"คลัง" เรียก กรมสรรพากร-สรรพสามิต-กรมศุลฯ รับมือปัญหาการจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า หลัง "จีดีพี" ปีหน้าส่อขยายตัวแค่ 0.8-3.3% คาดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหลายหมื่นล้านบาท เผยพิษการเมืองฉุดแผนกู้เงินมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจสะดุด
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์รองปลัดกระทรวงการคลัง ได้เรียกกรมจัดเก็บภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร มาประชุมร่วมกับ สศค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อรับฟังสมมุติฐานเศรษฐกิจปี 2551-2552 และนำไปประเมินการจัดเก็บรายได้ในปี 2552 ของแต่ละกรมฯ ก่อนมาเสนอที่ประชุมให้รับทราบในวันที่ 25 มกราคม 2552 ทั้งนี้ ยอมรับว่าการประมาณการเศรษฐกิจเพื่อนำไปประเมินการจัดเก็บรายได้ในปัจจุบันทำได้ยากขึ้น เพราะมีปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกประเทศ และปัญหาการเมืองภายในที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ทำให้ สศค. คาดว่าเศรษฐกิจปี 2552 จะขยายตัวได้สูงสุดต่ำสุดในระดับ 0.8%-3.3% ซึ่งความเห็นในทิศทางเดียวกับ ธปท.และ สศช. แต่เป็นการประมาณการอย่างกว้าง ทำให้ไม่สามารถประมาณรายได้ชัดเจนได้ว่าจะจัดเก็บได้เท่าใด "ยอมรับว่าการจัดเก็บรายได้ปี 2552 จะจัดเก็บได้ยากขึ้นมาก มีแนวโน้มว่าจะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 1.56 ล้านล้านบาทแน่นอน ซึ่งจะต่ำเป้าเป็นหลักหมื่น ๆ ล้าน ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสมมุติฐานการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจเลวร้ายก็จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้ามากขึ้น" นายสมชัย กล่าว
นอกจากนั้น นายสมชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ดีขณะนี้ก็มีการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมืองแล้ว ทำให้ภาคการท่องเที่ยวไม่เลวร้ายกว่าที่คิด ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)นำเข้า ก็สามารถจัดเก็บได้ตามปกติ ขณะที่ ธปท.ก็ลดดอกเบี้ยลง 1% ก็แสดงให้เห็นว่านโยบายการเงินเป็นไปในทิศทางเดียวกันนโยบายการคลัง ที่ต้องการช่วยกันดูแลเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ดังนั้นหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีจะประเมินภาพรวมการจัดเก็บรายได้ได้แม่นยำมากขึ้น เพราะ "ธปท.ลดดอกเบี้ย 1% ก็แสดงให้เห็นว่าช่วยกันดูแลเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ เพราะเศรษฐกิจปีหน้าจะแย่ นโยบายการเงิน จึงต้องผ่อนคลายเป็นไปในทิศทางเดียวกับนโยบายการคลัง เป็นสัญญาณที่ไม่สับสนกับระบบเศรษฐกิจ ส่วนจะได้ผลดีหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง" นายสมชัย กล่าว
นอกจากนี้ นายสมชัย เห็นว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจปี 2551ที่ปัจจุบันเบิกจ่ายได้แค่ 50% กว่าเท่านั้น จากเป้าที่ตั้งไว้ 74% รวมถึงการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนท้องถิ่นที่ต้องเร่ง เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนมาตรการภาษีอื่น ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ดำเนินการไปแล้วคือ เสนอลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 25% จาก 30% ,ลดภาษีให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) จากที่เก็บในอัตรา 25% เฉพาะกำไร 300 ล้านบาทแรก ส่วนที่เหลือเก็บอัตรา 30% ก็ให้เป็นจัดเก็บที่ 25% ของกำไรสุทธิทั้งหมด การขึ้นภาษีเบียร์ น้ำมัน และส่งรายได้หวยออนไลน์ ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลใหม่ต้องพิจารณา
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจว่า สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังประสบปัญหาการกู้เงินเพื่อมาใช้ในโครงการต่าง ๆ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ ทำให้ต้องรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามายืนยันแผนการกู้เงินอีกครั้ง ว่า เห็นชอบตามเดิมหรือต้องการเปลี่ยนแปลงใหม่ ทั้งนี้ การกู้เงินที่ต้องสะดุดประกอบการด้วย แผนการกู้เพื่อก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจคท์ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552 ถึง 2556 วงเงิน 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการโครงการที่มีปัญหาถูกเลื่อนมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นการกู้เงินก้อนใหญ่มีผลบวกกับการกระตุ้นเศรษฐกิจมาก แต่ต้องรอรัฐบาลใหม่ว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนความสำคัญของโครงการที่จะก่อสร้างใหม่หรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีแผนการกู้เงินจากธนาคารโลก และ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ วงเงิน1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาประเทศ นำไปใช้ในโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างก็ไม่สามารถทำได้ ทั้งที่สามารถตกลงเงื่อนไขการกู้เบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย การกู้เงินจากธนาคารโลก มีอัตราดอกเบี้ยให้เลือก LIBOR-0.02% ปรับดอกเบี้ยทุก 6 เดือน หรือ LIBOR+0.05% คงที่ตลอดการกู้เงิน มีระยะเวลากู้ 17 ปี ปลอดหนี้ 5 ปี โดยคิดค่าธรรมเนียมเงินกู้ 0.25%
สำหรับการกู้เงิน 1 แสนล้านบาท เพื่อทำงบประมาณปี 2552 ขาดดุลเพิ่มเติม ก็ต้องรอรัฐบาลใหม่ เพราะจากเดิมที่คาดว่าการทำงบประมาณ 1 แสนล้านบาท จะผ่านสภาได้ภายในสิ้นปีนี้ แต่ตอนนี้ต้องรอว่ารัฐบาลใหม่จะยังยืนยันทำงบประมาณขาดดุลเท่าเดิม หรือ ทำขาดดุลเพิ่ม ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเรื่องทำงบประมาณภายในไตรมาสแรกปีหน้าได้เสร็จ ถึงจะเริ่มกู้ได้
แนวหน้า คม ชัด ลึก ข่าวหุ้น ข่าวสด
ผู้จัดการรายวัน ไทยโพสต์ 8 ธันวาคม 2551
ตายแน่...เผาจริงแล้วเอาไปลอยอังคาร..