ต้นไม้แห่งชีวิต

 



ฉันเคยมองต้นไม้ในทุ่งกว้างใหญ่ ยืนดูแล้วครุ่นคิดเพียงลำพัง ต้นไม้ยืนตายซาก แผ่กิ่งก้านโกร๋นเกรียม ระเกะ ระกะ ปานจะวิงวอนร้องขอชีวิตจากฟ้า อย่างออ่นระโหยโรยแรง เสียงครวญของสายลมดังสะท้อนสะเทือนทั่วสารทิศ ฉันได้แต่มองละไล่สายตาตลอดแนวเส้นเขาเทือกเขาบางด้านยังทาบทอแสงอัสดง แต่ยังมีอีกด้านถูกแสงนิลฉายฉาบบางๆ

  ยามฉันสิ้นหวัง เจ็บทั้งกาย ปวดรวดร้าวทั้งใจ ความเป็นความตายเคยผ่านเข้ามาในชีวิต ฉันได้แต่ส่งใจไม่อนาคตกาลยังเส้นขอบฟ้าความตายไม่น่ากลัวสักนิด เพียงแต่รุ้สึก....เหนื่อยท้อถอย กับปัญหาที่รุมเร้ามีคนบอกหลายคนบอกว่า....ฉันแกร่งและเก่ง...

นั้นเป็นเพียงภาพภายนอกเท่านั้นที่เราต้องสร้างขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันตัวเองก็เท่านั้น...

คนเรายิ่งขึ้นสูงยิ่งหนาวคำนี้ไม่ผิดสักนิดขึ้นขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้นี่คือคำพูดที่เป็นจริงเช่นกัน

  แต่ฉันก็แค่ผู้หญิงบางครั้งทุกข์ท้อกับปัญหากับโชคชะตาที่มักเล่นตลกอยู่ร่ำไปโรคภัย

ที่รุมเร้ามักจะทำให้เราขาดกำลังใจเหนื่อยหน่ายต่อชีวิตเคยคิดว่าคุณหมอผ่าตัดรักษาชีวิตฉัน

ได้แต่ฉันอยากหลับสนิทจากไปอย่างเงียบสงบ

  แดดบ่ายออ่นแสงโรยรา กลายเป็นแดดบางยามเย็นที่ออ่นหวานแต่ซ่อนรอยเศร้า ฉันมองดูต้นไม้อีกครั้ง ต้นไม้แห้งแล้งโดดเดี่ยวไร้คนสนใจแต่ยังอยากมีชีวิตอยู่แล้วตัวเราหล่ะทำไมถึงท้อถ้อยเหลียวมองรอบตัวสิ....

ยังมีสิ่งที่ให้เราค้นหาและเรียนรู้อีกมากมายคงเหมือนต้นไม้ต้นนี้ที่ดูเหมือนอ้างว้าง โดดเดี่ยว อยู่เพียงลำพังมันยังยืนต้นอยู่ได้...จงยิ้มรับกับปัญหาแม้จะมีคราบน้ำตาปนเปื้อนบ้างก็ตาม