เศรษฐกิจตกต่ำ

วิกฤตการ “แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส” (Hamburger Crisis) มีผลทำให้ยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกาต้องเป๋ไม่เป็นท่าไปเหมือนกัน แต่การเซของยักษ์ใหญ่อย่างประเทศอเมริกานั้น ก็มีอิทธิพลและผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อ ๆ กันไปทั่วทั้งโลกและจะมีผลกระทบอย่างมากกับประเทศเล็ก ๆ ที่ในอดีตและปัจจุบันมีการติดต่อสัมพันธ์ทางการค้าต่อกัน หมายความว่ายอดการสั่งซื้อหรือนำเข้าจากอเมริกานั้น ในอนาคตอาจจะถูกชะลอหรือลดการสั่งซื้อลง เท่ากับว่ามีผลทำให้ยอดการส่งสินค้าออกของประเทศต่างๆ ที่ค้าขายกับอเมริกาจะลดน้อยถอยต่ำลงด้วยเช่นกัน

ประกอบกับในปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคน้ำมันนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน ผู้บริโภคมีการใช้น้ำมันอย่างระมัดระวังและรอบคอบขึ้นไม่เหมือนในอดีต ปัจจุบันแม้ว่ากลุ่มโอเปคจะลดกำลังการผลิตลง แต่ราคาน้ำมันก็ยังคงร่วงหล่นลงมาอีก ในกรณีนี้แสดงถึงการผนึกพละกำลังและความร่วมมือร่วมใจกันของผู้บริโภคน้ำมันทั่วโลก ที่รู้จักวิธีการการใช้น้ำมันอย่างประหยัดและคุ้มค่าจริง ๆ ไม่ใช้อย่างฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อเหมือนในอดีต อาจจะเพราะประสบการณ์ในอดีตที่ได้สอนให้เรียนรู้ว่าการใช้น้ำมันที่มีราคาสูง ๆ ถึงกว่า 100 เหรียญต่อบาร์เลนนั้นเป็นอย่างไร ปัจจุบันราคาน้ำมันได้ร่วงหล่นลงมาอยู่ที่ประมาณ 50-60 เหรียญต่อบาร์เลน แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนดีใจไปนะครับ เพราะราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงมานั่นก็อาจจะหมายถึงราคาพืชผลทางการเกษตรและผลผลิตอื่นๆ ก็จะต้องลดต่ำตามกันมาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะราคาข้าวในขณะนี้ได้ลดต่ำลงมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสเห็นพี่น้องเกษตรกรชาวนาได้มีโอกาสดีใจเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เพียงปีเดียวเท่านั้นเอง......น่าเสียดาย....

ผู้ที่ปลูกข้าวและยางพารานั้นจะต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ไม่ควรเพิ่มปริมาณการผลิต หรือไม่ก็อย่ากู้เงินมาขยายปริมาณการผลิตเป็นอันขาด เพราะอาจจะประสบปัญหากับการขาดทุนจากภาวะราคาผลผลิตตกต่ำได้ เพราะความตื่นตัวของผู้คนทั่วโลกที่ได้ประสบพบเจอกับภาวะขาดแคลนอาหารอีกทั้งราคาที่แพงเป็นประวัติการ จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคและปรับตัววางแผนการผลิตลดการนำเข้าเป็นการเร่งด่วนภายในประเทศของตนเอง คือเน้นการเพาะปลูกหรือผลิตไว้เพื่อบริโภคกันเองภายในประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาหรับที่ได้มีการเข้ามาสำรวจดูแปลงนา และวิธีการปลูกข้าวที่อำเภอศรีประจันต์โดยการนำของนักการเมืองในพื้นที่ท่านหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

จากปรากฎการณ์ดังกล่าว ทำให้แต่ละประเทศมีการตื่นตัวและหันมาปลูกพืชของตนเองกันมาก เพื่อให้มีผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของประชากรภายในประเทศ ทำให้ผลผลิตในระยะนี้จะค่อย ๆ ทยอยออกมาจากแปลงของเกษตรกรของแต่ละประเทศในปริมาณมาก ทำให้ราคาผลผลิตโดยรวมลดต่ำลงซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ คือความต้องการขายหรือของมีมาก ราคาย่อมถูก ตรงกันข้ามถ้าความต้องการหรือของมีน้อย ความต้องการก็ย่อมมากเป็นธรรมดา แต่ในคราวนี้ก่อนที่จะคิดทำอะไรต้องระวัง และมีสติเพราะเหตุการณ์และภาวะเศรษฐกิจรอบโลกไม่เหมือนเดิม  แต่ถ้าเรามีสติและรู้เท่าทันก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของความโลภที่คอยจ้องจะเข้ามาครอบงำเราได้