก็เกิดแผ่นดินถล่มปิดปากถ้ำ  ทำให้เสียงเพลงแห่งภูผานั้นเงียบหายไปด้วย   คงเหลือไว้แต่ตำนานเล่าขานกันสืบมา  ซึ่งผู้เล่าบอกกันต่อๆมาว่าปากถ้ำอยู่บริเวณ  หน้าหอกลองปูจา ในปัจจุบัน

                         ต่อมาบริเวณเนินวัดดอยน้อยนี้    ได้ถูกเลือกเป็นที่ตั้งของโครงการก่อสร้างมหาธาตุเจดีย์   12  ราศี ซึ่งได้เริ่มต้นเปิดโครงการโดย สมาคมชาวเหนือ  สมาคมชาวลำปาง วันที่ 3 มกราคม  2547 มีการจัดงานเปิดโครงการที่โรงเรียนผาปังวิทยา   หลังจากนั้น ก็จะมีงานบุญประเพณีรองรับ   4  กิจกรรม  คือ

 1.  งานบุญประเพณีตานก๋วยสลากหลวง  2. งานเข้ารุกขมูล  3. งานสืบชะตาหลวง  4. งานพิพิธภัณฑ์ชุมชน  ปลายเดือนสิงหาคม  2547   สภาวัฒนธรรมตำบลผาปังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะทำงานเฉพาะกิจ  โดยคณะทำงานได้รับการแต่งตั้งจากอำเภอแม่พริกให้ดำเนินการจัดงานบุญประเพณีตานก๋วยสลากหลวงเป็นงานแรก  และคณะทำงานก็เริ่มดำเนินงานด้วยการปรับภูมิทัศน์สถานที่ในวันที่ 15 กันยายน  2547 ชาวคณะศรัทธาวัดผาปังกลางได้ทำการขออนุญาตทำพิธีบวงสรวง  ขึ้นท้าวทั้งสี่   ขออนุญาตปรับพื้นที่  ปรากฏว่าบริเวณนี้เมื่อปรับภูมิทัศน์แล้วมีความสวยงามรอบด้าน  อากาศสดชื่น...  สายลมพัดผ่านชวนให้เย็นสบาย   มองดูทัศนียภาพรอบๆ แล้วชวนให้ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง  

 

 

 

 

ความปลื้มปิติยินดี  ...

วันอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุ  เสด็จประทับวัดผาปังกลาง

 

                  30  มีนาคม 2549  นายรังสฤษฎ์    คุณชัยมัง  เลขาสมาคมลำปาง กรุงเทพฯ พร้อมด้วยนาย ปรีชา  กันธิยะ  (อธิบดีกรมศาสนาขณะนั้น)ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เพื่อขอรับพระราชทานพระบรมสารีริธาตุ ที่ทรงพระราชทานให้  ณ วัดบวรนิเวศและได้นำไปยังวัดยานนาวา เพื่อก่อสร้างมหาธาตุเจดี 12 ราศี ที่วัดผาปังกลาง และในวันนี้ที่ผาปัง  ฝนตกปรอยๆไม่มีลมพายุต้นปี  ท้องฟ้ามืดครื้มตลอดทั้งวัน  จากบรรยากาศที่ร้อนระอุ กลับเป็นเย็นสบายขึ้นทันตา

