
จาก...”รู้เฉพาะตน” เรื่องที่ 24 - จักรวาลแห่งการกระทบกระทั่ง
โดย… ดังตฤณ
>>>
"ศาสตร์ที่ตั้งต้นสอนให้มองออกนอกตัว คือศาสตร์ที่พาไปพบแต่ความเท็จ มีแต่ศาสตร์ที่เริ่มด้วยการสอนให้มองเข้ามาในตัวเองเท่านั้น ที่สอนให้เห็นความจริง พาไปพบที่สุดของคำตอบอันน่าพึงพอใจได้จริง "
คำถาม – อยากทราบว่าการตบ ยุง ถือเป็นการผิดศีลไหม และจะขัดขวางการเจริญสติเพียงใด

นี่เป็นคำถามที่ผมได้รับบ่อยที่สุด และคิดว่าจะตอบได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อ ผู้ถามเป็นนักเจริญสติซึ่งใจหวังความหลุดพ้นจากกองทุกข์กองกิเลสทั้งปวงเป็นหลัก
เรื่องตบยุงนี่นะครับ แทนที่จะแค่คิดว่าบาปหรือไม่บาป ผมอยากให้คุณมองเป็นภาพใหญ่ภาพรวมไปเลยว่า เรากำลังอยู่ในจักรวาลแห่งการกระทบกระทั่ง นับตั้งแต่ระดับกาแล็กซีชนกัน ดวงดาวชนกัน เมฆชนกัน เครื่องบินชนกัน รถไฟชนกัน รถยนต์ชนกัน คนชนกัน เรื่อยลงไปจนถึงระดับอะตอมชนกัน
นี่คือจักรวาลแห่งการกระทบกระทั่ง ตราบเท่าที่คุณยังอาศัยอยู่ในจักรวาลนี้ อย่างไรคุณก็หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งไปไม่พ้น เพราะมันคือธรรมชาติขั้นพื้นฐานที่มีมาแต่ดั้งเดิม
สิ่งมีชีวิตกระทบกระทั่งสิ่งมีชีวิตด้วยรูปแบบที่พิสดารกว่าการกระทบกระทั่งของสิ่งไร้ชีวิต และรูปแบบของการกระทบกระทั่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือ การรบกวนให้รำคาญกัน ทำให้เจ็บใจกัน หรือกระทั่งทำให้แค้นแน่นอกขนาดคิดลงมือประหัตประหารกัน
จิตของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้เสวยภพแห่งการมีภาวะอะไรอย่างหนึ่งก็ด้วยการจองเวรกันไปจองเวรกันมา อยากกระทบกระทั่งกันไม่เลิกรานี่เอง
คุณถูกยุงเบียดเบียนแล้วยุงก็เหมือนเป็นสัตว์ตัวจ้อยไร้ค่า ตบให้ตายๆไปเสียก็ไม่เห็นจะผิดแปลก แต่เรื่องของเรื่องไม่ได้อยู่ที่ค่าของชีวิตยุง เรื่องของเรื่องอยู่ที่คุณมีเจตนาฆ่า พยายามฆ่า และฆ่าสิ่งมีชีวิตสำเร็จ
เมื่อยังมีความยินดีในการฆ่า ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ยินดีวนเวียนอยู่ในวงจรของการผลัดกันฆ่า ต่อเมื่อหมดความไยดีในการฆ่าอย่างไร้เงื่อนไข จึงจะได้ชื่อว่าเป็น ผู้อโหสิ และพร้อมจะสละสิทธิ์ในการเป็นผู้อยู่ร่วมจักรวาลแห่งการกระทบกระทั่งเสียที
ลองดูปาฏิหาริย์ของการไม่คิดเบียดเบียนกันและกันเถิดครับ คุณไม่ตบยุง ยุงก็ไม่กัดคุณ หรือถึงกัดก็กัดน้อย ยิ่งถ้าหากเจริญสติได้จนถึงภาวะหนึ่งที่จิตรินเมตตาออกมาเอง ก็เหมือนทุกที่ที่คุณอยู่ แทบปลอดจากการรบกวนจากสิ่งมีชีวิตตัวน้อยเหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว
ปาฏิหาริย์ทางธรรมชาติที่กล่าวข้างต้น ไม่ใช่ทำกันวันสองวันนะครับ แต่ต้องพิสูจน์ใจกันเป็นเดือนเป็นปี กระทั่งธรรมชาติแน่ใจแล้วว่าคุณอยากออกจากวัฏฏะแห่งการเบียดเบียนแน่ๆ ปาฏิหาริย์แห่งชีวิตประจำวันของผู้ทรงศีลจึงแสดงตัว
ตรงข้าม คงเห็นกันนะครับว่ายิ่งมีจิตประทุษร้ายมาก คิดฆ่ามากๆ ก็จะยิ่งถูกรบกวนมากเป็นเงาตามตัว เปรียบเทียบเช่นนี้แล้ว ในที่สุดคุณจะพบกับความจริงว่า โลกนี้แต่ละคนมีที่ยืนเฉพาะตนอยู่ที่หนึ่ง เป็นแนวโน้มว่าจะต้องกระทบกระทั่งหรือเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่นมากน้อยเพียงใด และที่ยืนนั้นก็ไม่ใช่อะไรอื่น มันคือจิตของแต่ละคนที่เป็นผู้มีศีลหรือไร้ศีลนั่นเอง

