ขอพื้นที่สันติและเป็นสุข คืนให้เด็ก
จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ที่เกิดการปะทะกันทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จนมีแนวโน้มว่าสังคมไทยจะเกิดสงครามกลางเมือง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไปจำนวนไม่น้อย ในจำนวนนั้นมีเด็กเยาวชนรวมอยู่ด้วยเพราะครอบครัวได้นำเอาเด็กเข้าไปในเหตุการณ์ความรุนแรง โดยมองว่าเป็นสิทธิของเด็กหรือของครอบครัว
การนำเสนอภาพและข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของสื่อมวลชนซ้ำแล้วซ้ำอีก การให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทั้งในเรื่องประชาธิปไตย เรื่องการเมือง เรื่องความรุนแรงและสันติวิธีที่แตกต่างกันคนละขั้ว การเลือกนำเสนอข่าวด้านเดียวที่มีผลยั่วยุให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อกันมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลให้คนในครอบครัวและชุมชนรอบตัวของเด็กเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ความเครียด ความหวาดกลัว และคนจำนวนมากที่แสดงออกซึ่งทัศนคติในการแก้ไขปัญหาด้วยความเกลียดชังและความรุนแรง
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กและเยาวชนของเราได้ซึมซับสิ่งต่างๆเหล่านี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนอาจทำให้เด็กและเยาวชนเกิดการชินชาเห็นความรุนแรงเป็นเรื่องที่ธรรมดา เลียนแบบพฤติกรรมความรุนแรง เกิดความสับสนในความหมายของประชาธิปไตย ความรุนแรง สันติวิธี ฯลฯ ซึ่งเราคงไม่อยากที่จะเห็นเด็กที่เป็นอนาคตของสังคมเติบโตเป็นไปในทิศทางเช่นนี้




ดังนั้นกลุ่มองค์กรและเครือข่ายต่างๆที่ทำงานด้านเด็กเยาวชน โดยเฉพาะเครือข่ายพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็ก เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว ชมรมวิทยุเด็ก เยาวชนและครอบครัว เครือข่ายหนังสือเพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว และกลุ่มต่างๆตามรายชื่อแนบท้าย ฯลฯ
จึงขอเรียกร้องต่อฝ่ายต่างๆ”เพื่อคืนพื้นที่สันติและเป็นสุขให้เด็ก ” ดังนี้
ข้อเรียกร้องต่อสื่อสารมวลชนทุกแขนง
๑. ให้สื่อมวลชนทุกแขนง โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ต้องยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณของวิชาชีพ ที่จะเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยปราศจากอคติ และให้ใช้ความระมัดระวังในการรายงานข่าวสถานการณ์ที่ล่อแหลมอันจะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นในสังคม ไม่เสนอภาพความรุนแรงซ้ำๆ โดยคำนึงถึงเด็กเยาวชนที่เป็นผู้รับสื่อด้วย
๒. สื่อมวลชนทุกแขนง ควรนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เพื่อทำให้เด็กและเยาวชนเกิดการเรียนรู้ในเรื่องสันติวิธี และประชาธิปไตยที่แท้จริง และควรเปิดพื้นที่ให้เด็กเยาวชนได้สะท้อนความคิดเห็นและเสนอแนะต่อสถานการณ์ต่างๆในสังคมอย่างสร้างสรรค์
ข้อเรียกร้องต่อครอบครัว
- ๑) ช่วยเด็กและเยาวชนในการคัดกรองการรับสื่อ และวิเคราะห์สื่อให้เท่าทัน เพื่อไม่ให้ซึมซับรับความรุนแรง ในรูปแบบต่างๆ ทั้งความรุนแรงที่ใช้อาวุธและไม่ใช้อาวุธ และควรส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กอย่างเหมาะสมในเรื่องประชาธิปไตย สันติวิธี และจริยธรรมทางการเมือง
- ๒) ไม่ควรให้เด็กเยาวชนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงที่เป็นอันตราย และไม่ถ่ายทอดความรุนแรง อคติ ความเกลียดชัง ที่ได้รับจากสื่อหรือเหตุการณ์ไปยังเด็กและเยาวชน อันอาจจะนำไปสู่ความกดดันความเครียด ปัญหาสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัวและการปลูกฝังค่านิยมการใช้ความรุนแรงในระยะยาว
ข้อเรียกร้องต่อสังคม
- ๑) ควรให้ความสำคัญกับการสร้างสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่สันติและเป็นสุข โดยคำนึงเด็กเยาวชนเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ควรสร้างกระแสความเกลียดชัง การแบ่งแยก แบ่งฝ่าย แบ่งสี จนทำให้สังคมได้เกิดการบ่มเพาะความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ความรุนแรง ฯลฯอันนำไปสู่การปลูกฝังความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน
- ๒) ควรจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้เรื่องสันติวิธีและประชาธิปไตยที่อยู่ในวิถีชีวิต ให้เด็กเยาวชนอย่างกว้างขวางในทุกระดับของสังคม
ขอสันติจงเกิดแก่สังคมไทย
วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๑
๑. เครือข่ายพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็ก
๒. เครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว
๓. เครือข่ายหนังสือเพื่อเด็กเยาวชนและครอบครัว
๔. เครือข่ายเพื่อสื่อสาธารณะ
๕. เครือข่ายเด็กผลิตสื่อ
๖. เครือข่ายเท่าทันสื่อ
๗. เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ
๘. เครือข่ายวิทยุเพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว
๙. ขบวนการตาสับปะรด
๑๐.มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
๑๑. มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว
๑๒. เครือข่ายสื่อภาคประชาชนภาคเหนือTags:
เห็นด้วยกับแนวคิด และชื่นชมการนำเสนอสื่อในบันทึกนี้มาก
ผมเชื่อเสมอมาว่า เด็ก ๆ เป็นรอยยิ้มของโลก การดูแลและให้พื้นที่การเติบใหญ่ที่มีคุณภาพต่อเขา ก็เป็นเสมือนการดูแลรอยยิ้มของโลกเราไปด้วยเหมือนกัน