                   3  เมษายน  2549  นับเป็นวันมหาปิติของชาวตำบลผาปัง   ที่มีโอกาสได้ร่วมขบวนอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุ  จากสมเด็จพระสังฆราช(สกลมหาสังฆปรินายก)เริ่มจากเมื่อเครื่องบินร่อนลงจอด ณ สนามบินลำปางเคลื่อนตัวช้าๆลงที่จอด ในเวลา 9.39  นาที พลันที่เครื่องบินจอดสนิทและประตูเครื่องบินเปิด  ยังไม่มีผู้โดยสารผู้ใดก้าวออกมา  ผู้เขียนมีโอกาสได้ เห็นเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดจึงบันทึกภาพด้วยกล้องดิจิตอลไว้เต็มพิกัด  ภาพของเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพถือมณฑปออกมาจากประตูเครื่องบิน  พราหมณ์จากราชสำนักปูพรมสีแดง คณะของเรายืนแถวเรียงสองโดยหันหน้าเข้าหากัน  จากนั้นพิธีรับอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุ โดยพระครูสุนทรธรรมาภิวัฒน์ สวดมนต์รับพระบรมสารีริกธาตุจากพราหมณ์ยื่นมอบให้ท่านนายอำเภอแม่พริก(นายปรีชา  พร้อมกับเดินผ่านขบวนต้อนรับ ในขบวนต้อนรับได้โปรยข้าวตอกดอกไม้ซึ่งเปรียบประดุจฝนห่าแก้วโปรยปราย แซ่ซ้องสรรเสริญในการเสด็จของพระบรมารีริกธาตุในครั้งนี้  แล้วขบวนก็เข้าพักห้อง วีไอพี  เพื่อให้เจ้าคณะจังหวัดลำปางได้สักการะบูชา  และต่อด้วยอธิบดีกรมศาสนา จากนั้นมณฑปสิบสององค์ก็ถูกแกะกล่องเพื่อแยกพระบรมสารีริกธาตุ  ออกเป็นสิบสององค์ เครื่องบรรณาการต่างๆถูกนำมาเทียบเชิญเป็นเครื่องสักการะ

             ต่อจากนั้นขบวนก็ออกจากห้องวีไอพี    เพื่อขึ้นรถบุษบกเล็กที่เตรียมไว้  พร้อมทั้งรถเครื่องเสียงของเทศบาลเมืองนำขบวนออกจากสนามบินผ่านเสาหลักเมืองลำปาง และผ่านหน้าพระพุทธนิโคคันตราย ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ ศาลากลางหลังเก่า แล้วเลี้ยวซ้าย ผ่านสบตุ๋ย ออกแยกเชียงใหม่ทะลุออกถนนซุปเปอร์ไฮเวย์   

และขบวนก็ถูกปรับเปลี่ยนอีกครั้งเพื่อการเดินทางที่รวดเร็ว และถึงที่พักสำนักสงฆ์  ถ้ำน้ำผ่าผางาม เพื่อปรับเปลี่ยนขบวน  เมื่อรถบุษบกเล็กมาถึงก็เริ่มเคลื่อนที่ เพื่อเข้าสู่ที่ว่าการอำเภอแม่พริก  ณ ที่ว่าการอำเภอ

แม่พริกนี้ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีของที่ว่าการอำเภอใหม่และนายชนะเกียรติ  เจริญหล้า นายอำเภอแม่พริก

ได้นิมนต์พระ10 รูปมาทำพิธีสักการะเพื่อเป็นสิริมงคล และปรับเปลี่ยนขวนรถเป็นรถบุษบกใหญ่ที่มีความงดงามสมเกียรติเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเครื่องหลวง ซึ่งได้ทำอย่างถูกต้องตามประเพณีของชาวเหนือ

             14 .30 น. ขบวนเริ่มตั้ง และเคลื่อนตัวช้าๆออกจากที่ว่าการอำเภอ เป็นบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนที่อยู่ในขบวนต่างปลื้มปิติยินดีโดยถ้วนหน้า  แม้จะเดินทาง ช้าและร้อนอบอ้าว แต่ก็ไม่มีใครบ่นให้ได้ยิน ทุกคนยินดีและแซ่ซ้องสรรเสริญ  ขบวนผ่านบ้านท่าด่าน  บ้านแม่พริกลุ่ม และบ้านวังผู บ้านต้นธง  น่าเสียดายบ้านแม่ปุมืดเสียก่อนจึงไม่ได้เดินขบวน  รถบุษบกใหญ่เดินทางช้า  คณะครูที่แต่งชุดขาวทุกคนตั้งมั่นปฏิบัติหน้าที่ ประครองรถบุษบกอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะครูทรงชัย  ท่องบทสวดไปตลอดทาง ซึ่งถือได้ว่าเป็นความศรัทธาโดยส่วนตัวอย่างแท้จริง  

                   เมื่อถึงวัดผาปังกลาง  สาธุชนรอรับขบวนอย่างเนืองแน่น พร้อมกันนี้ โรงเรียนไหล่หินวิทยาและโรงเรียนศักดิ์สุนันท์วิทยาได้เริ่มแสดงดนตรีพื้นบ้านได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง และการฟ้อนรำอันตระการตา