จิตของผู้มีศีลย่อมสะอาดปราศจากความเดือดเนื้อร้อนใจ เมื่อตั้งมั่นแล้วจะรู้สึกเหมือนยืนอยู่ในเขตปลอดภัยตลอดเวลา พร้อมจะเจริญสติได้อย่างมีกำลังและความมั่นใจ ส่วนจิตของผู้มีศีลด่างพร้อยหรือขาดทะลุย่อมเต็มไปด้วยความกระวนกระวายเดือดเนื้อร้อนใจ เมื่อตั้งมั่นแล้วย่อมรู้สึกเหมือนต้องวิ่งพล่านอยู่ในเขตอันตรายทั้งวันทั้งคืน จะเอาเวลาที่ไหนไปทำความสงบให้จิตได้พอจะเจริญสติไหวเล่า?
ธรรมะสวัสดี
ร่มไม้เย็น ค่ะ
............................................................
แนะนำ ; นิตยสารธรรมใกล้ตัว (http://dungtrin.com/mag/)
มูลนิธิบ้านอารีย์ (http://www.baanaree.net/)
" ชีวิตคนมันก็มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น
เหมือนอยู่บนกองไฟ ... มันโดนกันทั้งนั้น
ไม่ร้อนตรงนั้น ก็ตรงนี้
อยู่แค่ว่าเราจะทำให้มันร้อนขึ้น
หรือให้มันเย็นลง ... "
หลวงปู่คำบ่อ ...

สวัสดีค่ะคุณแตง
แวะมาทักทายค่ะ
เคยไปบ้านญาติซึ่งครอบครัวนี้ไม่ฆ่าสัตว์ มด ยุงก็ไม่ตบค่ะ
พอเราถูกยุงกัด เราก็ตบเอ้าตบเอา แถมไปตบยุงที่มุ้งลวดอีกแนะ
ก็มันกัดเราจนแดงตั้งหลายตุ่มค่ะ
สวัสดีค่ะ ทั้งคุณทะเลดาว และ คุณวิลาวัณย์
ขอบพระคุณมากค่ะที่แวะเข้ามาทักทาย
ขอแลกเปลี่ยนด้วยคนค่ะ เคยสังเกตไหมคะเวลาที่ยุงเขามาเกาะตัวเรา เพื่อขอรับบริจาคเลือดไปเลี้ยงดูลูกของพวกเขา เขาจะเดินหารูขุมขนของเราก่อนค่ะ พอเจอที่เหมาะเขาก็จะแหย่หลอดดูดของเขา ถ้ายังไม่ชอบก็จะเดินหาอีก พอได้ที่ก็จะดูดๆๆๆๆ และดูดแบบโช๊กเครื่องสูบน้ำ สูบลมด้วยนะคะ และไม่เจ็บด้วยซิเวลาเขาโช๊กเครื่องสูบของเขา ที่นี้เอาหล่ะซิ อิ่มแล้ว ท้องเป่งเต็มที่จนเห็นเลือดของเราในท้องเขาแล้ว ก็จะบินจากหล่ะซิ แต่ว่า...บินไม่ไหว ก็รอสักครู่ พอตั้งหลักได้จึงค่อยบินจากไป ... ดูนะ...พวกเขาทำ
เคยสังเกตการมารับบริจาคของท่านยุงทั้งหลายไหมค่ะ
อย่างที่บอกนั่นเแหล่ะค่ะ ... ดูที่เจตนา
เพราะบางทีแตงก็ตบยุงเหมือนกันนะคะ
การตบยุงผิดศีลครับ เป็นบาป แต่วันนี้ก็ยังตบอยู่เลย ยุงที่จันทบุรีตัวใหญ่จริงๆ น่ากลัว เมื่อก่อนภรรยาผมเลิกตบยุงตั้งแต่อายุ 15 ยุงไม่กัดเลย แต่พอ 29 ปั๊บ มีลูก.. ยุงมันกัดลูกอ่ะครับ..ทำไงดีหว่า...ตอนนี้นอนกางมุ้งครับผม :D
สวัสดี ครับผม คุณ
hall
มะรู้...แฮะ...
เพราะพี่เองยุงก็ยังกัด และพี่ก็ยังตบยุง เพราะรำคาญมากมาบินวนอยู่ที่ใบหน้านั่นแหล่ะ แต่ตบแล้วไม่โดน บินหนีเร็วมาก
มิหนำซ้ำบางวันออกจากห้องพักก็ฉีดยารมห้องไว้ เพราะมันเยอะเหลือเกิน อย่างงี้สงสัยก็ผิดศีลแหล่ะ ...
เขาบอกว่า ... ให้ดูที่เจตนาไม่ใช่หรือ...
แล้วอย่างไรหว่า...ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศีล...ตอบแล้วหล่ะ...เพราะพี่ก็...มะรู้...แฮะ