ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นเรียนรู้ตัวเองน้อยมาก แต่เรียนรู้สิ่งรอบข้างมาก ๆ
ชีวิตผู้คนที่ต้องพร่ำบ่นว่า ปวดหัว ปวดหัว ก็เพราะเรียนรู้สิ่งรอบข้างมากเกินไป
รู้ดีก็ยุ่ง รู้ไม่ดีก็ยิ่งยุ่งเน๊อะ...!
หากสัดส่วนของการเรียนรู้ในชีวิตคนสักคนหนึ่งใช้เวลาอ่านตัวเองมากกว่าอ่านคนอื่น
หากสัดส่วนของเวลาในชีวิตคนสักคนหนึ่งใช้เวลาให้คะแนนตัวเองมากกว่าให้คะแนนคนอื่น
หากสัดส่วนของการเรียนรู้ในชีวิตคนสักคนหนึ่งเรียนรู้ทุกข์ของตนเองมากกว่าทุกข์ของคนอื่นแล้วนั้น คนผู้นั้นจักปลดเปลื้องทุกข์ของตนเองไปได้อีกมาก
การมีชีวิตแล้วรู้จักพร้อมเข้าใจชีวิต ชีวิตที่ได้อัตภาพอันประเสริฐเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วพบพระพุทธศาสนานี้ จักเป็นชีวิตที่ทรงคุณค่าด้วยสัมมาทิฏฐิ เพราะเห็นเหตุซึ่งทุกข์ พร้อมเห็นทางอันจะดับซึ่งทุกข์นั้น...
ใจของตนเป็นที่ดับทุกข์ทั้งหลายทั้งที่เกิดขึ้นจากตนและสิ่งที่เกิดขึ้นจากบุคคล และสรรพสิ่งรอบข้าง
การที่เราชอบสิ่งหนึ่งแสดงว่าเรายังมีความไม่ชอบอีกสิ่งหนึ่ง
ชอบก็ทำให้จิตกระเพื่อม ไม่ชอบก็ทำให้จิตกระเพื่อม
หากเราดับความชอบ ความไม่ชอบที่ใจเสียได้ ชีวิตนี้จักเป็นชีวิตเดินสู่สายแห่ง "พระนิพพาน..." อันเป็นความหมดจด
หากมีใครสักคนหนึ่งมาเล่าอะไรให้เราฟัง มาแสดงอะไรให้เราดู มาถู ๆ ไถ ๆ ให้เรานั้นรู้สึก มากระตุ้นจิตใต้สำนึกให้พุ่งพล่าน
หน้าที่ของเราก็คือ ดู เห็น รับรู้ และฟังไปตามหน้าที่
มีหน้าที่ดูก็ดูไป มีหน้าที่ฟังก็ฟังไป มีหน้าที่รู้ก็รู้ไป
รู้เพียงสักแต่ว่ารู้ ดูเพียงสักแต่ว่าดู ฟังก็เพียงสักแต่ว่าฟัง เขาเล่าอะไรใฟ้ฟังก็ฟังไป "ฟังแล้วต้องไม่อิน"
เจ้าคำว่า "อิน" ในภาษาวัยรุ่นนั้น ในภาษาวัยเราเรียกว่า "ปรุง" อันเป็นสิ่งที่ทำให้จิตสะดุ้ง และสะเทือน
หากว่าเราทำใจโดยรับรู้อะไรให้เป็นไปตามหน้าที่แล้ว จิตของเราก็จะ "เฉย" และ "เฉย ๆ"
ไม่สุข ไม่ทุกข์ ไม่ชอบ ไม่เกลียด ไม่รัก ไม่ชัง ไม่อะไรต่อไม่อะไร มีหน้าที่รับรู้ก็รับรู้ไป รับรู้เสร็จแล้วก็ปล่อยวาง
การปล่อยและวางความรู้จากสิ่งที่ได้รับรู้มานั้นจักทำชีวิตเบาและสบาย
สบายเพราะชีวิตสงบ ไม่ต้องฟุ้ง ไม่ต้องปรุง ไม่ต้อง "เครียด"
อันร่างกายที่ได้จากพ่อและแม่มานี้ แค่ความเสื่อมที่มีอยู่ทุก ๆ วินาทีก็ทุกข์พออยู่แล้ว
หากต้องนำจิตไปสมอง จูงให้สมองบีบรัด อันเป็นสิ่งที่ชัดให้คิ้วขมวดไปด้วยแล้ว อื่ม... ชีวิตนี้คงเครียดน่าดู
เราต้องพยายามฝึกชีวิตให้ "เฉย ๆ"
เฉยต่อกิเลส เฉยต่อตัณหา เฉยต่อสิ่งนานาที่มากระทบและสัมผัส ความเฉยนี้จะเป็นเครื่องปลด เครื่องเปลื้องสิ่งที่ร้อยรัดความทุกข์แห่งจิตนี้ให้สิ้นไป...

ขอบคุณค่ะ
เราต้องพยายามฝึกชีวิตให้ "เฉย ๆ"
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีคะ
ตามมาอ่านคะ
ชีวิตนี้ได้อัตภาพอันประเสริฐ เกิดมาเป็นมนุษย์ แล้วพบพระพุทธศาสนานี้ จริงๆ !สาธุ
ขอน้อมรับ และปฎิบัติ
พระธรรม...
ไพเราะในเบื้องต้น - งดงามในเบื้องต้นด้วยศีลบริสุทธิ์
ไพเราะในท่ามกลาง - งดงามในท่ามกลางด้วยการมีจิตใจสงบเย็น เหมาะสมที่จะทำงานในด้านจิต
ไพเราะในที่สุด - งดงามในเบื้องปลายด้วยความสมบูร
ณ์แห่งปัญญา คือรู้แจ้งสิ่งทั้งปวงว่าอะไรเป็นอะไร จนไม่มีความทุกข์เกิดขึ้นเพราะสิ่งทั้งปวงนั้น
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าถือเอาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ
เฉยแล้วคร้าบ......ไม่ร้อนไม่หนาว..ยุบหนอ..พองหนอ..อิอิ
นมัสการครับ
เมื่อชีวิตนี้ได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์แล้วจงตั้งตนอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด
อันความตายนั้นมิมีใครที่จะผัดเพี้ยนได้ และไม่มีใครจะทราบได้ว่าชีวิตตนจะจบลงในเมื่อใด
ทุกวินาทีที่มีลมหายใจขอให้ตั้งตนอยู่ในศีลที่สมบูรณ์
นำพาร่างกายนี้ อัตภาพนี้ ทำความดี ทำความเสียสละ
สละแล้ว ปล่อยวางแล้วซึ่งเครื่องเกาะเกี่ยวที่ร้อยรัด
ตัดแล้ว ทิ้งแล้วซึ่งอารมณ์ที่ติดขัดด้วยโลภ โกรธ และหลง
ชีวิตที่ไม่ประมาทนี้ ชีวีจะทรงคุณค่าขึ้นอีกมาก...