                    แม้จะดึกเพียงใดก็ไม่มีใครทดท้อ  ทุกคนเฝ้ารอจนถึงพิธีอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นพระอุโบสถในเขตพัทธสีมา เป็นอันเสร็จพิธีในวันแรก เมื่อเสียงสวดชยันต์โตจบ ปี่พาทย์ฆ้องวงบรรเลง การกวนข้าวทิพย์ก็เริ่มขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ในวันรุ่งขึ้น

                   (เรื่องเล่า  ....ปาฏิหาริย์พระบรมสารีริกธาตุ)

                          ก่อนหน้าที่พระบรมสารีริกธาตุจะเสด็จมาที่ผาปังนั้น  เวลาประมาณ 19.30- 20.00  น มีนักเรียน

ผาปัง สามคนอยู่บริเวณหน้ากลองปูจาเพื่อโทรศัพท์หาเพื่อน  ซึ่งผาปังมีจุดคลื่นสัญญาณโทรศัพท์บอดรับได้ในบางพื้นที่  ก็มีปรากฏการณ์ให้เด็กสามคนนั้นได้ เห็นลูกแก้ว  ลอยออกมาจากที่สันนิฐานว่าเป็นปากถ้ำ  แล้วค่อยๆลอยมาทางวัดผาปังกลาง  และเริ่มเคลื่อนที่อย่างช้าๆมาทางเด็กสามคน  จึงทำให้เด็กทั้งสามคนวิ่งไปที่รถและรีบสตาร์ทกลับบ้านอย่างรวดเร็ว 

 

  เช้าวันที่ 4 เมษายน 2549  ในวันนี้ช่วงเช้าเวลาประมาณ 5-6  นาฬิกา  มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับองค์พระบรมสารีริธาตุ หลายๆคน ณ ที่นั้นกำลังทำความสะอาดพื้น  ประกอบด้วยป้าเกี๋ยง  ไชยมูล  ได้มองเห็นองค์พระบรมสารีริกธาตุส่งแสงประกาย เรืองแสงวาววับ  ทุกคนในที่นั้นน้อมตัวก้มลงกราบองค์พระบรมสารีริกธาตุ

 ต่างกล่าวแซ่ซ้องสรรเสริญโดยทั่วกัน  มีคนบอกว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ได้เสด็จลงมาประทับ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วย  ซึ่งก็คงเป็นนิมิตหมายอันดีที่สถานที่แห่งนี้  ในวันที่ 9  ธันวาคม 2549 จะมีการวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์  12  ราศี

 

 

 

วันวางศิลาฤกษ์  มหาธาตุเจดีย์ 12 ราศี 

 

         นับว่าเป็นพิธีที่ยิงใหญ่อีกพิธีหนึ่ง  เมื่อชาวตำบลผาปังได้รับความกรุณาจากเจ้าคณะหนเหนือจากสมเด็จพระพรหมวชิรยานเจ้าอาวาสวัดยานนาวา  กรุงเทพมหานคร   พิธีนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง  เพราะคณะทำงานได้นิมนต์พระอริยสงฆ์ในจังหวัดลำปางและจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งได้ทำพิธีทั้งพรามณ์ทั้งพุทธ อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ในเช้าของวันที่ 9  ธันวาคม  2549

          จากนั้น  ในปี  2550   ได้เริ่มสร้างฐาน องค์พระเจดีย์  แต่มีอุปสรรค  คณะทำงานและคณะศรัทธาวัดผาปังกลางจึงได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าที่ พระเสื้อวัด พระเสื้อเมือง  เมื่อพิธีเสร็จได้เกิดพายุหมุนเกิดขึ้น  สักพักก็เงียบหายไป  คณะศรัทธาและผู้เห็นเหตุการณ์จึงเข้าใจว่าเจ้าที่ เทพยดาฟ้าดิน และพระเสื้อวัด พระเสื้อเมืองท่านได้รับรู้แล้ว และหลังจากนั้น  การดำเนินการก่อสร้าง จึงคืบหน้าไปอย่างรวดร็ว

          ในปี 2551   วันที่ 25  ตุลาคม จะมีพิธีทำบุญทอดกฐิน สมทบทุนการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ 12  ราศี   จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมทำบุญก่อสร้างพระธาตุเจดีย์ทั้ง 12 องค์ร่วมกันในครั้งนี้ด้วย

 

 

คณะศรัทธาชาวตำบลผาปัง