ระบบสารสนเทศสำหรับโรงเรียน

MySchool.net : วิธีติดตั้ง (3) ระบบ CMS

CMS ย่อมาจาก Content Management System เป็นระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป โดยในการใช้งาน CMS นั้นผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ โดยที่ตัว CMS เองมีโปรแกรมประยุกต์ แบบพร้อมใช้งานอยู่ภายในมากมายอาทิ ระบบจัดการบทความและข่าวสาร (Contents and News), ระบบจัดการบทวิจารณ์ (Review), ระบบจัดการสมาชิก (Member Login), ระบบสืบค้นข้อมูล (Search Engine), ระบบจัดการไฟล์ดาวน์โหลด (Download), ระบบจัดการป้ายโฆษณา(Banner), ระบบการวิเคราะห์และตรวจสอบสถิติความนิยมในเว็บไซต์ (Analysis, Tracking and Statistics) เป็นต้น

ปัจจุบันซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้าง CMS มีหลายตัวด้วยกันอาทิเช่น PostNuke, PHP-Nuke, MyPHPNuke, Mambo, eNvolution, MD-Pro, XOOPs, OpenCMS, Plone, JBoss, Drupal, Joomla เป็นต้น
ระบบ CMS สามารถนำมาประยุกต์ในงานต่างๆ หลากหลาย ตัวอย่างการนำซอฟต์แวร์ CMS มาประยุกต์ใช้งาน อาทิเช่น

• การนำ CMS มาใช้ในการสร้างเว็บไซต์สถาบันการศึกษา ธุรกิจบันเทิง หนังสือพิมพ์ การเงิน การธนาคาร หุ้นและการลงทุน อสังหาริมทรัพย์ งานบุคคล งานประมูล สถานที่ท่องเที่ยว งานให้บริการลูกค้า
• การนำ CMS มาใช้ในหน่วยงานของรัฐ อาทิเช่น งานข่าว งานประชาสัมพันธ์ การนำเสนองานต่างๆ ขององค์กร
• การใช้ CMS สร้างไซต์ ส่วนตัว ชมรม สมาคม สมาพันธ์ โดยวิธีการแบ่งงานกันทำ เป็นส่วนๆ ทำให้เกิดความสามัคคี ทำให้มีการทำงานเป็นทีมเวิร์คมากยิ่งขึ้น
• การนำ CMS มาใช้ในการสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ SME โดยเฉพาะสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง
• การนำ CMS มาใช้แทนโปรแกรมลิขสิทธิ์ อื่นๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และง่ายต่อการพัฒนา ต่อยอด
• การใช้ CMS ทำเป็น Intranet Web Site สร้างเว็บไซต์ใช้ภายในองค์กร (Off-Line)

ระบบ MySchool.net เลือกใช้ Joomla เป็น Open Source ของการพัฒนา ต่อยอด ทั้งหมด ต่อไปนี้เป็นบทความที่แสดงให้เห็นถึงข้อดีของการเลือกใช้ Joomla เป็นระบบพื้นฐานของ MySchool.net

(ที่มา : http://joomlaclub.wordpress.com โดย pantit)
 
การสร้างเว็บไซต์ด้วยซอฟต์แวร์เสรี joomla ถือเป็นวิธีการหนึ่งของการสร้างเว็บไซต์ด้วยเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานสูง คนทั่วโลกช่วยกันพัฒนาตัวโปรแกรมหลัก และโปรแกรมเสริม โดยไม่ต้องซื้อโปรแกรมใดๆเพื่อมาเขียนเว็บ อีกทั้งยัมีหน้าตาเว็บไซต์ให้เลือกฟรีๆเป็นจำนวนมาก เราลองมาดูเป็นข้อๆ ถึงข้อดีของการพัฒนาเว็บไซต์ด้วยซอฟต์แวร์เสรี Joomla

ความมีมาตรฐาน :
Joomla ได้ถูกพัฒนาขึ้นจากทีมงานอาสาสมัครโปรแกรมเมอร์จำนวนมากจากทั่วโลก ที่ร่วมมือกันสร้าง Joomla ให้เป็นซอฟต์แวร์ระบบจัดการเนื้อหาข้อมูล (content Management System) ซึ่งทำงานบนเว็บ เขียนขึ้นด้วยโปรแกรมภาษา PHP ที่สามารถทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Hosting) ที่เป็นซอฟต์แวร์เสรีเช่น Linux ได้เป็นอย่างดี รวมถึง Windows Server ของ Microsoft ด้วย (มีค่าลิขสิทธิ์) ซึ่งในปัจจุบันจะมีผู้ที่ใช้ Linux ในการจัดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถรองรับการทำงานของ Joomla ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้าน ความมั่นคงของทีมงานที่พัฒนาซอฟต์แวร์ Joomla หลายท่านอาจจะเกรงว่าวันข้างหน้าเมื่อทีมงานปัจจุบันอาจจะเลิกพัฒนา Joomla แล้วจะทำอย่างไร เรื่องนี้มีคำตอบ เนื่องจากซอฟต์แวร์นี้เป็นซอฟต์แวร์เสรี โดยหลักแนวคิดแล้วเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจ จะเป็นใครก็ได้จากทั่วโลก นำเอารหัสโปรแกรม (Source Code) ซึ่งเปิดเผยทุกบรรทัด ไปพัฒนาต่อยอดได้ทันที สิ่งนี้คือการรับประกันถึงความต่อเนื่องของการพัฒนา Joomla ในอนาคต ซึ่งอาจจะเป็คุณ หรือผมก็ได้ที่จะเอารหัสโปรแกรมมา แก้ไข หรือพัฒนาเพิ่มเติมได้โดยไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใด

นอกจากนี้เรายังอาจจะดูได้จากการสร้างโปรแกรมส่วนเสริม (Extension) ที่ในปัจจุบันมีผู้สร้างเอาไว้หลายร้อยชุด  ทั้งที่แจกฟรี และเสียค่าลิขสิทธิ์การใช้งานในราคาไม่แพง การพัฒนาโปรแกรมส่วนเสริมนี้มีการเขียนขึ้นเรื่อยๆ (คลิกเพื่อเข้าไปดู Extension ได้ที่ http://extensions.joomla.org/) ผู้ใช้ก็จะมีเว็บไซต์ที่สามารถเพิ่มฟังกชั่นการใช้งานได้ไม่จำกัด อีกทั้งการติดตั้งโปรแกรมส่วนเสริมก็ทำได้อย่างง่ายดาย

บางท่านอาจจะสงสัยว่าถ้าในกรณีที่สร้างเว็บไซต์ด้วย Joomla แล้ว หากผู้ที่รับจ้างหนีหาย หรือไม่สามารถทำต่อได้ จะทำให้เว็บไซต์ต้องเริ่มต้นพัฒนาใหม่หรือไม่ ในข้อเท็จจริงแล้วไม่ต้องทำเช่นนั้น เพราะเหตุผล 2 ประการ ได้แก่ Joomla เป็นซอฟต์แวร์เสรีที่มีโปรแกรมเมอร์พัฒนาอยู่เป็นจำนวนมาก แม้แต่ในประเทศไทยก็มีอยู่เช่นกัน ถ้าคนที่เคยเขียนไว้จากไป เราก็หาคนที่ใช้ Joomla เป็นมาเขียนต่อได้ทันทีซึ่ง “โครงการอบรมวิชาชีพนักพัฒนาเว็บไซต์ด้วยซอฟต์แวร์เสรี” ที่เราได้จัดทำขึ้นนั้นก็มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสร้างกลุ่มนักพัฒนาเว็บ ไซต์ด้วย Joomla เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดธุรกิจในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาด้านบุคคลากรในอนาคต เหตุผลที่สอง Joomla เป็นซอฟต์แวร์เสรีที่มีมาตรฐานในการเขียน การเชื่อมต่อ และการปรับแต่ง เหมือนกันทั่วโลก ดังนั้นใครก็ตามที่เรียนรู้วิธีการใช้งาน เพียงไม่นานก็สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว

ต้นทุนการผลิต :
การ ผลิตเว็บไซต์ด้วย Joomla จะไม่มีต้นทุนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์เครื่องมือที่ใช้ในการผลิต จะมีก็แต่ค่าแรงในการเขียนและติดตั้งเว็บไซต์ หรือค่าโปรแกรมเสริมบางส่วนที่ต้องซื้อเพิ่มเติม ดังนั้นในด้านการสร้างเว็บไซต์ ก็จะมีเรื่องของค่าแรงการออกแบบเนื้อหาและการเขียนเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้ได้เว็บไซต์ที่มีคุณภาพดีแต่ราคาไม่แพง เพราะประหยัดต้นทุนค่าซอฟต์แวร์ได้อย่างมาก แต่ผู้จ้างก็ต้องเห็นใจค่าแรงของผู้เขียนเว็บไซต์ด้วยนะครับ เพราะก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะมีหลายคนพอรู้ว่าใช้ Joomla ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ฟรี ก็กดราคากันซะหมดอนาคตกันเลย ต้องแยกแยะกันให้ถูกต้องครับ ราคาค่าพัฒนาเว็บอาจจะลดลงซัก 50% เช่น ราคา 60000 บาท ก็อาจจะลดเหลือ 30000 บาท และลดระยะเวลาในการเขียนลงได้ 70% เป็นต้นครับ

สรุปสิ่งที่ได้จากการใช้ Joomla :
ข้อสรุปสำหรับการใช้ซอฟต์แวร์เสรี Joomla ก็พอที่จะแยกได้เป็น 3 ประเด็น ได้แก่

1. ความมั่นคงของซอฟต์แวร์ที่รับประกันว่าจะมีผู้พัฒนาขีดความสามารถให้สูงขึ้น และมีบุคคลากรที่จะพัฒนาต่อไป
2. ความมีมาตรฐของซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้บุคลากรเฉพาะทาง ขอเพียงเข้ารับการอบรม หรือฝึกฝนจากตำราคู่มือ ก็สามารถใช้งานได้
3. ประหยัดงบประมาณและเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์ลงได้อย่างมากเมื่อเทียบกับฟังก์ชั่นที่ใช้งาน ทำให้สามารถสร้างเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว

Joomla
เว็บไซด์เป็นทางการของ Joomla :
http://www.joomla.org/
วิธีติดตั้ง Joomla 1.5
http://www.mindphp.com/modules.php?name=News&file=article&sid=81
แหล่งรวบรวมข้อมูลของ Joomla ในประเทศไทย
http://www.joomlacorner.com/th/home.html
การพัฒนาเว็บไซต์สถานศึกษาโดยใช้ Joomla Open Source
http://surin.nfe.go.th/main/elearning/index.php?mod=Courses&op=course_lesson&cid=2&sid


ร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียนให้ยั่งยืน

เจอกันใหม่คราวหน้าครับ
อ.สุธัช หุยากรณ์
e-Mail/MSN : [email protected]